เสมา 1 ลงพื้นที่ ครม.สัญจร จ.กระบี่: ติดตามนโยบายการศึกษาพิเศษ พร้อมขยายศูนย์การศึกษาพิเศษให้ครบทุกอำเภอ ช่วยเหลือดูแลเด็กพิการ ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

เสมา 1 “ตรีนุช เทียนทอง” ลงพื้นที่ ครม.สัญจร จังหวัดกระบี่ ภาคบ่าย เยี่ยมนักเรียนพิการซ้อน สั่งขยายการปัดหมุดในโครงการ “ปรับบ้านเป็นห้องเรียน เปลี่ยนพ่อแม่เป็นครู” มอบนโยบาย สพฐ. เร่งตั้งหน่วยบริการของศูนย์การศึกษาพิเศษ ให้ครบทุกอำเภอ เพื่อช่วยเหลือและดูแลเด็กพิการทั่วไทย ตามนโยบายรัฐบาล “ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” พร้อมตรวจเยี่ยมโรงเรียนบ้านคลองม่วง ชื่นชมจุดเด่นของโรงเรียน ที่ใช้รูปแบบการบริหารโดยใช้ชุมชนเป็นฐาน ด้วยความร่วมมือกับภาคีเครือข่าย

นโยบายการศึกษาพิเศษ

วันนี้ (15 พ.ย. 2564) ที่จังหวัดกระบี่ – นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่เยี่ยมบ้านนักเรียน ตามโครงการ “ปรับบ้านเป็นห้องเรียน เปลี่ยนพ่อแม่เป็นครู” สังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ที่ได้จัดทำระบบสารสนเทศสถานศึกษาในการค้นหาเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ โดยใช้ Google Maps ปักหมุดสถานที่ (Location) ที่บ้านของนักเรียน พร้อมทั้งเพิ่มรายละเอียดข้อมูลพื้นฐาน และรูปภาพของผู้รับบริการลงในระบบ ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายวาระเร่งด่วน (Quick Win) ของ ศธ. ในการเพิ่มโอกาส ความเสมอภาค และความเท่าเทียมทางการศึกษาของประชากรวัยเรียนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในส่วนของเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ ได้มุ่งแก้ปัญหาให้เด็กพิการในวัยเรียนที่ไม่ได้รับการศึกษา เข้าสู่ระบบการศึกษา โดยปักหมุดบ้านเด็กพิการทั่วประเทศ และให้ความช่วยเหลือให้ครบทั้ง 3 ด้าน คือ ด้านการศึกษา ด้านคุณภาพชีวิต และด้านสุขภาพ

รมว.ศธ.กล่าวว่า วันนี้ได้ลงพื้นที่ติดตามจากการปักหมุด มาเยี่ยม “น้องหนูนา” หรือ ด.ญ.ปาลิตา บุตรสัน อายุ 6 ปี 6 เดือน ซึ่งเป็นเด็กพิการซ้อน* แรกเริ่ม โดยพบว่า มีความพิการซ้อนตั้งแต่กำเนิด และเข้ามารับบริการที่ศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดกระบี่ เมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา น้องหนูนาได้รับการประเมินคัดกรอง ตามแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล (Individual Education Program : IEP) ฟื้นฟูสมรรถภาพและทำกายภาพบำบัด จนสามารถปรับพฤติกรรมทางอารมณ์ พัฒนาการทางด้านร่างกายที่ดีขึ้น จนสามารถช่วยเหลือตนเองได้ จึงได้ปรับลดเวลามารับบริการที่ศูนย์ฯ สัปดาห์ละ 2 วัน ตามความสะดวกของผู้ปกครอง

*เด็กพิการซ้อน (Children with Multiple Disabilities) หมายถึง ความบกพร่องร่วมกันมากกว่า 1 ลักษณะที่เกิดขึ้นต่อบุคคล (Simultaneous impairments) อาทิเช่น บกพร่องทางสติปัญญาร่วมกับตาบอด หรือบกพร่องทางสติปัญญาร่วมกับความผิดปกติของกระดูกและกล้ามเนื้อ

จนกระทั่งเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด 19 ในปีการศึกษา 2564 ทางศูนย์ฯ จึงได้ปรับการเรียน โดยครูประจำชั้นได้ออกแบบกิจกรรมการเรียนการสอนที่เหมาะสมกับผู้เรียนเป็นรายบุคคล พร้อมติดต่อผู้ปกครองมารับสื่อ ใบงาน ชุดกิจกรรม แบบฝึก และก่อนการสอนครูประจำชั้นจะติดต่อสื่อสารกับผู้ปกครอง ผ่านแอปพลิเคชันไลน์และโทรศัพท์ แจ้งว่าจะสอนอะไรบ้าง ให้พ่อแม่เตรียมอุปกรณ์ พร้อมให้คำแนะนำผู้ปกครองในการฝึกผู้เรียนที่บ้าน ขณะเดียวกันครูไปเยี่ยมนักเรียนที่บ้าน สัปดาห์ละ 1 ครั้ง เพื่อสังเกตจากพฤติกรรม อารมณ์ และผลสำเร็จระหว่างการสอน รวมทั้งขอความร่วมมือผู้ปกครองรายงานผลการจัดการเรียนการสอนทุกวันจันทร์ เพื่อให้คำแนะนำและติดตามผลการเรียนร่วมกันอย่างใกล้ชิด

การลงพื้นที่ครั้งนี้ ทำให้เห็นสภาพจริงและความตั้งใจของครูและบุคลากรที่ทำงานในหน่วยบริการของศูนย์การศึกษาพิเศษ ซึ่งเป็นสถานที่ให้บริการทางการศึกษาแก่เด็กพิการ เด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ ตั้งแต่แรกเกิด หรือแรกพบความพิการ จนถึง 18 ปี ในชุมชนที่อยู่ห่างไกล ผู้ปกครองมีฐานะยากจนมีความยากลำบากในการเดินทางมาส่งบุตรหลานที่ศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัด ซึ่งปัจจุบัน สพฐ. ได้จัดตั้งหน่วยบริการของศูนย์การศึกษาพิเศษใน 76 จังหวัด จำนวน 624 หน่วยบริการ กระจายอยู่ทั่วประเทศ พร้อมทั้งได้ดำเนินงานตามโครงการ “ปรับบ้านเป็นห้องเรียน เปลี่ยนพ่อแม่เป็นครู” โดยมีกลุ่มเป้าหมายให้เด็กพิการ ซึ่งรับบริการที่บ้านแล้วมากกว่า 9,500 คนทั่วประเทศ

“ศธ.ให้ความสำคัญเรื่องการเพิ่มโอกาส ความเสมอภาค และความเท่าเทียมทางการศึกษาทุกช่วงวัยเป็นอย่างยิ่ง โดยในส่วนของการศึกษาพิเศษ เราจะเดินหน้าค้นหาเด็กที่ยังไม่ได้เข้าสู่ระบบการศึกษา เมื่อแรกพบจะส่งเสริม สนับสนุน ครูศูนย์การศึกษาพิเศษให้คำแนะนำพ่อแม่ผู้ปกครอง ในการสร้างความรู้ความเข้าใจในการดูแลช่วยเหลือเด็กพิการในช่วงที่อยู่ที่บ้าน สร้างความร่วมมือกับเครือข่ายระหว่างกลุ่มพ่อแม่ ผู้ปกครอง ครอบครัว และชุมชน

ทั้งนี้ ตนได้มีนโยบายให้ สพฐ. ขยายการจัดตั้งหน่วยบริการของศูนย์การศึกษาพิเศษให้ครบทุกอำเภอทั่วประเทศต่อไป พร้อมทั้งประสานให้ความช่วยเหลือครอบครัวเด็กพิการ ในด้านคุณภาพชีวิตกับพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) และสาธารณสุขจังหวัด (สธจ.) เป็นต้น เพื่อให้เด็กพิการได้รับการช่วยเหลือครบทั้ง 3 ด้าน คือ ด้านสุขภาพ ด้านการศึกษา ด้านคุณภาพชีวิต ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญของรัฐบาลที่จะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” รมว.ศธ. กล่าว

ตรวจเยี่ยมโรงเรียนบ้านคลองม่วง

จากนั้น รมว.ศธ.และคณะ ได้ตรวจเยี่ยมโรงเรียนบ้านคลองม่วง อำเภอเมืองกระบี่ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากระบี่ ติดตาม 3 มาตรการสำคัญรัฐบาล ชื่นชมโรงเรียนใช้รูปแบบการบริหารโดยใช้ชุมชนเป็นฐาน เผยข้อมูลภาคเรียนที่ 2/2564 โรงเรียน สพฐ. เปิดสอนแบบ On-Site แล้วกว่า 13,000 โรงเรียน

รมว.ศธ.กล่าวว่า ขณะนี้โรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ทั่วประเทศ จัดการเรียนการสอนแบบ On-Site ในภาคเรียนที่ 2/2564 แล้วกว่า 13,000 โรงเรียน โดยมีทั้งจัดการเรียนการสอนแบบชั้นเรียนปกติ แบบสลับชั้นมาเรียน แบบสลับวันคู่วันคี่ เป็นต้น ส่วนการตรวจ ATK นั้น จะตรวจเฉพาะโรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยง โดยโรงเรียนต้องประสานกับคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดในการตรวจคัดกรองด้วยชุดตรวจที่เป็นมาตรฐาน

อย่างไรก็ตาม เมื่อเปิดเรียนแบบ On-Site แล้ว ขอให้สถานศึกษาทุกแห่งปฏิบัติตาม 6 มาตรการหลัก 6 มาตรการเสริม และ 7 มาตรการเข้มสำหรับสถานศึกษาอย่างเคร่งครัด เช่น ตั้งจุดคัดกรองทุกคนก่อนเข้าโรงเรียน ทุกคนต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาภายในโรงเรียน จุดล้างมือ และการเว้นระยะห่าง เป็นต้น ทั้งนี้ตนไม่อยากให้กังวลการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ในคลัสเตอร์ของสถานศึกษา แต่สิ่งที่น่ากลัวคือการระบาดในคลัสเตอร์ของผู้ใหญ่

สำหรับการตรวจเยี่ยมโรงเรียนบ้านคลองม่วง เพื่อติดตามการดำเนินงานของโรงเรียน เกี่ยวกับมาตรการที่สำคัญของรัฐบาล 3 ด้าน คือ มาตรการการป้องกันและลดการแพร่ระบาดของโควิด 19, การจัดการเรียนการสอน และการจ่ายเงินเยียวยานักเรียน คนละ 2,000 บาท จากการสอบถาม พบว่าผู้ปกครองนักเรียนทุกคนได้มารับเงินด้วยตนเองที่โรงเรียนครบถ้วนแล้ว 100% โดยนำเงินที่ได้รับไปใช้เป็นค่าอินเทอร์เน็ต ค่าไฟฟ้า และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ซึ่งลดภาระในครอบครัวได้มาก

สำหรับการจัดการเรียนการสอน โรงเรียนบ้านคลองม่วง เป็นโรงเรียนประถมศึกษาขนาดกลาง สอนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล 1 ถึงประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 10 ห้องเรียน มีนักเรียนทั้งหมด 258 คน ครูและบุคลากร รวม 16 คน ซึ่งในพื้นที่บริการของโรงเรียนมีประชากร 756 ครัวเรือน รวม 2,950 คน ประชาชนได้รับวัคซีนแล้ว 96% ส่วนที่เหลือไม่ประสงค์ฉีดและมีโรคประจำตัว สำหรับนักเรียนที่มีอายุ 12 ปีขึ้นไป รวม 16 คน ฉีดวัคซีนแล้ว 13 คน คิดเป็น 81.25% ส่วนนักเรียนที่ยังไม่ได้ฉีด 3 คน ทางโรงเรียนได้ประสานกับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) บ้านคลองม่วง ในการให้ความรู้และคำแนะนำ เพื่อประกอบการตัดสินใจของผู้ปกครอง สำหรับครูและบุคลากรของโรงเรียนฉีดวัคซีนครบ 100% แล้ว

ขณะนี้โรงเรียนบ้านคลองม่วง ได้จัดการเรียนการสอนใน 3 รูปแบบ คือ เรียน Online 62.48% รูปแบบ On-Demand 26.37% และ On-Hand 11.15% โดยคาดว่าจะเปิดสอนแบบ On-Site ได้ในวันที่ 1 ธ.ค.นี้ และเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อม ทางโรงเรียนได้ร่วมกับชุมชน และ รพ.สต.บ้านคลองม่วง กำหนดมาตรการการป้องกันโควิด 19 ระหว่างเปิดภาคเรียน และแผนเผชิญเหตุเป็นอย่างดี

ส่วนผลการจัดการเรียนการสอนในรูปแบบต่าง ๆ ที่ผ่านมาพบว่า ระดับปฐมวัย เด็กมีพัฒนาการทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ ด้านร่างกาย ด้านอารมณ์จิตใจ ด้านสังคม และด้านสติปัญญา ในระดับที่ดี ส่วน ป.1-ป.6 นักเรียนอ่านออกเขียนได้ 87% และเรียนคิดเลขเป็น คิดวิเคราะห์ คิดสังเคราะห์ 82% จึงขอให้โรงเรียนและเขตพื้นที่การศึกษาเร่งยกระดับให้ทุกคนอ่านออกเขียนได้ 100% พร้อมทั้งย้ำให้ติดตามเด็กที่ออกเรียนกลางคันไป ว่าย้ายไปอยู่ที่ไหน ไปเรียนต่อหรือไม่ เพื่อนำเด็กเข้าสู่ระบบการศึกษาต่อไป

น่าชื่นชมจุดเด่นของโรงเรียนบ้านคลองม่วง คือ ใช้รูปแบบการบริหารโดยใช้ชุมชนเป็นฐาน ซึ่งได้ร่วมมือกับภาคีเครือข่าย ครู บุคลากร นักเรียน และบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เช่น การทำโรงแรมให้เป็นโรงเรียน โดยโรงแรมดุสิตธานี กระบี่ บีช รีสอร์ท ได้มีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนว่ายน้ำให้แก่นักเรียน กิจกรรมชุมนุมโดยให้มีวิทยากรของโรงแรมมาให้ความรู้นักเรียนเรื่องการจับจีบผ้า การพับผ้า ทักษะอาชีพแม่บ้าน พนักงานเสิร์ฟ อาหาร และภาษา ส่งผลให้ชุมชน ผู้ปกครองเกิดความเชื่อมั่น ศรัทธา ส่งนักเรียนมาเรียนเพิ่มขึ้น

การลงพื้นที่ครั้งนี้ มีผู้บริหารส่วนกลางลงพื้นที่ร่วมคณะ เช่น นายสุทธิชัย จรูญเนตร ที่ปรึกษา รมว.ศธ., นางสาวอรพินทร์ เพชรทัต เลขานุการ รมว.ศธ., นายสุภัทร จําปาทอง ปลัด ศธ., นายอัมพร พินะสา เลขาธิการ กพฐ., นายสุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการ กอศ., นายอรรถพล สังขวาสี เลขาธิการสภาการศึกษา, รศ.ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการ ก.ค.ศ., นายสุรศักดิ์ อินศรีไกร เลขาธิการ กศน., นายธนู ขวัญเดช รองปลัด ศธ., นายวัลลพ สงวนนาม รองเลขาธิการ กพฐ., นายธฤติ ประสานสอน ผู้ตรวจราชการ ศธ., นายประยูร หรั่งทรัพย์ รองเลขาธิการ กช.

เรียบเรียง/เผยแพร่/กราฟิก บัลลังก์ โรหิตเสถียร
ภาพ สมประสงค์ ชาหารเวียง

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

WordPress.com.

Up ↑

%d bloggers like this: