สช.-กสศ. ลงนามความร่วมมือป้องกันเด็กหลุดนอกระบบ นำนวัตกรรมคัดกรองเด็กยากจนและด้อยโอกาสมาใช้แก้ปัญหา

(18 พฤศจิกายน 2564 ) นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเพื่อสนับสนุนนวัตกรรมการคัดกรองความยากจน การวิจัยพัฒนาคุณภาพครูและสถานศึกษา ในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) โดยมีนายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และนายสุภกร บัวสาย รักษาการผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เป็นผู้ลงนาม ณ ห้องประชุมราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ

นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ถือเป็นโอกาสครั้งสำคัญที่โรงเรียนเอกชนได้เข้าร่วมโครงการโรงเรียนพัฒนาตนเอง (Teacher and School Quality Program : TSQP) เพื่อขับเคลื่อนการศึกษา 3 ด้าน คือ 1) สนับสนุนนวัตกรรมการคัดกรองความยากจน การจัดสรรงบประมาณแบบมีเงื่อนไข เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และให้การช่วยเหลือนักเรียนยากจน 2) ส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาสำหรับนักเรียนยากจน นักเรียนพิการ และด้อยโอกาสให้ได้ศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้นตามศักยภาพ 3) สนับสนุนให้เกิดความร่วมมืออื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับความช่วยเหลือ ส่งเสริมนักเรียนยากจน นักเรียนพิการ และด้อยโอกาส เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในการศึกษาจนสำเร็จการศึกษาขั้นพื้นฐาน และพัฒนาคุณภาพของโรงเรียน และประสิทธิภาพครูของโรงเรียนในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ

นายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า นักเรียนที่อยู่ในสถานศึกษามีความแตกต่างกัน มีความด้อยโอกาสที่แตกต่างกัน โดยสภาวะเศรษฐกิจถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้นักเรียนเป็นผู้หลุดลอยทางโอกาส โดยเฉพาะในสถานการณ์ปัจจุบันที่เศรษฐกิจมีความเปลี่ยนแปลง เนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด 19 เกิดการว่างงาน เกิดการย้ายถิ่นฐานของผู้ปกครอง ส่งผลให้นักเรียนจำนวนหนึ่งหลุดจากระบบศึกษา

จากตัวเลขที่สำรวจพบว่า มีนักเรียนทุกสังกัดใน ศธ. หลุดจากระบบการศึกษากว่า 43,000 คน ซึ่ง ศธ.ได้ติดตามกลับมาแล้วกว่า 20,000 คน และจะเร่งรัดติดตามนักเรียนที่เหลือให้กลับเข้าสู่ระบบการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นการศึกษาในระบบ หรือการศึกษานอกระบบ

“ความร่วมมือโดยการนำนวัตกรรมการคัดกรองนักเรียนยากจนของ กสศ. มาใช้ในสถานศึกษาเอกชน ถือเป็นเรื่องดีเพื่อช่วยเหลือติดตามนักเรียนได้อย่างทันเวลา พร้อมทั้งได้นำเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาใช้จัดการเรียนรู้อย่างเหมาะสม ซึ่ง กสศ. ได้วิจัยและพัฒนาองค์ความรู้ต่าง ๆ การส่งเสริมโครงการโรงเรียนพัฒนาตนเองให้โรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ในเรื่องการเสริมสร้างทักษะการคิดวิเคราะห์ และการคิดสร้างสรรค์ให้แก่นักเรียนในศตวรรษที่ 21” ปลัด ศธ. กล่าว

นายสุภกร บัวสาย รักษาการผู้จัดการ กสศ. กล่าวว่า ความร่วมมือในครั้งนี้ เพื่อช่วยเหลือนักเรียนยากจน พิการ และด้อยโอกาส ให้ได้รับโอกาสทางการศึกษา รวมถึงพัฒนาครู และสถานศึกษา ดังนี้

  1. กลุ่มนักเรียนผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาส จะดำเนินการ 2 ส่วน คือ 1) เน้นสนับสนุนเครื่องมือการคัดกรองความยากจนด้วยวิธีวัดรายได้ทางอ้อม (Proxy Means Test : PMT) และระบบสารสนเทศ ให้แก่ครู สถานศึกษา ศึกษาธิการจังหวัด และ สซ. เพื่อเป็นฐานข้อมูลสำคัญช่วยเหลือติดตามเฝ้าระวังนักเรียน และขอรับงบจัดสรรเงินอุดหนุนปัจจัยพื้นฐานนักเรียนยากจนของหน่วยงานต้นสังกัด ซึ่งเครื่องมือนี้จะนำไปใช้ในโรงเรียนประเภทสายสามัญ สังกัด สช. ทั่วประเทศ จำนวน 3,900 แห่ง 2) เน้นช่วยเหลือนักเรียนที่อยู่ในครัวเรือนยากจน 15% ล่างของประเทศ ที่ศึกษาในโรงเรียนเอกชนประเภทการกุศล 566 แห่ง ผ่านโครงการจัดสรรเงินอุดหนุนนักเรียนยากจนพิเศษแบบมีเงื่อนไข โดยนักเรียนที่ผ่านเกณฑ์ยากจนพิเศษจะได้รับเงินอุดหนุนแบบมีเงื่อนไข คนละ 3,000 บาท/ปี เพื่อบรรเทาอุปสรรคการมาเรียน ค่าครองชีพ ค่าอาหารเช้า พร้อมทั้งมีระบบติดตามการมาเรียน ผลการเรียน และการเจริญเติบโตของนักเรียนอย่างต่อเนื่อง โดยในปีการศึกษา 2564 กสศ. มีงบประมาณช่วยเหลือนักเรียนทุนเสมอภาค สังกัด สช.ได้จำนวน 2,500 คน
  2. กลุ่มครู และโรงเรียน เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนและส่งเสริมให้โรงเรียนมีการพัฒนาทั้งระบบ ทั้งด้านการบริหารจัดการ ด้านการจัดการเรียนการสอน เพื่อให้นักเรียนเกิดสมรรถนะในศตวรรษที่ 21 มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ และมีผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาดีขึ้น โดยในปีการศึกษา 2564 มีโรงเรียนสังกัด สช. เข้าร่วมโครงการพัฒนาตนเองรุ่นที่ 2 จำนวน 27 แห่ง ครอบคลุมนักเรียนที่จะได้รับประโยชน์และยกระดับคุณภาพการศึกษาจำนวน 10,000 คน

การจัดทำบันทึกข้อตกลงในครั้งนี้ ยังนำไปสู่การเชื่อมต่อระบบสารสนเทศและฐานข้อมูลรายบุคคลและรายสถานศึกษาระยะยาว ครอบคลุมเด็กและเยาวชนที่มาจากครัวเรือนซึ่งมีรายได้น้อยที่สุดร้อยละ 20 ของประเทศ จำนวนมากกว่า 1 ล้านคน ในระบบการศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้ครอบคลุมสถานศึกษาสังกัด สช.กว่า 3,902 แห่ง

อิชยา กัปปา / สรุป
ธนภัทร จันทร์ห้างหว้า / ภาพ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

WordPress.com.

Up ↑

%d bloggers like this: