ศธ.จัดเต็มเปิดกล่องของขวัญปีใหม่ 2565 เติมความสุข สร้างรอยยิ้ม “นักเรียน-นักศึกษา-ประชาชน” ปีเสือทอง

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ฉบับส่งท้ายปีเก่า 31 ธันวาคม 2564 เผยแพร่บทความ “ศธ.จัดเต็มเปิดกล่องของขวัญปีใหม่ 2565 เติมความสุข สร้างรอยยิ้ม “นักเรียน-นักศึกษา-ประชาชน” ปีเสือทอง”

นับถอยหลังอีกเพียงชั่วข้ามคืนก็จะก้าวสู่ศักราชใหม่ 2565 “ปีเสือทอง”

กระทรวงศึกษาธิการ หรือ ศธ. ภายใต้การนำของ “ตรีนุช เทียนทอง” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้จัดหนักจัดเต็ม ระดมแพ็กเกจของขวัญปีใหม่ 6 โครงการสำคัญที่หน่วยงานในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ระดมสรรพกำลังดำเนินการในช่วงตลอดปีขาลเพื่อเติมเต็มความสุขให้แก่นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไปกันแบบจุใจ สร้างสังคมไทยให้เป็นสังคมที่เปี่ยมไปด้วยความสุข มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ตามนโยบายของรัฐบาลภายใต้การนำของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ประกาศชัด “จะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง”

สารพัดของขวัญที่ ศธ.ระดมกันมานั้น มีอะไรกันบ้างมาเปิดดูกันเลย…

เริ่มที่…โครงการที่ 1 ศธ.ห่วงใยนำนักเรียนกลับสู่ห้องเรียน

ปูพรมเปิดปฏิบัติการค้นหา ติดตามเด็กตกหล่นและออกกลางคันกลับเข้าสู่ระบบการศึกษา ด้วยการบูรณาการระหว่างหน่วยงานในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ คือ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) โดยสถานศึกษาในสังกัดทุกแห่ง และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั้ง 255 เขต “ปักหมุด” ค้นหาและติดตามเด็กตกหล่นและออกกลางคันกลับเข้าสู่ระบบการศึกษา ให้ได้รับการศึกษา อย่างมีคุณภาพและศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น รวมทั้งสร้างระบบเครือข่ายการส่งต่อข้อมูลสารสนเทศทางการศึกษาของเด็กตกหล่นและออกกลางคันที่กลับเข้าสู่ระบบการศึกษา และนำไปใช้ในการบริหารจัดการ อย่างมีประสิทธิภาพ

ขณะเดียวกัน สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) ก็ได้เดินหน้าปักหมุดบ้านคนพิการและผู้ด้อยโอกาส อายุ 18 ปีขึ้นไป จำนวน 12,649 คน ได้เข้าสู่ระบบการศึกษา โดยครู กศน.ตำบล ลงพื้นที่สำรวจความต้องการของผู้พิการและผู้ด้อยโอกาสทางการศึกษา และนำข้อมูลเข้าสู่ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ caper พร้อมปักหมุดทุกบ้าน เพื่อจัดการศึกษาและการเรียนรู้ให้กับผู้พิการและผู้ด้อยโอกาสในสถานศึกษาสังกัด กศน. อย่างเหมาะสมตามศักยภาพและความต้องการจำเป็น และสามารถศึกษาต่อในระดับสูงขึ้น รวมทั้งสามารถประกอบอาชีพ มีงานทำ พึ่งพาตนเองได้ โดยเริ่มดำเนินการนำร่องไปเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2564 ณ จังหวัดระนอง และในช่วงระหว่างวันที่ 2 ธันวาคม 2564 ถึงวันที่ 7 มกราคม 2565 ดำเนินการต่อยอดขยายผลสู่ 18 จังหวัด ประกอบด้วย ชัยนาท ปทุมธานี กาญจนบุรี เพชรบุรี พัทลุง ปัตตานี ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี สระแก้ว อุดรธานี นครพนม ขอนแก่น นครราชสีมา ศรีสะเกษ ลำปาง พะเยา สุโขทัย และกำแพงเพชร

โครงการที่ 2 อาชีวะอาสา ร่วมด้วยช่วยประชาชน เทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2565

