ศธ.ลงพื้นที่แก้ปัญหาการจัดการศึกษาชายแดนไทย-เมียนมา พื้นที่จังหวัดระนอง

กระทรวงศึกษาธิการลงพื้นที่เพื่อแก้ปัญหาการจัดการศึกษาชายแดนไทย-เมียนมา พื้นที่จังหวัดระนอง

ในพื้นที่ชายแดนไทย มีนักเรียนชาวเมียนมาและเชื้อชาติอื่น เข้าศึกษาการศึกษาขั้นพื้นฐานในประเทศไทย อยู่ราวเจ็ดหมื่นคนเศษ กระจายอยู่ทุกแนวเขตชายแดน เด็กเหล่านี้ไม่มีสัญชาติไทย ไม่มีเลขประจำตัวประชาชน หรือเลข 13 หลัก เราเรียกเด็กเหล่านี้ว่า เด็ก G สามารถได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานในโรงเรียนของรัฐ และได้เงินรับรายหัว ค่าอาหารกลางวัน อาหารเสริม (นม) เช่นเดียวกับนักเรียนไทย

เมื่อเด็กกลุ่มนี้จบก็จะได้วุฒิการศึกษาไทย เนื่องจากเรียนหลักสูตรไทย ครูไทย ดังนั้นจึงไม่สามารถนำไปเชื่อมต่อกับระบบการศึกษาของประเทศ เมื่อกลับไปบ้านเกิดได้

พื้นที่จังหวัดระนอง มีเด็กชาวพม่าอีกจำนวนหนึ่งที่มาอาศัยอยู่กับพ่อแม่ ที่มาเป็นแรงงานในไทย แต่ไม่ได้เข้าเรียนในโรงเรียนของไทย ไม่ใช่เด็กกลุ่ม G ที่กล่าวข้างต้น แต่เด็กเหล่านี้ศึกษาอยู่ในศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตชายแดนไทย-เมียนมา ซึ่งใช้ครูชาวเมียนมา ใช้หลักสูตร และใช้ภาษาเมียนมา ดังนั้นจึงสามารถนำไปต่อยอดการศึกษา เมื่อกลับไปประเทศของเขาได้

ข้อมูลพื้นฐานในพื้นที่จังหวัดระนอง ซึ่งเป็นจังหวัดเขตชายแดนไทย-เมียนมา ทางฝั่งอันดามัน ซึ่งเป็นพื้นที่ทางใต้ของประเทศเมียนมา ในจังหวัดเกาะสอง แขวงตะนาวศรี มีแรงงานชาวเมียนมา มาทำงานภาคการประมง แพปลา สวนยาง และภาคการบริการเป็นจำนวนมาก มีกลุ่มเด็กที่ตามพ่อแม่มากว่า 2,500 คน เด็กเหล่านี้ไม่ประสงค์เรียนในระบบการศึกษาไทย ไม่ต้องการเป็นเด็กกลุ่ม G เพราะไม่นานก็ต้องกลับภูมิลำเนา กลับเมียนมา ต้องการนำการเรียนที่นี่ไปต่อยอดที่เมียนมาเมื่อกลับบ้าน ดังนั้นจึงมีศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตทชายแดนไทย-เมียนมา ถึง 10 ศูนย์ โดยศูนย์ทั้ง 10 ศูนย์นี้จัดการศึกษาโดยใช้หลักสูตร ครู ภาษาของเมียนมา เพื่อรองรับเด็กนักเรียนดังกล่าวข้างต้น

แต่เมื่อเดือนสิงหาคม ปีพุทธศักราช 2562 เจ้าหน้าที่ของไทยทั้งสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมการจัดหางาน ได้เข้าจับกุมครูผู้สอนในศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตชายแดนไทย-เมียนมา​ จำนวน​ 1 ศูนย์​ ทำให้อีก 9 ศูนย์ เกรงกลัวการกระทำความผิด ทั้งสองด้านคือครูก็ไม่ได้รับอนุญาตให้จัดการเรียนการสอนตามพระราชบัญญัติการทำงานของคนต่างด้าว อีกทั้งศูนย์ก็ไม่ได้รับอนุญาตให้จัดตั้งตามพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน ไม่ได้เป็นศูนย์การเรียนตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตชายแดนไทย-เมียนมา ทั้ง 10​ ศูนย์จึงยุติการดำเนินการ ส่งผลให้เด็กชาวเมียนมา จำนวนกว่า 2,500 คน ไม่ได้รับการศึกษาชั่วคราว

