ปลัด ศธ.เป็นประธานปิดการประชุม SEAMEO Congress 2021 ผ่านระบบการประชุมทางไกล

ปลัด ศธ. “สุภัทร จำปาทอง” เป็นประธานปิดการประชุม SEAMEO CONGRESS 2021 ผ่านระบบการประชุมทางไกล ย้ำประเทศไทย พร้อมเดินเคียงข้างประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อริเริ่มสิ่งใหม่ๆ ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมในยุคดิจิทัล และอิทธิพลของปัญญาประดิษฐ์ (AI)

เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2564 นายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานปิดการประชุม SEAMEO Congress 2021 ผ่านระบบการประชุมทางไกล โดยได้กล่าวขอบคุณผู้เข้าร่วมการประชุม ที่ได้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับความท้าทายของโลกที่มีความพลิกผัน และแผนการดำเนินงานของภูมิภาคในเรื่องการปรับเปลี่ยนรูปแบบของเสาการศึกษา ซึ่งจะทำให้ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สามารถก้าวไปสู่การบรรลุข้อริเริ่มใหม่ ๆ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ด้านการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรม ในยุคดิจิทัล รวมถึงการจัดเตรียมครูและผู้เรียนให้สอดคล้องกับยุคดิจิทัล และอิทธิพลของปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI)

ที่ผ่านมา ประเทศไทยและประเทศต่าง ๆ ต้องเผชิญกับการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ระลอกที่ 3 และระลอกที่ 4 ซึ่งเป็นช่วงเวลาสำคัญของนานาประเทศในการปฏิรูประบบการศึกษา เพื่อให้สามารถจัดการเรียนการสอนในสถานการณ์โควิด 19 และเตรียมความพร้อมสู่โลกอนาคตดิจิทัล

ปลัด ศธ.ได้เน้นย้ำว่า ประเทศไทยจะดำเนินพันธกิจอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งสนับสนุนองค์การซีมีโอและประเทศสมาชิก ในการดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์ใหม่ของซีมีโอ (พ.ศ.2564-2573) ตลอดจนเสริมสร้างความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้น เพื่อร่วมมือกันแก้ไขปัญหาของภูมิภาค อันจะนำไปสู่การกำหนดนโยบายและยุทธศาสตร์อย่างเป็นรูปธรรมต่อไป

ขอขอบคุณสำนักงานเลขาธิการซีมีโอ กระทรวงศึกษาธิการมาเลเซีย รวมทั้งสำนักงานยูเนสโก กรุงเทพฯ และหุ้นส่วนความร่วมมือของซีมีโอ ในการร่วมกันจัดประชุมในครั้งนี้ให้บรรลุผลสำเร็จ เชื่อมั่นว่า ประเทศสมาชิกในภูมิภาค จะสามารถก้าวไปข้างหน้าเพื่อเผชิญกับความท้าทายในโลกดิจิทัล โดยการพัฒนาและดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์ใหม่ของซีมีโอ

ภาพปลัด ศธ.บันทึกเทป เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2564

สรุป/เรียบเรียง – กลุ่มความร่วมมือระดับภูมิภาค
สำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ
สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ

‘ตรีนุช’ ไฟเขียว สพฐ. ปรับปฏิทินรับนักเรียนปี 2564 ใหม่

ศบค. เห็นด้วยเลื่อนเปิดภาคเรียนที่ 1/2564 วันที่ 1 มิ.ย. ให้ครู-บุคลากรทางการศึกษาพื้นที่สีแดง ฉีดวัคซีนก่อน ‘ตรีนุช’ ไฟเขียว สพฐ. ปรับปฏิทินสอบ ม.1, ม.4 ปีการศึกษา 2564 ใหม่ รับสถานการณ์โควิด 19 ขณะที่ สอศ.พร้อมรับเด็กอาชีวะเพิ่มเติม

น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 29 เม.ย.2564 ที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ชุดใหญ่ ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้รับทราบเรื่องการเลื่อนเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 จากวันที่ 17 พฤษภาคม 2564 เป็นวันที่ 1 มิถุนายน 2564 เนื่องจากสถานการณ์โดยรวมของการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ที่อาจมีความรุนแรงมากขึ้น

นอกจากนี้ ศบค. เห็นด้วยในหลักการตามที่ ศธ. ขอให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาในจังหวัดพื้นที่สีแดง เป็น Priority หรือลำดับความสำคัญแรก ๆ ที่จะได้รับวัคซีนป้องกันโควิด 19 เพราะเมื่อเปิดเทอมแล้ว ครูและบุคลากรทางการศึกษา ถือเป็นหนึ่งในกลุ่มของผู้ที่มีความเสี่ยงสูงจากการปฎิบัติงาน หากติดเชื้อขึ้นมา ย่อมมีโอกาสที่จะทำให้เชื้อแพร่กระจายไปสู่นักเรียนและผู้ปกครองอีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งการที่ครูและบุคลากรทางการศึกษา มีสิทธิ์ในการเข้าถึงวัคซีนได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึงนั้น จะนำไปสู่การสร้างภูมิคุ้มกัน ให้ครูมีความมั่นใจในการปฏิบัติงาน ตลอดจนสามารถกลับมาจัดการเรียนการสอนในห้องเรียนให้กับนักเรียนได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ

โดยกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เห็นว่า อาจต้องให้คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด พิจารณาโควตาวัคซีนที่จังหวัดได้รับ และครูในพื้นที่กรุงเทพฯ ควรได้รับการฉีดวัคซีนก่อน เพราะกรุงเทพฯ เป็นพื้นที่สีแดงเข้ม ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ดำเนินการปรับปฏิทินการรับนักเรียนสังกัด สพฐ. ปีการศึกษา 2564 โดยคำนึงถึงความปลอดภัยมากที่สุด

ดร.อัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กล่าวว่า สพฐ. ได้ปรับปรุงปฏิทินการรับนักเรียน ปีการศึกษา 2564 (ฉบับใหม่กรณีเปิดเทอม 1 มิ.ย. 64) โดยปรับตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด 19 จึงได้เลื่อนจากปฏิทินเดิม 2 สัปดาห์ ดังนี้

  • ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 เลื่อนการจับฉลากและประกาศผล เป็นวันที่ 15 พ.ค. รายงานตัว-มอบตัววันที่ 16 พ.ค.
  • ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 เลื่อนวันสอบเป็นวันที่ 22 พ.ค. คัดเลือกความสามารถพิเศษวันที่ 19 พ.ค. จับฉลากจากวันที่ 24 พ.ค. ประกาศผลภายในวันที่ 24 พ.ค. และมอบตัววันที่ 29 พ.ค.
  • ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 เลื่อนวันสอบเป็นวันที่ 23 พ.ค. คัดเลือกความสามารถพิเศษ วันที่ 19 พ.ค. ประกาศผลภายในวันที่ 25 พ.ค. รายงานและมอบตัวพร้อมกัน วันที่ 30 พ.ค.
  • โรงเรียนที่มีลักษณะพิเศษที่จัดสอนสำหรับเด็กพิการ/ผู้ด้อยโอกาส รับสมัครวันที่ 24-30 เม.ย. สอบ/คัดเลือก วันที่ 15-19 พ.ค. ประกาศผลภายในวันที่ 23 พ.ค. รายงานตัวและมอบตัวภายในวันที่ 29 พ.ค. ทั้งนี้ ผู้ที่ยังไม่มีที่เรียนยื่นความจำนงได้ในวันที่ 25-27 พ.ค. ประกาศผลวันที่ 29 พ.ค. และมอบตัววันที่ 30 พ.ค. 2564

นายสุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวว่า การรับนักเรียนนักศึกษาของวิทยาลัยในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ปีการศึกษา 2564 ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว โดยระหว่างวันที่ 1-16 พ.ค. นี้จะมีการรับรายงานตัวของนักศึกษา การเตรียมความพร้อมในด้านการจัดการเรียนรู้ การประชุมผู้ปกครอง และการปฐมนิเทศนักศึกษา ซึ่งทั้งหมดจะดำเนินการผ่านระบบออนไลน์ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ ยังมีบางวิทยาลัยสามารถรับนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) และประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ในบางสาขาวิชาเพิ่มเติมได้อีก ซึ่งวิทยาลัยจะแจ้งจำนวนที่ว่างที่ยังสามารถรับนักเรียนนักศึกษาเพิ่มเติมได้ในเร็ว ๆ นี้

