“สุทธิชัย” แถลงลาออกจากตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

10 มิถุนายน 2565, ห้องประชุมราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ / นายสุทธิชัย จรูญเนตร แถลงข่าวการลาออกจากตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

นายสุทธิชัย จรูญเนตร กล่าวว่า สาเหตุที่ยื่นลาออกจากตำแหน่งครั้งนี้ เนื่องจากมีความประสงค์ที่จะสานต่ออุดมการณ์ทางการเมืองในการทำงานเพื่อประชาชน จึงได้ตัดสินใจพิจารณาร่วมงานกับพรรคการเมือง ”สร้างอนาคตไทย” ที่มีอุดมการณ์สอดคล้องกัน

ดังนั้น ด้วยมารยาททางการเมืองและบรรทัดฐานที่พึงปฏิบัติ และเพื่อความถูกต้องตามหลักจริยธรรม ที่จะได้เข้าไปทำงานร่วมกับพรรคฯ ได้อย่างเต็มที่ จึงได้ยื่นหนังสือลาออกอย่างเป็นทางการในวันศุกร์ที่ 10 มิถุนายน 2565 และจะมีผลในวันจันทร์ที่ 13 มิถุนายน 2565 ทันที

“ผมเป็นชาวจังหวัดอุบลราชธานี ได้มองเห็นปัญหาของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ต้องได้รับการแก้ไขและพัฒนาในด้านต่าง ๆ เพื่อยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน โดยวางเป้าหมายว่าจะลงสมัครเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) จังหวัดอุบลราชธานี ในอนาคตอันใกล้นี้” นายสุทธิชัย กล่าว

สำหรับโครงการแก้ไขปัญหาหนี้สินครู ในฐานะที่ตนเองเป็นประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหาหนี้สินครู กระทรวงศึกษาธิการ มีความเชื่อมั่นว่าสิ่งที่ได้ดำเนินการมาร่วมกับคณะกรรมการฯ และผู้บริหาร ศธ. ใกล้จะประสบผลสำเร็จ เพราะได้ตกผลึกเครื่องมือและมาตรการที่จะใช้ในการแก้หนี้ครูเรียบร้อยแล้ว อีกทั้งได้มีการตั้งคณะกรรมการฯ ในระดับเขต/จังหวัดเรียบร้อย มีรายชื่อเพื่อนครูที่เดือดร้อนลงทะเบียนให้ช่วยเหลือจนถึงปัจจุบันราว 4 หมื่นคน เบื้องต้นรายชื่อเหล่านี้ได้ไปอยู่ในมือคณะกรรมการฯ ระดับเขตแล้ว เพื่อที่จะได้เชิญเพื่อนครูเหล่านั้นมาหารือกันว่าจะแก้ไขปัญหาหนี้สินอย่างไร ภายใต้มาตรการที่กำหนด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ ซึ่งคณะกรรมการฯ ได้ประสานไปยังธนาคารออมสิน รวมถึงสถาบันการเงินหลายแห่ง ตลอดจนชุมนุมสหกรณ์ ที่ยินดีให้กู้เงิน Soft Loan (มาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำของธนาคารแห่งประเทศไทย) มาช่วยแก้ปัญหาให้เพื่อนครู

อย่างไรก็ดี โครงการนี้เป็นโครงการสำคัญ จะนำไปเสนอพรรคฯ เพื่อนำไปเป็นนโยบายในอนาคต ช่วยขับเคลื่อนและสร้างความสบายใจให้เพื่อนครูเพิ่มมากขึ้นต่อไป”

อานนท์ วิชานนท์ / ข่าว
ธนภัทร จันทร์ห้างหว้า / ภาพ

“ตรีนุช” เร่งยกระดับจัดการศึกษาบุคคลที่มีความบกพร่องทางการเห็น

10 มิถุนายน 2565, โรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพ / นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดการประชุมสัมมนา เรื่อง “แนวทางการจัดการศึกษาสำหรับบุคคลที่มีความบกพร่องทางการเห็นในศตวรรษที่ 21” (Enhancing Education System for Visually Impaired Children in the 21st Century) โดยมีนายขรรค์ ประจวบเหมาะ ประธานกรรมการมูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ กล่าวต้อนรับ และนางอรทัย ฐานะจาโร ประธานฝ่ายการศึกษา โรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพ รายงานการดำเนินงาน

นางอรทัย ฐานะจาโร กรรมการมูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ กล่าวรายงานว่า ด้วยวิสัยทัศน์ของประธานมูลนิธิฯ ที่เห็นความสำคัญว่าทรัพย์ที่มนุษย์ควรมีติดตัวไปตลอดชีวิด คือ การศึกษาที่มีคุณภาพ จึงมีนโยบายที่จะยกระดับการเตรียมความพร้อมให้นักเรียนที่มีความบกพร่องทางสายตา ให้ได้รับโอกาสทางการศึกษาที่มีประสิทธิภาพ มีรูปแบบทันต่อยุคสมัย มุ่งเน้นการเสริมสร้างพัฒนาศักยภาพของตนเอง นำไปสู่ความสำเร็จในด้านการเรียนและอาชีพในอนาคตยิ่งขึ้น

จึงมอบหมายให้คณะทำงานดำเนินการวางแผนและนำไปสู่การปฏิบัติ สร้างการเปลี่ยนแปลงยกระดับการเรียนการสอนในโรงเรียน ด้วยการร่วมงานกับ 3 สถาบันการศึกษาระดับนานาชาติ ได้แก่ Acres Foundation, Magicyears International School และ Perkins School for the Blind มุ่งส่งเสริมสนับสนุนการผลิตบุคลากรที่มีความบกพร่องทางสายตาให้มีคุณภาพ มีศักยภาพในตนเอง และพร้อมที่จะมีสวนร่วมในการพัฒนาสังคม

รมว.ศธ. กล่าวว่า รัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับการศึกษาของคนพิการทุกประเภท โดยได้กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญว่า ผู้พิการต้องได้รับสิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาคทางด้านการศึกษา ซึ่งจากข้อมูลของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ล่าสุด พบว่า ประเทศไทยมีคนพิการทุกประเภทกว่า 2.1 ล้านคน ในจำนวนนี้มีผู้พิการทางการเห็น 186,701 คน

วันนี้มูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ ได้มีการนำผู้เชี่ยวชาญที่มีชื่อเสียงระดับโลก มาออกแบบกระบวนการเรียนการสอนให้เกิดประสิทธิภาพกับคนตาบอดมากยิ่งขึ้น ตรงกับเป้าหมายของกระทรวงศึกษาธิการที่เน้นย้ำการดูแลคนทุกกลุ่ม โดยส่วนของความร่วมมือ คือ กระทรวงศึกษาธิการจะนำสิ่งที่ได้ร่วมกันทำงานครั้งนี้ขยายต่อไปยังกลุ่มโรงเรียนสอนคนตาบอดทั้งหมดที่มีอยู่ในประเทศไทย รวม 18 แห่ง ในจำนวนนี้มีสถานศึกษาของรัฐเพียง 2 แห่ง คือ ที่จังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดสุราษฎร์ธานี

อีกประเด็นหนึ่งคือ จะมีกลุ่มคนพิการที่มีความต้องการเรียนในสายอาชีพด้วย จึงมีการร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) โดยจะมาดูว่าสถาบันใดสามารถเชื่อมโยงสร้างอาชีพได้ ซึ่งก็มีทั้งหลักสูตรระยะสั้นและระยะยาว ตลอดจนการขยายช่องทางให้เด็กที่เรียนโรงเรียนสำหรับคนตาบอด แต่มีความพร้อมด้านอื่น สามารถไปเรียนร่วมกับโรงเรียนปกติของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ ซึ่งเดิมมีการดำเนินการลักษณะนี้อยู่แล้ว แต่จะขยายช่องทางและโรงเรียนให้มากขึ้น ทั้งนี้ได้เน้นย้ำให้ดำเนินการด้วยความระมัดระวัง เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีความเปราะบาง การออกแบบสภาพแวดล้อม สื่อการสอน จะต่างจากเด็กปกติ จึงต้องมีความรอบคอบระมัดระวังในการเลือกโรงเรียนหรือสถาบันอาชีวะ ที่มีความพร้อมจัดสาขาที่เหมาะสมให้เด็กสามารถเรียนได้

ทั้งนี้ ภายหลังการสัมมนาได้มีพีธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการจัดการศึกษาแก่บุคคลที่มีความบกพร่องทางการเห็น ระหว่างสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) กับผู้อำนวยการโรงเรียนสอนคนตาบอด 16 โรงเรียน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาด้านอาชีพและเพิ่มศักยภาพในการประกอบอาชีพให้แก่นักเรียนพิการทางการเห็น พัฒนา ส่งเสริม สนับสนุนในการยกระดับคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาสำหรับนักเรียนพิการทางการเห็น และสร้างเครือข่ายการทำงานร่วมกันด้านการศึกษา และพัฒนานักเรียนพิการทางการเห็นโดยองค์รวมที่เข้มแข็งและยั่งยืน

สำหรับโรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพ จัดการเรียนการสอนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล 2 ถึงระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ส่วนในระดับชั้นมัธยมศึกษา โรงเรียนจัดการศึกษาแบบเรียนรวมในโรงเรียนทั่วไปทั้งภาครัฐและภาคเอกชน โดยรับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็นทั้งชายและหญิง ทั้งที่อยู่แบบประจำและไปกลับ

ปัจจุบันโรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพ จัดอยู่ในประเภทโรงเรียนเอกชนการกุศล และจัดเป็นโรงเรียนเอกชนในระบบ ประเภทสามัญศึกษา ภายใต้การดำเนินงานของมูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ จัดการศึกษาตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 ของกระทรวงศึกษาธิการ ส่วนในระดับอนุบาลมีการจัดการเรียนการสอน 6 ทักษะ คือ ทักษะการช่วยเหลือตนเอง ทักษะการใช้กล้ามเนื้อใหญ่ ทักษะการใช้กล้ามเนื้อเล็ก ทักษะภาษา การรู้หนังสือ ทักษะการคิด และทักษะทางสังคมและอารมณ์

นอกจากจัดการศึกษาตามหลักสูตรแกนกลางของกระทรวงศึกษาธิการแล้ว โรงเรียนยังส่งเสริมให้นักเรียนได้พัฒนาศักยภาพและความสามารถทางด้านภาษา ดนตรี กีฬา เทคโนโลยี การทำความคุุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมและการเคลื่อนไหว ทักษะการใช้ชีวิตอย่างอิสระ ตลอดจนให้ความสำคัญในการสร้างเสริมคุณธรรม จริยธรรม ความประพฤติ และพฤติกรรม เพื่อให้นักเรียนเติบโตขึ้นไปเป็นประชากรที่มีคุณภาพของประเทศและสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้

ปารัชญ์ ไชยเวช / สรุป
อธิชนม์ สลางสิงห์ / ถ่ายภาพ
บัลลังก์ โรหิตเสถียร / กราฟิก

HIP Global มอบ ATK จำนวน 1 หมื่นชุด มูลค่า 4 แสนบาท ให้กระทรวงศึกษาธิการ ส่งต่อสถานศึกษา

9 มิถุนายน 2565, ห้องดำรงราชานุภาพ กระทรวงศึกษาธิการ / นายโทนี่ หยาง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอช ไอ พี โกลบอล จำกัด ในนามของสมาคมผู้ประกอบการระบบรักษาความปลอดภัยไทย (TSA) มอบชุดตรวจคัดกรองโควิด 19 (Antigen Test Kit : ATK) จำนวน 10,000 ชุด มูลค่า 400,000 บาท ให้กับกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อแจกจ่ายให้กับสถานศึกษาในสังกัด โดยนายสุทธิชัย จรูญเนตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และ ดร.เทอดชาติ ชัยพงษ์ ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นผู้รับมอบ

ในพิธีมอบครั้งนี้ มีผู้เข้าร่วม อาทิ ผศ.ดร.ธนพล ก่อฐานะ ประธานหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขานวัตกรรมการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา, ผศ.ดร.ชัยธนัตถ์กร ภวิศพิริยะกฤติ หัวหน้าหลักสูตรเพื่อการพัฒนาข้าราชการครู หลักสูตรส่งเสริมและสนับสนุนเพื่อยกระดับทักษะดิจิทัลพัฒนาการจัดการศึกษา

บัลลังก์ โรหิตเสถียร / ข่าว
อธิชนม์ สลางสิงห์ / ภาพ