คุณ​หญิง​กัลยา​ ลง​พื้นที่​พิมาย ขอบคุณ​ทุกภาคส่วนที่เห็นความสำคัญ ร่วมขับเคลื่อน​การศึกษา​ไทย

(1 ธันวาคม​ 2564)​ ดร.คุณ​หญิง​กัลยา​ โสภณ​พนิช​ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษา​ธิการ​ ลงพื้นที่อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา เพื่อเป็นประธานพิธี​เปิดป้ายอาคารเรียนและการปฏิบัติ​การ วิทยาลัย​เทคนิค​พิมาย ตรวจ​เยี่ยม​ศูนย์​การศึกษา​พิเศษ​ เขต​การศึกษา​ 11​ หน่วยบริการพิมาย​ และให้นโยบายการจัดการเรียนรู้​วิทยาการคำนวณและ Coding ณ โรงเรียน​เพชร​หนอง​ขาม​

​เปิดป้ายอาคารเรียนและการปฏิบัติ​การ ณ วิทยาลัย​เทคนิค​พิมาย​

นายยศพล เวณุโกเศศ รองเลขาธิการ​คณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าว​ว่า การเปิดอาคารเรียนถือเป็นการเปิดประตูสู่แหล่งเรียนรู้เพื่อต้อนรับผู้ที่สนใจ โดยมุ่งหวังให้เป็นสถานที่ซึ่งนักเรียน นักศึกษา และประชาชน ได้มาศึกษาหาความรู้ พบปะแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ และจัดกิจกรรมทางวิชาการที่จะสร้างแรงบันดาลใจ นิสัยการเรียนรู้ และการแบ่งปันความรู้ โดยอาคารเรียนและปฏิบัติการ 4 ชั้น ขนาดพื้นที่ใช้สอย 1,920 ตารางวา ได้รับงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563​ วงเงิน 19,000,000 บาท

รมช.ศึกษา​ธิการ​ กล่าวว่า รู้สึก​ยินดีที่ได้เห็นความพร้อมเพรียงของทุกภาคส่วน ที่เห็นความสำคัญของการศึกษา ให้เยาวชนในอำเภอ​พิมายและพื้นที่​ใกล้เคียง​ไม่ต้องเดินทางไกลไปเรียนในตัวจังหวัด จึงร่วมกันสนับสนุนสถานศึกษา​แห่งนี้ ถือเป็น​ความภาคภูมิใจของชาวนครราชสีมาในการสร้างบุคลากรสายอาชีพ

ปัจจุบันการพัฒนาทักษะผู้เรียนให้สอดคล้องกับการศึกษาในศตวรรษที่ 21 และการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว ทำให้เพียงแค่ความรู้ยังไม่เพียงพอ จากนี้ไปสถานศึกษาจะต้องเปลี่ยนครูจากผู้สอนมาเป็นพี่เลี้ยง สร้างบรรยากาศที่เหมาะสมให้เด็กมาโรงเรียนอย่างมีความสุข ได้เรียนสิ่งที่สนใจ โดยขอให้เน้นการเรียนรู้เพื่อให้มีสมรรถนะ มีความสามารถในการประกอบอาชีพที่ทันสมัย ตอบสนองต่อความต้องการของตลาดแรงงาน ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการก็ได้ต่อยอดโดยการสนับสนุนอาคารและอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ทันสมัยเช่นอาคารหลังนี้ เพื่อให้เยาวชน​ได้มีโอกาสเรียนรู้มากขึ้น เพราะอาชีวศึกษาคือคำตอบที่จะนำพาประเทศก้าวข้ามวิกฤตทุกอย่างไปได้ด้วยดี

ตรวจ​เยี่ยม​ศูนย์​การศึกษา​พิเศษ​ เขต​การศึกษา​ 11​ หน่วยบริการพิมาย

ต่อมาช่วงบ่าย รมช.ศึกษา​ธิการ​ เดินทาง​ไป​ตรวจ​เยี่ยม​การ​จัดการ​เรียน​การ​สอน​ ศูนย์​การศึกษา​พิเศษ​ เขต​การศึกษา​ 11​ จังหวัด​นครราชสีมา หน่วยบริการพิมาย​

ดร.รังสิสวุฒิ​ สุวรรณ​์โรจน์​ ผอ.ศูนย์​การศึกษา​พิเศษ​ เขต​การศึกษา​ 11​ จังหวัด​นครราชสีมา​ รายงานการดำ​เนิน​งานและสภาพปัญญา​โดยมีข้อเสนอแนะ​ว่า งบดำเนินงานค่าสาธารณูปโภคและค่าใช้สอยอื่น ๆ ได้เท่ากับศูนย์ฯ เขต และศูนย์จังหวัดอื่น ๆ ทั้งที่จังหวัดนครราชสีมา เป็นจังหวัดที่มีขนาดใหญ่ที่สุด ขณะ​เดียว​กันก็จำเป็นต้องมีหน่วยบริการ เพื่อเพิ่มโอกาสทางการศึกษาให้กับเด็ก เพราะการเดินทางจากที่หนึ่งไปยังที่หนึ่งมีระยะทางไกล ควรมีแบบมาตรฐาน หน่วยบริการจัดสร้าง และสนับสนุนที่เหมาะสม