มติ ก.ค.ศ. มีจิตอาสาช่วยโควิดใช้ประเมินประสิทธิภาพเพื่อเลื่อนเงินเดือนได้

‘ตรีนุช’ นั่งประธานบอร์ด ก.ค.ศ. คลอดมติ สร้างขวัญกำลังใจครู-บุคลากร ที่มีจิตสาธารณะ ช่วยเหลือชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากโรคโควิด19 ให้นำผลการปฏิบัติงานมาใช้ในการประเมินประสิทธิภาพการปฏิบัติงานเพื่อเลื่อนเงินเดือนประจำปีได้

วันนี้ (29 เม.ย.2564) ที่กระทรวงศึกษาธิการ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ในฐานะประธานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) เปิดเผยผลการประชุม ก.ค.ศ.ว่า ที่ประชุมได้พิจารณาเรื่องการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ในส่วนที่เชื่อมโยงกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด19 ที่ประเทศไทยมีอัตราผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจนมีแนวโน้มว่า โรงพยาบาลสนาม หรือสถานที่กักตัวในแต่ละจังหวัด ตลอดจนบุคลากรที่มีส่วนสนับสนุนทางการแพทย์ หรืออำนวยความสะดวกจะมีจำนวนไม่เพียงพอ

โดยขณะนี้ แต่ละจังหวัดเริ่มมีการขอรับการสนับสนุน หรือขอความช่วยเหลือในด้านต่าง ๆ จากหน่วยงานการศึกษา เช่น อาคารสถานที่ หรือบุคลากรที่เป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสังกัดต่าง ๆ ทำให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา อาจต้องปฏิบัติงานอื่นนอกเหนือจากการปฏิบัติงานหลักตามหน้าที่ที่มีอยู่

ที่ประชุม ก.ค.ศ.พิจารณาเรื่องดังกล่าวและมีมติว่า เพื่อเป็นการสร้างขวัญกำลังใจ ให้แก่ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ที่มีจิตสาธารณะ มีความตั้งใจที่จะช่วยเหลือสังคมและประเทศชาติให้ผ่านพ้นวิกฤตโควิด19 ครั้งนี้ไปด้วยกัน จึงเห็นควรให้สิทธิประโยชน์แก่ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาดังกล่าว โดยให้ถือว่า การปฏิบัติหน้าที่ในการให้การสนับสนุนและช่วยเหลือหน่วยงาน หรือชุมชนนั้น เป็นส่วนหนึ่งของการปฏิบัติงานที่สามารถนำไปใช้ในการประเมินประสิทธิภาพและประสิทธิผลการปฏิบัติงานเพื่อเลื่อนเงินเดือนประจำปีได้ โดยที่ประชุมมอบให้สำนักงาน ก.ค.ศ. ไปดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องตามมตินี้ต่อไป

อย่างไรก็ตาม การลงพื้นที่ช่วยเหลือชุมชน เป็นเรื่องของจิตอาสา หากพื้นที่ใดมีความเสี่ยงสูงมากในเวลานี้ ต้องพิจารณาโดยเน้นความปลอดภัย ลดการรวมกลุ่มคน และปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดเป็นสำคัญ

ภาพ สำนักงาน ก.ค.ศ.

เห็นชอบให้หน่วยงานส่วนกลาง และส่วนกลางที่ตั้งในภูมิภาค เข้ากฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการ ตามกรอบแนวทางของสำนักงาน ก.พ.ร.

(28 เมษายน 2564) กลุ่มพัฒนาระบบบริหาร สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (สป.ศธ.) จัดประชุมคณะทำงานทบทวนบทบาท ภารกิจ หน้าที่และอำนาจ และโครงสร้าง สป.ศธ. ผ่านโปรแกรม Zoom Meeting โดยนายธนู ขวัญเดช รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะประธานการคณะทำงาน เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยนางเกศทิพย์ ศุภวานิช ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ รองประธานคณะทำงาน โดยมีนายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และนางจันทวรรษ์ หรรษาภิรมย์โชค เป็นที่ปรึกษาคณะทำงาน

วัตถุประสงค์การประชุมในครั้งนี้ มุ่งเน้นให้หน่วยงานในสังกัด สป.ศธ. ทั้งในส่วนกลาง (หน่วยงานจัดตั้งตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ) ได้แก่ สํานักบูรณาการการศึกษา (สบศ.), กลุ่มขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติและการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.ศธ.), ศูนย์ประสานงานและบริหารการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศปบ.จชต.) และหน่วยงานส่วนกลางที่ตั้งอยู่ในภูมิภาค (ตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 19/2560) เข้ากฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการ สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงศึกษาธิการ

ในการนี้ ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้นำหน่วยงานดังกล่าวเข้ากฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการสำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงศึกษาธิการ โดยดำเนินการตามกรอบแนวทางของสำนักงาน ก.พ.ร.

ศธ.ขยายระยะเวลาการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและควบคุมโควิด19 ตามประกาศเดิม 3 ฉบับ ตั้งแต่ 1-31 พ.ค.2564

(28 เมษายน 2564) นายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ลงนามในประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง ขยายระยะเวลาการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ของกระทรวงศึกษาธิการ

โดยขยายระยะเวลาการปฏิบัติตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง มาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติคเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ของกระทรวงศึกษาธิการ ลงวันที่ 13 เมษายน พ.ศ.2564, ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง มาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ของบุคลากรในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ลงวันที่ 23 เมษายน พ.ศ.2564 และประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง มาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ของสถานศึกษาในสังกัดและในกำกับกระทรวงศึกษาธิการ ลงวันที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2564 ออกไปอีกครั้งหนึ่ง

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1-31พฤษภาคม พ.ศ.2564

ประกาศ ณ วันที่ 28 เมษายน พ.ศ.2564

นายสุภัทร จำปาทอง
ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
2 มาตรการเร่งด่วน ลงวันที่ 23 เมษายน 2564
ประกาศฯ ลงวันที่ 13 เมษายน 2564

“ตรีนุช” ถก “อนุทิน” ฉีดวัคซีนโควิด ครูกลุ่มเสี่ยง

รมว.ศึกษาธิการ ระดมข้อมูลหารือ รมว.สาธารณสุข จัดความสำคัญฉีดวัคซีนป้องกันโควิด19 ให้ครู-บุคลากรทางการศึกษาในพื้นที่สีแดงหรือมีความเสี่ยงสูงก่อน แจงครูเยี่ยมบ้านนักเรียนไม่จำเป็นต้องเดินทาง ใช้คุยโทรศัพท์-สื่อสารออนไลน์ได้ เพื่อความปลอดภัย

น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ ตนได้หารือกับ นายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (รมว.สธ.) เรื่องการฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ให้แก่ครู และบุคลากรทางการศึกษา ของกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งเป็นผู้ที่อยู่ใกล้ชิดกับนักเรียน นักศึกษา และประชาชน เพราะหากครูและบุคลากรทางการศึกษาติดเชื้อ อาจจะกลายเป็นซูเปอร์สเปรดเดอร์ ที่ส่งผ่านเชื้อไปยังผู้อื่นได้เป็นจำนวนมาก ก่อให้เกิดคลัสเตอร์ใหม่ ๆ ขึ้นมา โดยเบื้องต้นการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด19 ให้แก่ครูและบุคลากรทางการศึกษานั้น จะจัดลำดับความสำคัญ โดยให้ความสำคัญกับครูและบุคลากรที่อยู่ในจังหวัดที่เป็นพื้นที่สีแดงและมีความเสี่ยงสูงก่อน แต่ทั้งนี้จะต้องเป็นไปตามความสมัครใจของครูและบุคลากรทางการศึกษาด้วย ศธ.ไม่บังคับ

ขณะนี้ได้มอบหมายให้สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (สป.ศธ.) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) และ สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) สำรวจจำนวนครูและบุคลากรในแต่ละจังหวัด โดยจำแนกตามพื้นที่ที่มีความเสี่ยงตามประกาศของศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) เพื่อรวบรวมข้อมูลนำไปหารือกับ ศบค.ต่อไป

น.ส.ตรีนุช กล่าวด้วยว่า สำหรับกรณีที่มีผู้เสนอแนะให้ทบทวนนโยบายครูเยี่ยมบ้านนักเรียน เพื่อความปลอดภัยของทั้งครู นักเรียน และผู้ปกครองนั้น สามารถทำได้หลายวิธี ซึ่งในช่วงสถานการณ์วิกฤตการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด19 นี้ ครูไม่จำเป็นต้องลงพื้นที่ไปที่บ้านนักเรียนจริง ๆ ครูสามารถโทรศัพท์ หรือสื่อสารผ่านทางออนไลน์ หรือวิธีอื่น ๆ ที่สะดวกและปลอดภัย เพื่อพูดคุยสอบถามสร้างความอบอุ่นใจให้แก่นักเรียน ผู้ปกครอง รวมทั้งส่งเสริมการเรียนรู้ และการดูแลตนเอง ในช่วงที่ไม่ได้มาโรงเรียน

ภาพ : สำนักงานรัฐมนตรี

‘ประทิน เลี่ยนจำรูญ’ ครูอาชีวะหญิง จากวิทยาลัยเทคนิคพังงา ได้รับการคัดเลือกให้เป็นครูรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี คนที่ 4 ของไทย

คณะกรรมการมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี พิจารณาเห็นชอบการคัดเลือกครูผู้สมควรได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ครั้งที่ 4 ปี 2564 ‘ประทิน เลี่ยนจำรูญ’ ครูอาชีวะหญิง ผู้บุกเบิกนวัตกรรมการเรียนรู้ฐานวิทย์ ผู้อุทิศการทำงานเพื่อสร้างโอกาสแก่ลูกศิษย์และชุมชน

เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2564 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้มีการประชุมออนไลน์คณะกรรมการมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี โดยมีวาระการประชุมที่สำคัญคือ การพิจารณาให้ความเห็นชอบรายชื่อครูผู้สมควรได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ซึ่งเป็นรางวัลนานาชาติ ที่จัดมอบทุก ๆ 2 ปี ในประเทศอาเซียนและติมอร์-เลสเต ประเทศละ 1 คน สำหรับครั้งที่ 4 ปี 2564 นี้ มีครูที่ได้รับการคัดเลือกจาก 11 ประเทศ โดยมีคุณสมบัติสำคัญคือ เป็นครูผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงในชีวิตลูกศิษย์และมีคุณูปการต่อวงการศึกษา และมีกำหนดพิธีพระราชทานรางวัล ในวันที่ 29 ตุลาคมนี้

ครูรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี คนที่ 4 ของประเทศไทย มาจากการเสนอชื่อของศิษย์เก่า คือ น.ส.ประทิน เลี่ยนจำรูญ ครูอาชีวศึกษาผู้บุกเบิกนวัตกรรมการเรียนรู้ฐานวิทย์ ผู้อุทิศการทำงานเพื่อสร้างโอกาสแก่ลูกศิษย์และชุมชน เป็นครูผู้สอนวิชาการตลาดและเศรษฐศาสตร์ ระดับ ปวช. วิทยาลัยเทคนิคพังงา ผู้ร่วมบุกเบิกการเรียนรู้อาชีวศึกษาแนวใหม่ด้วยเทคโนโลยีฐานวิทยาศาสตร์ เป็นผู้สร้างหลักสูตรนวัตกรรมบูรณาการการเรียนสายวิทยาศาสตร์ สายศิลป์ และสายอาชีพ โดยใช้ Project based Learning เป็นกระบวนการเรียนรู้ที่สำคัญ นำนวัตกรรมที่ได้ไปต่อยอดในเชิงพาณิชย์ หรือการเป็นเจ้าของกิจการ และนำองค์ความรู้ลงสู่ชุมชนเพื่อจัดทำแผน “ชุมชนบางพัฒน์โฮมสเตย์” ทำให้ชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากสึนามิสามารถพลิกฟื้นความเป็นอยู่อย่างยั่งยืน และเป็นโมเดลขยายผลไปยังชุมชนอื่น ๆ รวมถึงแสวงหาโอกาสให้กับลูกศิษย์อยู่เสมอ เช่น เมื่อได้รับมอบหมายให้ดูแลโครงการทุนการศึกษา ก็ได้ลงพื้นที่เพื่อค้นหาเด็กที่ขาดโอกาสให้ได้เรียนต่อสายอาชีพทั้งในจังหวัดพังงาและจังหวัดใกล้เคียง ทำให้ตลอดระยะเวลา 31 ปีของความเป็นครูผู้ทุ่มเททุกลมหายใจเพื่อลูกศิษย์ จึงมีลูกศิษย์ประสบความสำเร็จในการประกอบอาชีพมารุ่นแล้วรุ่นเล่า

สำหรับครูที่ได้รับรางวัลคุณากร ปี 2564 จำนวน 3 ราย คือ น.ส.กล่อมจิต ดอนภิรมย์ ร.ร.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ ครูผู้เติมเต็มศักยภาพให้แก่ลูกศิษย์ที่หลากหลายวิธี โดยเชื่อว่าทุกคนเป็นดาวเด่นในตัวเอง  นายสิทธิชัย จันทร์คลาย ร.ร.บ้านไทยสามัคคี จ.สระแก้ว ครูผู้ใช้ศิลปะเพื่อปลุกความคิดสร้างสรรค์สู่การพัฒนาความถนัดของผู้เรียน และ นางสุมิตรา กลิ่นบุปผา ร.ร.บ้านหนองแดน สาขาบ้านโละโคะ จ.กำแพงเพชร แม่ครูที่ทำให้เด็กกลุ่มชาติพันธุ์อ่านออกเขียนได้ และไม่เคยทอดทิ้งนักเรียนและชุมชน

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้มีการนำเสนอโครงการส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาการเรียนรู้เด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร โครงการพูดอ่านเขียนไทย โรงเรียนในโครงการตามพระราชดำริ นำร่องในพื้นที่จังหวัดน่าน และราชบุรี โดยการประสานของสภากาชาดไทย มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา สถาบันอุดมศึกษา และหน่วยงานรัฐและเอกชน เพื่อให้ความสำคัญแก่นักเรียนที่อ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ คิดเลขไม่ได้ ซึ่งจะเริ่มดำเนินการนำร่องในพื้นที่จังหวัดน่าน และราชบุรี เพื่อสนับสนุนให้ครูในโรงเรียนสามารถสอนภาษาไทยได้ดีขึ้น โดยมีเครือข่ายครูมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรีและครูอาสาสมัครในพื้นที่ให้การหนุนเสริมผ่านสื่อการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับบริบท ควบคู่กับการพัฒนาสื่อการเรียนรู้และวิธีการสอนใหม่ ๆ เพิ่มเติมร่วมกับสถาบันอุดมศึกษา มุ่งช่วยให้นักเรียนที่ใช้ภาษาถิ่นเรียนรู้ภาษาไทยได้ดี นักเรียนที่เรียนรู้ช้า ได้รับการพัฒนาโปรแกรมการเรียนภาษาไทยได้ดีขึ้นทั้งทางวิทยุ โทรทัศน์ และสื่อดิจิตัลมีเดียอีกด้วย

ศธ.เลื่อนเปิดภาคเรียนที่ 1/2564 จากเดิม 17 พ.ค. เป็นวันที่ 1 มิ.ย.2564

กระทรวงศึกษาธิการ เลื่อนเปิดภาคเรียนที่ 1/2564 เป็นวันที่ 1 มิถุนายน 2564 หนีวิกฤตโควิด19 “ตรีนุช” ย้ำผู้บริหารทุกองค์กรหลักที่มีสถานศึกษา ให้เตรียมความพร้อมครู บุคลากร เลื่อนวันเปิดเทอมไม่กระทบต่อโอกาสและสิทธิของผู้เรียน

น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ ได้ประชุมหารือเรื่อง การเปิดภาคเรียนและการจัดการเรียนการสอนในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ร่วมกับปลัด ศธ., เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) และเลขาธิการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (เลขาธิการ กศน.) โดยที่ประชุมมีมติว่า จะเลื่อนการเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 จากวันที่ 17 พฤษภาคม 2564 เป็นวันที่ 1 มิถุนายน 2564 เนื่องจากสถานการณ์โดยรวมการแพร่ระบาดของโรคโควิด19 อาจจะมีความรุนแรงมากขึ้น และจะกระทบต่อการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนส่วนใหญ่ของสถานศึกษา ประกอบกับผู้ปกครองก็ได้แสดงความห่วงใยในบุตรหลาน

ศธ.จึงได้กำหนดแนวทางการดำเนินงาน เพื่อไม่ให้การเลื่อนวันเปิดภาคเรียนกระทบต่อโอกาสในการเรียนรู้และสิทธิของผู้เรียน ดังนี้

  • ช่วงเวลาจากวันที่ 17-30 พฤษภาคม 2564 ให้สถานศึกษา ครู และบุคลากร เตรียมความพร้อมในด้านอาคารสถานที่ การจัดการเรียนการสอน และอื่น ๆ เพื่อรองรับการเปิดภาคเรียน
  • สื่อสารและทำความเข้าใจกับผู้ปกครองในการเลื่อนวันเปิดภาคเรียน
  • ครู อาจไปเยี่ยมนักเรียน นักศึกษาที่บ้าน
  • จัดกิจกรรมเสริมให้แก่ผู้เรียน ซึ่งอาจใช้ระบบออนไลน์ หรือระบบอื่น ๆ ที่เหมาะสม โดยพิจารณาตามบริบทและประกาศของศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) และคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด

ทั้งนี้ ศธ.จะมีการประเมินสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด19 และประกาศของ ศบค. เป็นระยะ โดยจะให้การเลื่อนวันเปิดภาคเรียนกระทบต่อนักเรียน นักศึกษาน้อยที่สุด อย่างไรก็ตามสำหรับโรงเรียนที่อยู่นอกเขตเมือง ซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด19 ไม่มาก ก็สามารถเตรียมการจัดการเรียนการสอนในรูปแบบปกติเป็นหลักเช่นเดิม

ขณะนี้กระบวนการรับนักเรียนเข้าเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และมัธยมศึกษาปีที่ 4 ของโรงเรียนทั่วประเทศยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ และมีประมาณ 10,000 โรงเรียนที่ไม่สามารถดำเนินการรับนักเรียนตามปฏิทินการรับนักเรียนที่กำหนดไว้ ซึ่งเป็นอีกสาเหตุสำคัญที่จำเป็นต้องเลื่อนการเปิดภาคเรียน และการเลื่อนครั้งนี้ก็เลื่อนออกไปอีกเพียง 11 วัน โดยสถานศึกษาจะทำการจัดการเรียนการสอนชดเชยให้ครบตามหลักสูตร และกำหนดการปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 ให้เป็นไปตามปฏิทินเดิมที่กำหนดไว้ คือ วันที่ 11 ตุลาคม 2564

ที่ปรึกษา-เลขานุการ รมว.ศธ.เข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ

เมื่อวันจันทร์ที่ 26 เมษายน 2564 นายสุทธิชัย จรูญเนตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และนางสาวอรพินทร์ เพชรทัต เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ โดยมีผู้บริหารและข้าราชการให้การต้อนรับ ณ กระทรวงศึกษาธิการ

โดยในเวลา 09.09 น. ที่ปรึกษา รมว.ศธ. และเลขานุการ รมว.ศธ. ได้สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์พระพุทธรูปประจำกระทรวง พระพุทธบารมีศักดิ์สิทธิ์สยามิศรจักรี สัฏฐีอนุสรณ์ ศึกษาทรรังสรรค์ ศาลพระภูมิ และพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) จากนั้นเข้าห้องทำงาน ณ อาคารราชวัลลภ

ทั้งนี้ คณะรัฐมนตรีเห็นชอบแต่งตั้งข้าราชการการเมือง ตำแหน่งที่ปรึกษา รมว.ศึกษาธิการ และเลขานุการ รมว.ศึกษาธิการ ตามที่กระทรวงศึกษาธิการเสนอ เมื่อวันอังคารที่ 20 เมษายน 2564

รายละเอียด moe360.blog/2021/04/20/cabinet-resolution-2042564

นวรัตน์ รามสูต: สรุป/เรียบเรียง
ทิพย์สุดา ศรีษะแก้ว: ถ่ายภาพ
กลุ่มประชาสัมพันธ์ สร.: รายงาน
26/4/2564

คณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติ รับสมัครเยาวชนโครงการสร้างเด็กและเยาวชนต้นแบบ รู้ รัก สามัคคี และสำนึกความเป็นไทย

คณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติ รับสมัครเด็กและเยาวชน ที่มีอายุระหว่าง 15-25 ปี เพื่อเข้าร่วมโครงการสร้างเด็กและเยาวชนต้นแบบ รู้ รัก สามัคคี และสำนึกความเป็นไทย เปิดรับสมัครทางออนไลน์ตั้งแต่วันที่ 1 – 30 เมษายน 2564 รายละเอียดตาม QR Code หรือ facebook.com/dekshowd2021

WordPress.com.

Up ↑