ศธ.ออก 2 มาตรการเร่งด่วนป้องกันและควบคุมโควิด 19 สำหรับสถานศึกษา และบุคลากรในสังกัด ย้ำหากผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอีก ต้องปรับการทำงานให้ปลอดภัยสูงสุด

(23 เมษายน 2564) นายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการเฉพาะกิจ ศูนย์อำนวยการช่วยเหลือสถานศึกษาประสบภัยพิบัติ กระทรวงศึกษาธิการ ตามมาตรการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดใหม่ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ครั้งที่ 4/2564 โดยมีผู้บริหารเข้าร่วมประชุมผ่านโปรแกรม Zoom Meeting ณ ห้องประชุมสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

ปลัด ศธ.กล่าวว่า ที่ประชุมเห็นชอบมาตรการที่สำคัญ 2 เรื่อง คือ มาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ของสถานศึกษาในสังกัด/ในกำกับ และมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ของบุคลากรในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ รายละเอียดดังนี้

เห็นชอบมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID–19) ของสถานศึกษาในสังกัดและในกำกับกระทรวงศึกษาธิการ

เห็นชอบมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID–19) ของบุคลากรในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ

ปลัด ศธ.กล่าวว่า หากสถานการณ์แนวโน้มการระบาดโรคโควิด 19 เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ศธ.กำลังศึกษาแนวทางความเป็นไปได้ที่จะดำเนินการปฏิบัติงาน ณ ที่พักอาศัย 100 % แต่เบื้องต้นอาจจะทดลองลดการปฏิบัติงานที่สำนักงานจากเดิม 10% เหลือ 5 % เป็นระยะเวลา 1 สัปดาห์ก่อน โดยจะเร่งหามาตรการรองรับโดยเร่งด่วนที่สุด ซึ่งอาจจะรวมถึงการปิดกระทรวง หรือปิดบางหน่วยงานที่มีความเสี่ยงสูง 3-5 วัน เพื่อทำการชำระล้างเชื้อโควิด 19 ให้หมดไป

ส่วนกรณีที่ปรากฎในข่าวว่า มีข้าราชการและบุคลากร ศธ.ติดเชื้อโควิด 19 นั้น รายข้าราชการธุรการ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ซึ่งมีอาการหนักขึ้นเรื่อย ๆ ศธ.ความห่วงใยมาก โดยได้ทำหนังสือไปถึงอธิบดีกรมการแพทย์ และประสานโดยตรงไปยังโรงพยาบาลวชิรพยาบาล เพื่อสอบถามความเป็นไปได้ในการหาเตียงพยาบาลเพื่อรักษาตัว กรณีนี้ทราบว่าข้าราชการดังกล่าวได้ไปเข้ารับการตรวจหาเชื้อ ที่รถตรวจโควิดเคลื่อนที่พระราชทาน ณ จุดตรวจตรอกข้าวสาร แต่เจ้าหน้าที่ไม่ได้ให้ใบรายงานผลตรวจห้องปฏิบัติการ เพียงแต่โทรมาบอกว่าติดเชื้อโควิด 19 ทำให้ไม่มีหลักฐานไปรับการรักษาต่อ ณ สถานพยาบาลต่าง ๆ เบื้องต้นจึงเร่งประสานหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปรักษาโดยเร่งด่วนที่สุดแล้ว อย่างน้อยก็ได้พักดูอาการที่โรงพยาบาลสนาม ระหว่างรอเตียงผู้ป่วยในโรงพยาบาลที่มีอุปกรณ์ทางการแพทย์ครบครัน และมีแพทย์เฉพาะทางต่อไป

อานนท์ วิชานนท์ / สรุป
สมประสงค์ ชาหารเวียง / ภาพ