นอกจากนี้​ ในเรื่องค่าอาหารยังไม่ครบถ้วน คือ เด็กนักเรียนหน่วยบริการได้ประมาณ 70% เด็กนักเรียนตามโครงการปรับบ้านเป็นห้องเรียนฯ ไม่ได้รับงบประมาณ ทั้งที่ผู้ปกครองมีใจในการพัฒนา รวมถึงงบประมาณที่ได้รับจัดสรรระบบคูปองการศึกษายังไม่เพียงพอกับความต้องการ

รมช.ศึกษา​ธิการ​ กล่าวขอบคุณทุกฝ่ายทั้งการร่วมมือกับตำรวจ พระสงฆ์ และองค์กรต่าง ๆ ที่เสียสละมาช่วยกันดูแลการศึกษาพิเศษโดยใช้หัวใจนำทาง เนื่องจากเด็กพิเศษเป็นผู้ที่ป่วยตลอดชีวิต จึงมีกิจกรรมที่ยากกว่าเด็กปกติและแตกต่างกันออกไป ขอเป็นกำลังใจให้กับคนทำงานทุกคน พร้อมแนะนำให้ใช้ธาราบำบัดเนื่องจากเด็กพิเศษจะรู้สึกอบอุ่น มั่นใจมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ ศูนย์การศึกษาพิเศษ เขตการศึกษา 11 จังหวัดนครราชสีมา จัดการศึกษาให้เห็นได้ชัดเจนว่า การศึกษาไทยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ขอบคุณโรงเรียนร่วม ที่ทำให้เด็กพิเศษเด็กพิการมีโอกาสเข้าสังคมปกติได้มากขึ้น ส่วนปัญหาเกี่ยวกับการจัดการศึกษานั้น ทางกระทรวงศึกษาธิการเห็นความสำคัญ และจะนำไปพิจารณาหาแนวทางสนับสนุนต่อไป

บรรยายในการประชุม​ผู้​บริหาร​สถานศึกษา เกี่ยวกับนโยบายการจัดการเรียนรู้​วิทยาการคำนวณและ Coding ณ โรงเรียน​เพชร​หนอง​ขาม​

จากนั้น รมช.ศึกษา​ธิการ​ เดินทาง​ไป​เยี่ยมชมผลงานนักเรียน และบรรยายพิเศษ​ในการประชุม​ผู้​บริหาร​สถานศึกษา​ เพื่อรับทราบนโยบายการจัดการเรียนรู้​วิทยาการคำนวณ และ Coding ณ โรงเรียน​เพชร​หนอง​ขาม​

รมช.ศึกษา​ธิการ​ กล่าวในการบรรยาย​ตอนหนึ่งว่า รู้สึกยินดีที่ได้พบกับผู้บริหารสถานศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเขต 7 จังหวัดนครราชสีมา จำนวน 225 โรงเรียน ขอให้ผู้บริหารทุกคนมั่นใจว่าการศึกษาจะทำให้เราเป็นในสิ่งที่อยากเป็นได้ สามารถแก้ปัญหาและหาเลี้ยงชีพได้ ซึ่งการศึกษาจากนี้ต่อไปจะเป็นเรื่องใหม่ของทุกคน โดยรัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการ มีนโยบายการจัดการเรียนการสอน Coding ซึ่งนักเรียนทุกชั้นจะต้องได้เรียน เพราะ Coding คือคำตอบของชีวิต คือการปฏิรูปการศึกษาถึงตัวนักเรียนเป็นครั้งแรกของประเทศไทย และจำเป็นสำหรับทุกอาชีพเนื่องจากโลกสมัยใหม่ต้องการทักษะใหม่ คือการคิดวิเคราะห์อย่างมีเหตุมีผล เชิงวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ แก้ไขปัญหาเป็นขั้นเป็นตอน กล้าลงมือทำ ทำผิดทำใหม่ และอ่านเขียนอย่างมีวิจารณญาณ ทำให้เพิ่มมูลค่าของตนเองและเศรษฐกิจ การจัดการเรียนการสอน Coding ยิ่งทำมากก็จะยิ่งเข้มแข็ง ทำให้แก้ปัญหาที่ซับซ้อนได้มากขึ้น พร้อมเน้นย้ำว่าทุกคนต้องมี Coding​ และ STI เป็นพื้นฐานสำคัญของนักเรียนทั้งประเทศ จึงจะมีภูมิคุ้มกัน เพื่อนำพาประเทศชาติชนะในเวทีโลกต่อไป

ปารัชญ์ ไชย​เวช​ / สรุป
ทิพย์​สุดา ศรีษะแก้ว / ถ่ายภาพ​

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s