ศธ.ผนึกกำลังพันธมิตร ร่วมมือสะเต็มศึกษาสู่โลกอาชีพ พร้อมส่งมอบ “เจ้าเอี้ยง โดรนการเกษตร”

“คุณหญิงโค้ดดิ้ง” นำทีมผู้บริหารอาชีวะ ผนึกกำลังพันธมิตร “เชฟรอน-SEAMEO STEM-ED-กลุ่มมิตรผล-วรุณา(ประเทศไทย)” ลงนาม MOU โครงการสะเต็มศึกษาสู่โลกอาชีพ ยกระดับ Smart Agriculture สู่อุตสาหกรรมระดับโลก พร้อมส่งมอบ “เจ้าเอี้ยง โดรนการเกษตร” นวัตกรรมโดรนเพื่อการเกษตร แก่วิทยาลัยเทคโนโลยีเกษตรอุตสาหกรรมชั้นสูงขอนแก่น

15 มิถุนายน 2565 / คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือว่าด้วยการดำเนินโครงการ “สะเต็มศึกษาสู่โลกอาชีพ (STEM Career Academies – Smart Agriculture)” และส่งมอบโมเดลการศึกษาและครุภัณฑ์ด้านเกษตรอัจฉริยะ ณ ห้องประชุมราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ โดยมีพันธมิตรทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ทุ่มงบกว่า 12 ล้านบาท หวังเป็นโมเดลนำร่องสู่การสร้างเกษตรกรนักพัฒนายุคใหม่ (Smart Farmer) เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และขยายผลองค์ความรู้ด้านเกษตรอัจฉริยะ (Smart Agriculture) เพื่อยกระดับภาคเกษตรไทยอย่างยั่งยืน

คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช กล่าวว่า กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ตระหนักดีว่าการเกษตรสมัยใหม่ คืออนาคตของประเทศ จึงสนับสนุนการสร้างเกษตรกรรุ่นใหม่ที่มีความรู้ความสามารถ เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของโลกและเทคโนโลยี รวมทั้งมุ่งส่งเสริมองค์ความรู้ด้าน Smart Agriculture เพื่อยกระดับมาตรฐานบุคลากรด้านการเกษตร ตามนโยบายที่ต้องการยกระดับวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี เพื่อรองรับการเติบโตของกลุ่มอาชีพอุตสาหกรรม S-Curve ในภาคการเกษตรให้สอดคล้องกับสังคมโลกในศตวรรษที่ 21

ขณะเดียวกัน ศธ.ให้ความสำคัญกับอาชีวศึกษา ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนาประเทศ แม้ประชาชนทั่วไปยังมีทัศนคติว่าอาชีพเกษตรกรมีรายได้น้อย แต่จากนี้เชื่อว่าทัศนคติดังกล่าวจะค่อย ๆ หายไป ด้วยความร่วมมือของทุกหน่วยงานที่พัฒนาเทคโนโลยีด้านการเกษตร

วันนี้ถือเป็นโอกาสอันดีของประเทศไทย ที่มีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือว่าด้วยการดำเนินโครงการสะเต็มศึกษาสู่โลกอาชีพ (STEM Career Academies – Smart Agriculture) โดยจะช่วยสร้างเด็กไทยที่มีคุณภาพ นำพาประเทศก้าวข้ามความเปลี่ยนแปลงที่ผันผวนในอนาคต จึงขอขอบคุณทุกฝ่ายมาในโอกาสนี้ด้วย

นายสุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) มีภารกิจหลักที่สำคัญในการขับเคลื่อนการผลิตและพัฒนากำลังอาชีวศึกษา ที่ต้องผลิตผู้เรียนให้มีทักษะ และคุณลักษณะที่พร้อมตอบสนองต่อความต้องการของภาคส่วนต่าง ๆ ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ ดังนั้น การผสมผสานนวัตกรรมเพื่อพัฒนาทักษะอาชีพจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่จะมุ่งสู่การเกษตรแบบเพิ่มมูลค่าและความยั่งยืน ด้วยการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมมาตอบโจทย์ ทั้งในภาคการผลิต เพื่อให้เพียงพอกับความต้องการที่เพิ่มขึ้น สอดรับกับการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด อีกทั้งยังสามารถสร้างภาพลักษณ์ที่ทันสมัย ดึงดูดให้ผู้เรียนหันมาเรียนด้านเทคโนโลยีการเกษตรเพิ่มมากขึ้นด้วย

นายชาทิตย์ ห้วยหงษ์ทอง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด กล่าวว่า การขับเคลื่อนโมเดลระบบการศึกษาได้เกิดจากการวางรากฐานสะเต็มศึกษา ภายใต้โครงการ “Chevron Enjoy Science: สนุกวิทย์ พลังคิด เพื่ออนาคต” ซึ่งเป็นความร่วมมือกับพันธมิตรภาครัฐและเอกชน โดยเน้นพัฒนาทักษะครูให้มีการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning ปรับหลักสูตรทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติให้สอดคล้องกับบริบทที่เปลี่ยนไปของโลก ตลอดจนจัดหาสื่อการเรียนการสอนที่ส่งเสริมทักษะ โดยล่าสุดเชฟรอนได้สนับสนุนนวัตกรรมโดรนการเกษตรอัจฉริยะ “เจ้าเอี้ยง โดรนเกษตร” มาใช้เป็นเครื่องมือส่งเสริมทักษะการนำเทคโนโลยีเพื่อความสามารถในการแข่งขันของเกษตรกรไทย

นายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานกิตติมศักดิ์ กลุ่มมิตรผล กล่าวถึงความร่วมมือในครั้งนี้ว่า กลุ่มมิตรผลได้ร่วมกับ สอศ. ให้การสนับสนุนวิทยาลัยเทคโนโลยีเกษตรอุตสาหกรรมชั้นสูงขอนแก่น เพื่อจัดทำหลักสูตรเทคโนโลยีเกษตรอุตสาหกรรมสมัยใหม่ ทั้งนี้ในปี 2565 ได้เปิดสอนสาขาอากาศยานเพื่อการเกษตร (Aviation for Agriculture) ซึ่งเป็นหนึ่งในสาขาที่นำเทคโนโลยีสมัยใหม่ชั้นแนวหน้าแบบครบวงจรมาใช้ในการจัดการเรียนการสอน โดยกลุ่มมิตรผลให้การสนับสนุนการพัฒนาครู ครูฝึกในสถานประกอบการ และนักเรียน ในการลงพื้นที่ปฏิบัติจริงในไร่ของมิตรผล เพื่อเรียนรู้การทำไร่แบบโมเดิร์นฟาร์ม (ModernFarm) ช่วยให้ได้พัฒนาทักษะในพื้นที่จริง เรียนรู้การใช้นวัตกรรมการจัดการไร่อ้อยยุคใหม่ รวมทั้งสามารถนำเทคโนโลยีมาใช้ในการฝึกทักษะ สร้างสมรรถนะ เพื่อสร้างกำลังคนให้มีทักษะในการใช้อากาศยานไร้คนขับในงานเกษตรอุตสาหกรรม

ในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือว่าด้วยการดำเนินโครงการสะเต็มศึกษาสู่โลกอาชีพ (STEM Career Academies – Smart Agriculture) และส่งมอบโมเดลการศึกษาและครุภัณฑ์ด้านเกษตรอัจฉริยะ มีหน่วยงานที่ร่วมลงนาม ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา, บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด, ศูนย์ SEAMEO STEM-ED, กลุ่มมิตรผล และบริษัท วรุณา (ประเทศไทย) จำกัด (บริษัทในเครือ AI and Robotics Ventures) เพื่อเดินหน้าปั้นโมเดลการศึกษาด้านเกษตรอัจฉริยะ ภายใต้โครงการ สะเต็มศึกษาสู่โลกอาชีพ “STEM Career Academies” ต่อยอดองค์ความรู้และทักษะด้านสะเต็ม พร้อมส่งมอบ “เจ้าเอี้ยง โดรนการเกษตร” นวัตกรรมโดรนเพื่อการเกษตร (Sprayer drones ขนาด 10 ลิตร 2 ตัว และขนาด 16 ลิตร 1 ตัว) แก่วิทยาลัยเทคโนโลยีเกษตรอุตสาหกรรมชั้นสูงขอนแก่น พร้อมสาธิตการบินโดรนเพื่อการเกษตรบริเวณสนามหญ้าหน้าอาคารราชวัลลภ

ปารัชญ์ ไชยเวช / สรุป
อธิชนม์ สลางสิงห์ / ถ่ายภาพ

“สุภัทร” สานต่อแก้หนี้ครู ชู 7 เรื่องด่วน เร่งขับเคลื่อน

ปลัด ศธ.”สุภัทร” สานต่อ “สุทธิชัย” นั่งประธานแก้หนี้สินครู ชู 7 เรื่องที่กระทรวงศึกษาธิการต้องเร่งขับเคลื่อน เพื่อให้การแก้ปัญหาหนี้สินครูทั้งระบบบรรลุผล

นายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 13 มิ.ย.ที่ผ่านมา นายสุทธิชัย จรูญเนตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหาหนี้สินข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้แจ้งต่อที่ประชุมคณะกรรมการฯ ว่า ได้ลาออกจากตำแหน่ง ที่ประชุมจึงได้เห็นชอบให้ตนในฐานะปลัด ศธ. ทำหน้าที่ประธานคณะกรรมการฯ เพื่อสานต่อการขับเคลื่อนงานให้เกิดความต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ที่ประชุมเห็นว่าปัญหาหนี้สินครู คนส่วนใหญ่มักด่วนสรุปว่าต้นตอของปัญหา อยู่ที่ตัวของครูที่ขาดวินัยทางการเงิน ซึ่งก็อาจมีส่วนถูกอยู่บ้าง แต่เป็นเพียงส่วนเดียว ในทางกลับกันเจ้าหนี้ของครูที่ให้สินเชื่ออย่างไม่เป็นธรรม คิดดอกเบี้ยเงินกู้แพงกว่าการเป็นสินเชื่อสวัสดิการ ก็เป็นอีกส่วนสำคัญที่ทำให้ครูต้องตกอยู่ในวังวนของปัญหาหนี้สิน

นอกจากนี้ ศธ.ในฐานะนายจ้างของครู เป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่ไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบกับปัญหาที่เกิดขึ้น  เพราะทำหน้าที่ตัดเงินเดือนนำส่งให้เจ้าหนี้ โดยไม่ได้ดูว่าครูมีเงินเดือนหลังจากหักจ่ายชำระหนี้แล้ว (Residual Income) เพียงพอในการดำรงชีพอย่างมีศักดิ์ศรีหรือไม่ เรื่องนี้ถือเป็นต้นตอที่ทำให้ครูต้องหันไปพึ่งพาหนี้นอกระบบ เมื่อขาดสภาพคล่อง

ดังนั้น การแก้ไขปัญหาหนี้สินครูทั้งระบบให้เกิดประสิทธิผล จึงจำเป็นที่จะต้องมองในภาพรวมทั้ง 3 ส่วน ทั้งในส่วนของตัวครู ส่วนของเจ้าหนี้ครู และส่วนของนายจ้างหรือ ศธ. ซึ่งจะเป็นสื่อกลางให้สองส่วนแรก  โดยจะมีเรื่องสำคัญที่ ศธ. จำเป็นต้องขับเคลื่อนให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมโดยเร็ว 7 เรื่อง ได้แก่

  1. การปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ ให้สมกับเป็นสินเชื่อสวัสดิการ ตัดเงินเดือนของข้าราชการ
  2. การทำให้ครูมีเงินเหลือใช้หลังจากชำระหนี้ ไม่น้อยกว่า 30% หรือไม่น้อยกว่าเดือนละ 9,000 บาท
  3. การคุมยอดหนี้ที่ครูจะสามารถกู้ได้ ไม่ให้เกินศักยภาพที่จะชำระคืนได้ด้วยเงินเดือน โดยสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ซึ่งเป็นผู้ดูแลหน่วยตัดเงินเดือนครู จะเป็นจุดศูนย์กลางประสานช่วยครูแก้ไขหนี้สินก้อนต่าง ๆ
  4. การปรับโครงสร้างหนี้ เพื่อให้เจ้าหนี้ทุกรายสามารถแบ่งเงินเดือน 70% ได้อย่างเพียงพอ โดยนายจ้างหรือ ศธ. จะเข้ามาเป็นคนกลางที่จะช่วยเจรจา เพราะมีอำนาจต่อรอง
  5. การประกาศกำหนดกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการตัดเงินเดือน ซึ่งกำลังเร่งหาแนวทางการกำหนดลำดับการตัดชำระหนี้ ให้มีการตัดเงินต้นก่อน เพื่อลดโอกาสที่ครูจะเป็นหนี้ไปจนตาย และกำหนดลำดับการตัดชำระหนี้ เช่น ให้หักสวัสดิการ ช.พ.ค. และ ช.พ.ส. ในลำดับแรก ในกลุ่มเดียวกับการหักให้สหกรณ์ฯ
  6. การแก้ปัญหากรณีครูผู้กู้และผู้ค้ำประกันถูกฟ้องร้องดำเนินคดี โดย ศธ.จะเป็นตัวแทนครูขอให้ศาลช่วยความเป็นธรรมในการไกล่เกลี่ยคดีที่ครูถูกฟ้อง
  7. การช่วยครูแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ

ปลัด ศธ.กล่าวด้วยว่า ปัจจุบัน ศธ.จัดตั้งสถานีแก้หนี้ครูทั่วประเทศแล้ว 558 สถานี คือ ระดับจังหวัด 77 แห่ง ระดับเขตพื้นที่การศึกษา 245 แห่ง และระดับส่วนกลาง เช่น สป./กศน./ก.ค.ศ./สอศ. 236 แห่ง เพื่อให้สามารถรองรับครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ลงทะเบียนขอรับการช่วยเหลือแก้หนี้ จำนวน 41,128 คน ได้อย่างครอบคลุม โดยขณะนี้สถานีแก้หนี้ทุกแห่ง กำลังวิเคราะห์ข้อมูล และติดต่อขอข้อมูลจากผู้ลงทะเบียน เพื่อรวบรวม วิเคราะห์ จัดทำข้อมูลการลงทะเบียนแก้ไขปัญหาหนี้สินครูฯ

“ศธ.จะประชาสัมพันธ์ผลการดำเนินงานของสถานีแก้หนี้ครู แนวทางการแก้หนี้ครูของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูต้นแบบทุกจังหวัด รวมทั้งแนวทางปฏิบัติที่สำคัญให้เพื่อนครูได้รับทราบเป็นระยะ ให้เชื่อมั่นว่าแนวทางดำเนินงานแก้หนี้สินครูทั้งระบบเกิดขึ้นได้จริง เพื่อให้หนี้สินของครูทั่วประเทศที่ยังปฏิบัติหน้าที่อยู่ 4 แสนคน และที่เกษียณอายุราชการแล้วอีก 5 แสนคน รวม 9 แสนคน รวมยอดหนี้สวัสดิการหักเงินเดือนข้าราชการ 1.4 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นสหกรณ์ออมทรัพย์ครู 108 แห่ง ยอดหนี้ 9 แสนล้าน และสถาบันการเงิน 3 แห่ง ธนาคารออมสิน/อาคารสงเคราะห์/กรุงไทย ยอดหนี้ 5 แสนล้านบาท ได้รับการแก้ไขตามแนวทางดังกล่าว โดยมีหนี้เสียหรือเป็น NPLs ไม่เกิน 1-2% เท่านั้น” ปลัด ศธ.กล่าว

อานนท์ วิชานนท์, บัลลังก์ โรหิตเสถียร / ข่าว