เมื่อเด็กกว่า 2,500 คนไม่ได้รับการศึกษา จะเกิดอะไรขึ้น ปัญหาเกิดขึ้นมากมายไม่ว่าจะเป็นปัญหาการมั่วสุม การติดสารเสพติด การก่อความวุ่นวาย ซึ่งเป็นผลกระทบทางลบต่อสังคม มันเป็นความเกี่ยวข้องในหลายด้านทั้งด้านการศึกษา คุณภาพชีวิต แรงงาน ความมั่นคง เป็นเรื่องละเอียดอ่อนส่งผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ปัญหานี้มีการร้องเรียนไปที่สภาผู้แทนราษฎร สภาความมั่นคง กระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งทุกหน่วยงานได้มอบให้กระทรวงศึกษาธิการได้หาแนวทางในการแก้ปัญหา

นายวีระ แข็งกสิการ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหาการจัดการศึกษาศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิต ไทย-เมียนมา ได้วางแนวทางให้กระทรวงศึกษาธิการ แก้ปัญหาเรื่องนี้อย่างจริงจังและต่อเนื่อง ที่สำคัญต้องถูกต้องตามกฎหมาย โดยมติที่ประชุมได้กำหนดแนวทางไว้ 4 เรื่อง 4 แนวทาง ดังนี้คือ

  1. ผลักดันเด็กชาวเมียนมาดังกล่าว เขาศึกษาในระบบการศึกษาขั้นพื้นฐานของไทย โดยให้เป็นนักเรียนกลุ่มรหัส G และได้เข้าเรียนโดยได้สิทธิ์เช่นเดียวกับนักเรียนของไทย โดยผู้รับผิดชอบหลักคือสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระนอง และสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดระนอง
  2. ให้ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตชายแดนไทย-เมียนมา สามารถจดทะเบียนเป็นศูนย์ที่ถูก​ต้อง​ตามกฎหมาย​ โดยจัดตั้งเป็นศูนย์​การเรียนรู้ชุมชน ภายใต้การดูแลของสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและตามอัธยาศัย โดยให้สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและตามอัธยาศัยจังหวัดระนอง และสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและตามอัธยาศัยอำเภอเมืองระนอง เป็นผู้รับผิดชอบ โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง ป้องกันจังหวัดระนองเป็นผู้ประสานการดำเนินการ
  3. สำหรับเด็กก่อนเกณฑ์ภาคบังคับ คืออายุต่ำกว่า 7 ปี ที่ประชุมได้มอบหมายให้สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เป็นผู้ดูแลรับผิดชอบ
  4. สำหรับเด็กที่ตกหล่น อยู่นอกระบบการศึกษา มอบหมายให้สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดระนอง พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สาธารณสุขจังหวัด ปกครองจังหวัด ร่วมกันสำรวจข้อมูลและนำเด็กเข้าสู่ระบบการศึกษาต่อไป

กระทรวงศึกษาธิการพิจารณาว่าสิทธิทางการศึกษาเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่เด็กทุกคนต้องได้รับโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ ภาษา วัฒนธรรม เด็กทุกคนที่อยู่ในราชอาณาจักรไทยควรได้รับการศึกษาอย่างทั่วถึงตามหลักสิทธิมนุษย์ชน

ขอขอบคุณ ผอ.สพป.ระนอง สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดระนอง กศน.ระนอง และผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย

ข้อมูล : วีระ แข็งกสิการ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

WordPress.com.

Up ↑

%d bloggers like this: