ยอดลงทะเบียนหนี้ครูกว่า 4 หมื่นคน 70 สหกรณ์ครูลดดอกเบี้ยสูงสุด 1% ส่งเม็ดเงินเข้าระบบ 2.2 พันล้านบาท

ภายใต้นโยบายของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่กำหนดให้ปี 2565 เป็นปีแห่งการแก้ไขปัญหาหนี้สินครัวเรือน กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้ขับเคลื่อนโครงการ “สร้างโอกาสใหม่ให้ครูไทย” เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ที่มียอดหนี้มูลค่ารวมกว่า 1.4 แสนล้านบาท ซึ่งภายหลังปิดรับการลงทะเบียนให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาแจ้งความประสงค์เข้าสู่ขั้นตอนกระบวนการแก้ไขปัญหาหนี้สินทางระบบออนไลน์ เป็นระยะเวลา 1 เดือน ตั้งแต่วันที่ 14 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มีจำนวนผู้ลงทะเบียนรวมทั้งสิ้น 41,128 ราย เป็นยอดหนี้รวม 58,835,199,322 บาท

26 เมษายน 2565 – นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวถึงความคืบหน้าของโครงการว่า ศธ.มุ่งมั่นที่จะสร้างชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีของครูและบุคลากรทางการศึกษาให้ได้มากที่สุด เพื่อให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ในการเรียนการสอนของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด การแก้ไขปัญหาหนี้สินครูจึงเป็นนโยบายเร่งด่วนที่จะต้องผลักดันให้เกิดผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม

“กระทรวงศึกษาธิการ เชื่อมั่นว่า หากคุณครูทุกคนได้รับการยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ลดข้อกังวลเกี่ยวกับการดำเนินชีวิตประจำวัน หรือสามารถขจัดให้หมดสิ้นไป ครูจะสามารถใช้เวลาทุ่มเทให้กับการเรียนการสอน เพื่อการพัฒนาลูกหลานและเยาวชนไทยเต็มที่ ให้ครูสามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ อย่างน้อยต้องมีเงินเหลือไว้ใช้จ่ายไม่ต่ำกว่าร้อยละ 30 ของเงินเดือน” นางสาวตรีนุชกล่าว

ทั้งนี้ แนวทางที่ ศธ.ได้ดำเนินการไปแล้วนั้น ได้ประสานขอความร่วมมือกับสหกรณ์ออมทรัพย์ครูทั่วประเทศ 108 แห่ง เพื่อขอลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ให้ครูที่เป็นสมาชิก ซึ่งขณะนี้ได้รับความร่วมมือจากสหกรณ์ออมทรัพย์ครูทั้งสิ้น 70 แห่ง สามารถลดดอกเบี้ยลงได้ระหว่างร้อยละ 0.05-1.0 มีครูที่ได้รับผลประโยชน์ 463,072 ราย สามารถส่งเงินคืนกลับเข้ากระเป๋าคุณครู 2,262 ล้านบาท สร้างการเงินหมุนเวียนของเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจของประเทศได้ทันที

“มีหลายสหกรณ์ออมทรัพย์ครูที่ลดดอกเบี้ยให้ 1% ทำให้คุณครูมีเงินใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเกือบ 15,000 บาท ซึ่งเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตได้เพิ่มมากขึ้นอย่างชัดเจน เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นได้ว่า เพื่อนครูพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือเพื่อนครูด้วยกัน เป็นวัฒนธรรมที่ดีงามในสังคมของข้าราชการในกระทรวงศึกษาธิการ” นางสาวตรีนุชกล่าว

สำหรับจำนวนผู้ลงทะเบียนเพื่อเข้าร่วมโครงการจำนวน 41,128 ราย มียอดหนี้รวม 58,835,199,322 บาท นั้น ข้อมูลทั้งหมดได้ส่งต่อให้กับ “สถานีแก้หนี้” ในระดับเขตพื้นที่การศึกษาเป็นที่เรียบร้อย ซี่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นนายสถานีแก้หนี้ กำลังวิเคราะห์ข้อมูล และเชิญลูกหนี้รายบุคคลมาหารือถึงแนวทางแก้ไข และพร้อมจะทำหน้าที่เป็นคนกลางในการเจรจาไกล่เกลี่ยกับเจ้าหนี้ในแนวทางที่ได้รับความเห็นชอบร่วมกันทั้งของลูกหนี้และเจ้าหนี้ ซึ่งหากสามารถรวมยอดหนี้ของครูรายบุคคลมาไว้ที่แห่งเดียว จะช่วยแก้ไขปัญหาได้อย่างสะดวก และสามารถบริหารจัดการได้ง่ายขึ้น

มีหลายสหกรณ์พร้อมจะรวบยอดหนี้มาไว้ที่เดียว แต่ติดขัดเงินหมุนเวียนที่จะใช้สนับสนุน ซึ่ง ศธ.ได้สำรวจความต้องการสินเชื่อเบื้องต้น พบว่ามี 27 สหกรณ์ที่ต้องการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) วงเงินรวมประมาณ 54,000 ล้านบาท ซึ่งจะต้องตรวจสอบความต้องการที่แท้จริงอีกครั้ง แต่ก็ได้ประสานกับธนาคารออมสินเพื่อขอรับการสนับสนุนไว้ เบื้องต้นทราบว่าได้เตรียมเงินสนับสนุนไว้แล้ว 5,000 ล้านบาท

นอกจากนี้ ศธ.ได้เร่งจัดหาแหล่งเงินกู้ผ่านสถาบันการเงินอื่น ๆ เพิ่มเติม โดยมีสหกรณ์ออมทรัพย์ครู 1-2 แห่ง ที่มีผลการดำเนินงานที่ดี พร้อมให้เพื่อนสหกรณ์ด้วยกันกู้อีก 200 ล้านบาท และประสานไปยังกรมส่งเสริมสหกรณ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อขอรับการสนับสนุนเงินกู้จากสหกรณ์ต่าง ๆ ทั่วประเทศอีกด้วย รวมถึงการหารือกับธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อประสานขอรับการสนับสนุนจากธนาคารพาณิชย์อื่น ๆ เพิ่มเติม

รมว.ศธ. กล่าวด้วยว่า การควบคุมการอนุมัติเงินกู้ใหม่ของครูและบุคากรทางการศึกษา ยังต้องมีความเข้มงวดอย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาหนี้สินเข้าสู่ระบบมากขึ้น โดยบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด ยินดีสนับสนุนให้นายสถานีแก้หนี้สามารถประสานติดต่อเพื่อขอตรวจสอบยอดเงินกู้ของครูได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ขณะเดียวกันการอบรมคุณครูเพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจด้านการเงินเป็นสิ่งที่ต้องดำเนินการควบคู่กัน ซี่งมีเป้าหมายที่จะอบรมครูให้ได้ 100,000 คน ภายในเดือนสิงหาคมนี้  และจะนำหลักสูตรทางการเงินเป็นหลักสูตรหลักสำหรับการพัฒนาบุคลากรครูอีกด้วย ส่วนครูที่ได้รับการบรรจุใหม่ในปีการศึกษา 2565 ทุกคนจะต้องได้รับการอบรมหลักสูตรทางการเงินก่อนการปฏิบัติหน้าที่  เพื่อเป็นการปลูกฝังความรู้ความเข้าใจ และระเบียบวินัยทางการเงินตั้งแต่ต้นทาง

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

WordPress.com.

Up ↑

%d bloggers like this: