“ตรีนุช” ร่วมหารือ “การฟื้นฟูการเรียนรู้และจัดการวิกฤตการเรียนรู้” ในการประชุมโต๊ะกลมระดับรัฐมนตรี

รมว.ศธ. “ตรีนุช เทียนทอง” ร่วมหารือ “การฟื้นฟูการเรียนรู้และการจัดการวิกฤตการเรียนรู้” ในการประชุมโต๊ะกลมระดับรัฐมนตรี ระหว่างการประชุม APREMC II เมื่อเร็ว ๆ นี้

เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2565, โรงแรมแชงกรี-ลา กรุงเทพฯ / นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้เข้าร่วมการประชุมโต๊ะกลมระดับรัฐมนตรี (Ministerial Roundtables) ในหัวข้อ “การปฏิรูปการศึกษาเพื่ออนาคตของเราในเอเชีย-แปซิฟิก” ร่วมกับรัฐมนตรีด้านการศึกษาจากประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก อาทิ มองโกเลีย คีร์กีซสถาน ปาปัวนิวกีนี บังคลาเทศ กัมพูชา ฟิจิ อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น มัลดีฟส์ เนปาล ฟิลิปปินส์ ศรีลังกา อุซเบกิสถาน เวียดนาม เป็นต้น

การประชุมโต๊ะกลมดังกล่าว เป็นการประชุมคู่ขนานระหว่างการประชุมรัฐมนตรีด้านการศึกษาแห่งภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกว่าด้วยเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน เป้าหมายที่ 4 (การศึกษา 2030) ครั้งที่ 2 (2nd Asia-Pacific Regional Education Minister’s Conference: APREMC II) มีการแบ่งกลุ่มเป็น 2 กลุ่มเพื่อหารือใน 2 หัวข้อ ได้แก่ 1) การฟื้นฟูการเรียนรู้และการจัดการวิกฤตการเรียนรู้ และ 2) การปฏิรูประบบการศึกษา

ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้เข้าร่วมการประชุมในหัวข้อ “การฟื้นฟูการเรียนรู้และการจัดการวิกฤตการเรียนรู้” มีการหารือในประเด็นที่เกี่ยวข้อง 3 ประเด็น ได้แก่

  1. การเปิดการเรียนการสอนอย่างปลอดภัยและรักษาจำนวนนักเรียนไว้ไม่ให้หลุดออกจากระบบการศึกษา ซึ่งที่ประชุมได้มีข้อเสนอแนะร่วมกันในการดำเนินการเพื่อสนับสนุนเป้าหมายดังกล่าว เช่น การทำให้แน่ใจว่าสถานศึกษาจะสามารถกลับมาเปิดเรียนได้อย่างปลอดภัย จัดตั้งระบบค้นหาและสนับสนุนกลุ่มผู้เรียนที่มีความเปราะบาง สร้างช่องทางที่หลากหลายให้ผู้เรียนสามารถกลับมาเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ให้การสนับสนุนทางจิตใจแก่ครูและนักเรียนในช่วงเวลาที่ต้องเผชิญสถานการณ์วิกฤต
  2. การฟื้นฟูการเรียนรู้ ซึ่งต้องมีการพิจารณาการฟื้นฟูการเรียนรู้ให้แก่ผู้เรียนทุกคน ไม่ว่าจะเป็นผู้เรียนที่หลุดจากระบบการศึกษาในช่วงโควิด 19 หรือผู้เรียนที่ประสบปัญหาอื่น ๆ แล้วหลุดออกจากระบบการศึกษาก่อนหน้าวิกฤตโควิด 19 นอกจากนี้ยังควรต้องให้การสนับสนุนครูภารกิจของครูในการฟื้นฟูการเรียนรู้ การวัดผลระดับการเรียนรู้และการสูญเสียการเรียนรู้ของผู้เรียน
  3. การจัดสรรเงินงบประมาณด้านการศึกษาที่เพียงพอและมีความเท่าเทียม ซึ่งให้ความสำคัญกับนวัตกรรมด้านการเงินโดยศึกษาตัวอย่างจากประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคเพื่อป้องกันการสูญเสียเงินงบประมาณ ด้านการศึกษาของประเทศให้แก่ภาคส่วนอื่นและหาวิธีการเพิ่มเงินงบประมาณด้านการศึกษาให้เพียงพอต่อ ความต้องการ เพิ่มงบประมาณที่นำไปใช้ด้านการศึกษาโดยพิจารณาจากความเท่าเทียมและความยากจน ของผู้เรียนเป็นหลัก รวมถึงการปรับปรุงดูแลการนำงบประมาณไปใช้ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

รมว.ศธ.นำเสนอแนวทางการฟื้นฟูและจัดการวิกฤตการเรียนรู้ของไทยในระหว่างช่วงวิกฤตโควิด 2 ปีที่ผ่านมา ระบบการศึกษาทั่วโลกได้รับผลกระทบอย่างกว้างขวางทำให้ต้องมีการปรับตัวและออกแบบระบบการศึกษาใหม่เพื่อให้เข้ากับสถานการณ์และโลกในยุคหลังโควิด สำหรับในประเทศไทยได้มีการนำแนวทางการจัดการเรียนการสอนแบบทางไกลมาปรับใช้ในสถานศึกษา โดยได้กำหนดรูปแบบการเรียนการสอนไว้ 5 รูปแบบ ตามบริบท และความเหมาะสมของสถานศึกษา ได้แก่ การจัดการศึกษาแบบ 1) On-Air 2) Online 3) On-Demand 4) On-Hand และ 5) On-Site

ทั้งนี้ กระทรวงศึกษาธิการได้ให้ความสำคัญกับการเรียนการสอนแบบ On-Site มากที่สุด เพราะเชื่อว่าผู้เรียนจะสามารถเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดผ่านการเรียนรู้ในรูปแบบดังกล่าว จึงได้มุ่งเน้นมาตรการที่สนับสนุนการกลับมาเปิดเรียนอย่างปลอดภัย เช่น การจัดสรรวัคซีนโควิดให้แก่สถานศึกษาอย่างทั่วถึง ส่งผลให้ในปัจจุบัน ครูกว่า 97% และนักเรียนกว่า 80% ได้รับการฉีดวัคซีนโควิดแล้ว

นอกจากนี้ กระทรวงศึกษาธิการยังได้มีการดำเนินโครงการต่าง ๆ ที่จะช่วยสนับสนุนการกลับมาเปิดสถานศึกษาอย่างปลอดภัย อาทิ

  • โครงการ “พาน้องกลับมาเรียน” ซึ่งได้มีการดำเนินการพร้อมกับการกลับมาเปิดเรียนของสถานศึกษา การจัดห้องเรียนเสริมเพื่อเติมเต็มช่องว่างในการเรียนรู้สำหรับช่วงเวลาที่ปิดเรียนเนื่องจากสถานการณ์โควิด
  • โครงการ “อาชีวะอยู่ประจำ เรียนฟรี มีอาชีพ” ซึ่งสามารถสร้างโอกาสทางการศึกษาให้แก่เยาวชนด้วย การจัดการเรียนการสอนทักษะที่จะเป็นในการทำงานจริงและที่พักให้ฟรีแก่เยาวชน การจัดการเรียนรู้เชิงรุก
  • ศูนย์ความปลอดภัย MOE Safety Center เพื่อช่วยบรรเทาปัญหาเกี่ยวกับความปลอดภัยของนักเรียน ในสถานศึกษา เป็นต้น

“กระทรวงศึกษาธิการมีความยินดีที่จะร่วมมือกับยูเนสโกในการจัดการศึกษาและเสริมทักษะที่จำเป็นเพื่อให้ประเทศไทยและประเทศในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกสามารถบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนร่วมกันได้ โดยข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และข้อเสนอแนวทางจากการเสวนาโต๊ะกลมระดับรัฐมนตรี จะนำไปสู่การจัดทำ “ถ้อยแถลงกรุงเทพ ฯ ปี พ.ศ. 2565 (Bangkok Statement 2022)” มุ่งสู่การฟื้นฟูการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพสำหรับทุกคนและการพลิกโฉมการศึกษาในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก เพื่อเสนอต่อที่ประชุมสุดยอด เพื่อการปรับเปลี่ยนทางการศึกษา ซึ่งสำนักเลขาธิการสหประชาชาติจะจัดขึ้นที่นครนิวยอร์กในเดือนกันยายน 2565 ต่อไป” รมว.ศธ. กล่าว

กลุ่มสารนิเทศ
สำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ สป.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s