คุณหญิงกัลยา นำผู้บริหารวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีดูงาน ‘ห้องเรียนธรรมชาติ’

รมช.ศธ. “คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช” นำผู้บริหารวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีดูงาน ‘ห้องเรียนธรรมชาติ’ แนะใช้ต้นทุนที่มีอยู่อย่างคุ้มค่า สร้างมูลค่าเพิ่ม ความร่วมมือ ให้การเรียนเกษตรเป็นอาชีพที่มีมาตรฐานวิชาชีพสากล

(22 กุมภาพันธ์ 2564) ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รมช.ศธ. พร้อมด้วย ดร.ศุภชัย ศรีหล้า  ที่ปรึกษาและประธานคณะทำงานติดตามและแผนงาน รมช.ศธ. และ ดร.ชาติชาย เกตุพรหม ที่ปรึกษาด้านมาตรฐานอาชีวเกษตรและประมง สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) นำคณะผู้บริหารวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี 25 แห่ง ดูงานห้องเรียนธรรมชาติ ณ ร้านกาแฟสวนป้าอินทร์ และร้าน Montreux Café and Farm อ.องครักษ์ จ.นครนายก

รมช.ศธ. กล่าวว่า กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) มีนโยบายให้อาชีวศึกษาให้เป็นหัวหอกในการนำพาประเทศก้าวข้ามวิกฤตต่าง ๆ โดยเฉพาะด้านการเกษตรที่เป็นจุดแข็งของประเทศไทย

ดังนั้น วิทยาลัยเกษตรเทคโนโลยี (วษท.) และวิทยาลัยประมงทั้ง 47แห่งทั่วประเทศ ต้องนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (STI) เข้ามาช่วย ขณะเดียวกันการจัดการเรียนการสอนก็ต้องปรับเปลี่ยนให้เข้ากับชีวิตคนมากขึ้น สามารถลดภาระของพ่อแม่ ส่งเสริมให้การเรียนเกษตรเป็นอาชีพที่มีมาตรฐานวิชาชีพสากล

สำหรับการดูงานห้องเรียนธรรมชาติในวันนี้ เป็นการนำผู้บริหารมาดูสิ่งที่ภาคเอกชนได้ดำเนินการมาจนประสบความสำเร็จ โดยเริ่มต้นได้ไม่ยากนัก เนื่องจาก วษท.ทุกแห่งมีการผลิต พืชผลิตสัตว์ การเพาะชำกล้าไม้อยู่แล้ว เพียงแต่ที่ผ่านมายังไม่ได้เน้นเรื่องไม้ประดับ จึงต้องเพิ่มส่วนนี้เข้าไปให้เกิดความหลากหลายและสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยเฉพาะปัจจุบันแนวโน้มของโลกหันมาสนใจสิ่งแวดล้อม ต้นไม้จึงเป็นคำตอบของกระแสนิยม ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องรีบจะดำเนินการจากต้นทุนอยู่ที่มีใน วษท. ทุกแห่งอยู่แล้ว

จุดประสงค์สำคัญของการสร้างห้องเรียนธรรมชาติขึ้น เพื่อจัดทำห้องเรียนที่อยู่กับธรรมชาติโดยใช้ต้นทุนถูก ใช้พื้นที่ของ วษท.อย่างคุ้มค่าที่สุด ให้นักเรียนสามารถออกแบบห้องเรียน ใช้ความคิดสร้างสรรค์นำสิ่งที่มีอยู่ในพื้นที่มาต่อยอดให้เกิดประโยชน์ ตลอดจนสามารถทำเป็นสวนต้นแบบให้ประชาชนในพื้นที่นำไปทำตามได้

รมช.ศธ. ได้เน้นย้ำถึงนโยบายที่ให้ วษท.ทุกแห่ง สร้างความร่วมมือกับบุคคลภายนอก ผู้ประกอบการอุตสาหกรรม ชุมชน ภูมิปัญญาท้องถิ่น พ่อแม่ของนักเรียน เพื่อนำพาทิศทางการเกษตรของไทยให้เป็นประโยชน์ ส่งผลให้เกษตรกรมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น มีรายได้มากขึ้น มีมาตรฐานในการผลิตพืชและผลิตสัตว์ที่ปลอดภัย สามารถส่งออกไปเลี้ยงชาวไทยและชาวโลกได้ 

ปารัชญ์ ไชยเวช/สรุป
อธิชนม์ สลางสิงห์/ถ่ายภาพ