สป.ศธ.ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิสอบเข้ารับราชการในตำแหน่ง บุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค.(2)

สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (สป.ศธ.) ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิสอบ วัน เวลา สถานที่ และระเบียบการสอบเข้ารับราชการในตำแหน่ง บุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค.(2) สังกัด สป.ศธ. จำนวน 208 อัตรา

  • ประเภททั่วไป ระดับปฏิบัติงาน สอบวันที่ 2 กรกฎาคม 2565
  • ประเภทวิชาการ ระดับปฏิบัติการ สอบวันที่ 3 กรกฎาคม 2565

หมายเหต

“ตรีนุช” เตรียมพร้อมรับกฎหมายแก้ไขคำสั่ง คสช.19/2560 ปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของ ศธ.

นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยความคืบหน้าการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมคําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 19/2560 เรื่อง การปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาค ของกระทรวงศึกษาธิการ

รมว.ศธ. กล่าวว่า หลังจากที่ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวได้ผ่านการลงมติเห็นชอบของสภาผู้แทนราษฎรแล้ว ขั้นตอนต่อไปจะต้องเสนอร่าง พ.ร.บ.นี้ ไปยังวุฒิสภาเพื่อพิจารณา ถ้าวุฒิสภาพิจารณาลงมติให้ความเห็นชอบแล้ว จึงจะสามารถนําขึ้นทูลเกล้าฯ และประกาศในราชกิจจานุเบกษาใช้บังคับเป็นกฎหมายต่อไป

สำหรับสาระสำคัญในร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ มี 4 เรื่องหลัก ๆ คือ

  1. ให้อํานาจหน้าที่เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลตามกฎหมายว่าด้วย ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาของคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) ไปเป็นของคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา และ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา
  2. การบรรจุและแต่งตั้งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษา ตามมาตรา 53(3) และ (4) แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ให้ผู้อํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา และผู้อํานวยการสถานศึกษา แล้วแต่กรณี โดยความเห็นชอบของ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา เป็นผู้มีอํานาจสั่งบรรจุและแต่งตั้ง
  3. ให้มี อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา และ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา มัธยมศึกษา ในแต่ละเขตพื้นที่การศึกษา โดยจํานวน องค์ประกอบ หลักเกณฑ์และวิธีการได้มา ซึ่ง อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา และ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ. กําหนด
  4. นอกเหนือจากที่กล่าวมาแล้วข้างต้น กศจ. ยังคงมีอํานาจและหน้าที่ตามที่บัญญัติไว้เดิม ตามคําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 19/2560 เช่น อํานาจหน้าที่เกี่ยวกับการกําหนดยุทธศาสตร์และแนวทางการจัดการศึกษา, เป็นศูนย์กลางการส่งเสริมสนับสนุนการจัดการศึกษาในภาพของจังหวัดทุกระดับและทุกประเภท รวมทั้งส่งเสริมสนับสนุนการจัดการศึกษาของบุคคล ครอบครัว องค์กรชุมชน องค์กรเอกชน องค์กรวิชาชีพ สถาบันศาสนาสถานประกอบการ และสถาบันสังคมอื่นที่จัดการศึกษาในรูปแบบ ที่หลากหลาย, การให้ความเห็นชอบแผนพัฒนาการศึกษาของจังหวัด ตลอดจนการยุบรวมเลิกสถานศึกษาหรือ แม้กระทั่งการจัดตั้งศูนย์การเรียนที่เป็นอํานาจของคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษาก็ยังคงมีอยู่เช่นเดิม

“การแก้ไขคําสั่งหัวหน้า คสช. ดังกล่าว เพื่อให้การขับเคลื่อนนโยบายทางการศึกษาและให้การปฏิบัติงานของบุคลากรทุกฝ่ายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลตามเป้าหมาย ซึ่งดิฉันจะไม่รอให้การพิจารณากฎหมายแล้วเสร็จก่อน โดยจะมีการประชุม ก.ค.ศ.เพื่อเตรียมพร้อมออกหลักเกณฑ์และวิธีการได้มา ซึ่ง อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา และ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพราะ ก.ค.ศ.ต้องดำเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่ง อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา และ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา ภายใน 90 วัน นับตั้งแต่วันที่ พ.ร.บ.นี้มีผลใช้บังคับ ขณะเดียวกันจะเตรียมความพร้อมในการรองรับบทบาทใหม่ของสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ให้เป็นไปตามกฎหมายฉบับใหม่ สำหรับปัญหาการทุจริตเรียกรับเงินจากการแต่งตั้งโยกย้ายในอดีต ก็จะมาดูในรายละเอียด และกำหนดเพิ่มเติมเพื่อให้ปัญหาต่าง ๆ ที่เคยเกิดขึ้น และช่องว่างในจุดต่าง ๆ เหล่านั้นหายไป” นางสาวตรีนุช กล่าว

สป.ศธ.ขับเคลื่อนการมีส่วนร่วมและการสร้างนวัตกรรมในการปฏิบัติราชการ ปีงบประมาณ 2565

23 มิถุนายน 2565, ห้องประชุมกลุ่มพัฒนาระบบบริหาร สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (กพร.สป.ศธ.) / นายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมจัดทำหลักเกณฑ์การประเมินรางวัลการมีส่วนร่วม และการสร้างนวัตกรรมในการปฏิบัติงานราชการ ของสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 โดยมีนายสมใจ วิเศษทักษิณ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงศึกษาธิการ, นายศัจธร วัฒนะมงคล ศึกษาธิการภาค 1 พร้อมด้วยคณะทำงานผ่าน Video Conference

ที่ประชุมได้พิจารณาหลักเกณฑ์การประเมินรางวัลดังกล่าว โดยแบ่งเป็น 4 ประเภทดังนี้

  1. เปิดใจใกล้ชิดประชาชน (Open Governance)
  2. สัมฤทธิ์ผลประชาชนมีส่วนร่วม (Efficient Change)
  3. ผู้นำหุ้นส่วนความร่วมมือ (Engaged Citizen)
  4. ร่วมใจแก้จน (Collaboration toward Poverty Eradication)

สำหรับหน่วยงานที่ส่งเข้าประกวด และได้รับรางวัลระดับกรม สป.ศธ.จะพิจารณาส่งเข้าประกวดขอรับรางวัลระดับประเทศต่อไป

สป.ศธ.ประชุมคณะทำงานดำเนินงานขับเคลื่อนการป้องกันและปราบปรามการทุจริต กระทรวงศึกษาธิการ

24 มิถุนายน 2565 / ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต กระทรวงศึกษาธิการ (ศปท.ศธ.) จัดประชุมคณะทำงานดำเนินงานขับเคลื่อนการป้องกันและปราบปรามการทุจริต กระทรวงศึกษาธิการ โดยนางสาวเจริญวรรณ หนูนาค ผู้ตรวจราชการ ศธ. ทำหน้าที่ประธานการประชุมแทนปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และมีผู้แทนส่วนราชการ หน่วยงานในสังกัด ศธ. ร่วมเป็นคณะทำงาน ณ ห้องประชุมณรงค์ บุญมี ชั้น 4 อาคารรัชมังคลาภิเษก 1 พร้อมประชุมผ่าน Zoom Meetings

มติที่ประชุม

  • รับทราบคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนการป้องกันและปราบปรามการทุจริต กระทรวงศึกษาธิการ
  • รับทราบรายงานสถิติเรื่องร้องเรียนของกระทรวงศึกษาธิการ
  • รับทราบรายงานผลการเร่งรัด ติดตามกรณีเงินขาดบัญชีหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐทุจริต ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 และ พ.ศ.2565
  • รับทราบรายงานผลการศึกษาการกำหนดแนวทางบริหารความเสี่ยง เกี่ยวกับการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชน์ส่วนรวมของกระทรวงศึกษาธิการ
  • พิจารณาแนวทางในการกำหนดนโยบาย และการจัดทำมาตรการป้องกันและปราบปรามการทุจริต กระทรวงศึกษาธิการ

โดยที่ประชุมมีมติให้ฝ่ายเลขาฯ นำข้อเสนอแนะจากคณะทำงาน กำหนดเป็นแนวทางและเสนอในการประชุมครั้งต่อไป

ถ้อยแถลงกรุงเทพฯ 2565 (Bangkok Statement 2022) จากการประชุม APREMC-II

“ถ้อยแถลงกรุงเทพฯ 2565 (Bangkok Statement 2022) มุ่งสู่การฟื้นฟูการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพสำหรับทุกคนและการพลิกโฉมการศึกษาในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก” ซึ่งเป็น (ร่าง) จากการประชุมระดับรัฐมนตรีด้านการศึกษาแห่งภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกว่าด้วยเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน เป้าหมายที่ 4 (การศึกษา 2030) ครั้งที่ 2 หรือ APREMC-II ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม ระหว่างวันที่ 5-7 มิถุนายน 2565 ณ กรุงเทพมหานคร โคยมีรัฐมนตรีศึกษาจากประเทศในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก เข้าร่วมการประชุม 17 ประเทศ เข้าร่วมการประชุมแบบทางไกล 3 ประเทศ ผู้แทนองค์การระหว่างประเทศ หน่วยงาน องค์กรพัฒนาเอกชนและภาคประชาสังคมที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุมประมาณ 350 คน

ถ้อยแถลงฉบับนี้ ถือเป็นข้อเสนอแนะที่สำคัญจากภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก เพื่อเตรียมนำเสนอต่อที่ประชุมสุดยอดเพื่อการปรับเปลี่ยนทางการศึกษา ซึ่งสำนักเลขาธิการสหประชาชาติกำหนดจัดขึ้นที่นครนิวยอร์ก ในเดือนกันยายน 2565

ดาวน์โหลด
ภาษาไทย https://drive.google.com/file/d/1UYXvzhKQpuFbYHan_BUTYG3_VF6vc_lM
English https://drive.google.com/file/d/1Czi-pxIcHBaVcZTjoQMP07Sf-n0nhSW2

สป.ศธ.ประชุมคัดเลือก “องค์กรคุณธรรม”

23 มิถุนายน 2565 / ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต กระทรวงศึกษาธิการ (ศปท.ศธ.) จัดประชุมคณะอนุกรรมการส่งเสริมคุณธรรม กระทรวงศึกษาธิการ ครั้งที่ 1/2565 โดยนายสุภัทร จำปาทอง ปลัด ศธ. เป็นประธาน, หัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานในกำกับ เป็นอนุกรรมการ มีนายธนู ขวัญเดช รองปลัด ศธ. ทำหน้าที่ หน.ศปท.ศธ. เป็นอนุกรรมการและเลขานุการ และรอง หน.ศปท.ศธ.เป็นอนุกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ

มติที่ประชุม

  • รับทราบผลประกาศยกย่ององค์กรคุณธรรม ศธ.ประจำปี 2564 จำนวน 7 หน่วยงาน
  • รับทราบผลประเมินตนเองของหน่วยงาน ศธ. ส่วนกลางที่ตั้งอยู่ในภูมิภาค เสนอเป็นองค์กรคุณธรรม ระดับจังหวัด จำนวน 18 หน่วยงาน
  • เห็นชอบผลประเมินตนเองเสนอเป็นองค์กรคุณธรรมของ ศธ. จำนวน 9 หน่วยงาน
  • เห็นชอบผลการคัดเลือกหน่วยงานเสนอเป็นองค์กรคุณธรรมต้นแบบโดดเด่น ศธ. จำนวน 1 หน่วยงาน

ทั้งนี้ ที่ประชุมมอบให้ ศปท.ศธ. ดำเนินการส่งผลไปยังกรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม เพื่อดำเนินการในขั้นตอนต่อไป