อาชีวะอาสา ออกบริการประชาชนช่วงเทศกาลปีใหม่ตลอด 24 ชั่วโมง ระหว่างวันที่ 29 ธันวาคม 2564 ถึงวันที่ 4 มกราคม 2565 โดยสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) เปิด 242 ศูนย์บริการจุดพักรถ-พักคน บนถนนสายหลักและสายรองทั่วประเทศ โดยกิจกรรมพักรถ ได้แก่ บริการตรวจสภาพรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และ กิจกรรมพักคน ได้แก่ บริการสอบถามข้อมูลเส้นทาง สถานที่ท่องเที่ยว ที่พัก ร้านอาหาร และอื่น ๆ รวมทั้ง ให้บริการที่นั่งพักผ่อน บริการน้ำดื่ม กาแฟ ผ้าเย็น เป็นต้น

โครงการที่ 3 ศ.ค.ส. “ ศึกษาธิการส่งความสุข ” ให้น้องปีที่ 3

โดยโครงการนี้สำนักงาน กศน.จังหวัดทุกแห่ง รวมกทม. และ กศน.อำเภอ/เขต จะส่งมอบความสุข ด้วยการมอบสิ่งของ อาทิ ของเล่น อุปกรณ์การเรียน อุปกรณ์กีฬา เครื่องนุ่งห่ม ชุดกีฬา ขนม อาหารแห้ง ให้แก่น้องๆ เด็กด้อยโอกาส และผู้สูงอายุ ในพื้นที่ห่างไกล ทุรกันดาร และชายแดน จำนวน 46,400 คน ระหว่างวันที่ 17 ธันวาคม 2564 ถึงวันที่ 8 มกราคม 2565

โครงการที่ 4 อาชีวะ สร้างโอกาสทางการศึกษาให้เยาวชนเพื่อผลิตกำลังคนของประเทศ “อาชีวะอยู่ประจำ เรียนฟรี มีอาชีพ”

ซึ่ง สอศ.จะมอบทุนเรียนฟรีต่อเนื่อง 3 ปี มีหอพัก อาหาร 3 มื้อ ให้นักเรียนที่จบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ได้เรียนต่อระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ในสถานศึกษาสังกัด สอศ. 86 แห่ง จำนวน 5,000 คนทั่วประเทศ

โครงการที่ 5 ศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชน เพื่อลดรายจ่ายให้แก่ประชาชน ผ่านแอปพลิเคชัน “ช่างพันธุ์ R อาชีวะซ่อมทั่วไทย”

ทีมช่างพันธุ์ R อาชีวะจิตอาสา จาก 100 ศูนย์ Fix it Center ทั่วไทย จะเดินสายออกให้บริการซ่อมถึงบ้านฟรี โดยประชาชนสามารถใช้บริการผ่านแอปพลิเคชัน “ช่างอาชีวะ” (ช่างพันธุ์ R อาชีวะซ่อมทั่วไทย) ทำให้มีความสะดวก รวดเร็ว ลดเวลา ลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ไม่ต้องนำเครื่องมือและอุปกรณ์ที่ไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้มาที่ศูนย์บริการ อีกทั้งยังสอดคล้องกับสภาพสังคม และ วิถีชีวิตยุค New Normal และยังเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดี สร้างความภาคภูมิใจให้แก่ผู้เรียนที่ใช้ทักษะจากการลงมือปฏิบัติช่วยเหลือประชาชน และสามารถสร้างอาชีพได้ในอนาคต

ปิดท้าย โครงการที่ 6. ฝึกอบรมอาชีพระยะสั้น Re–Skill, Up-Skill และ New-Skill แก่นักเรียน นักศึกษา ผู้ปกครองและประชาชน

ซึ่งโครงการนี้เป็นการผนึกกำลังบูรณาการการดำเนินงานร่วมกันระหว่าง สอศ. กศน. สพฐ. และ สช. ในพื้นที่ โดยศูนย์พัฒนาอาชีพและการเป็นผู้ประกอบการ กระทรวงศึกษาธิการ ประจำจังหวัด (Ministry of Education Career and Entrepreneurship Center) หรือ ศูนย์ CEC ของ สอศ. ใน 77 จังหวัด เดินหน้าจัดฝึกอบรมวิชาชีพระยะสั้น Re-Skill, Up-Skill และ New-Skill แก่นักเรียน นักศึกษา ผู้ปกครอง และประชาชน จำนวน 38,500 คน ดำเนินการตั้งแต่บัดนี้ถึงสิ้นเดือนมกราคม 2565 ขณะเดียวกัน กศน.อาชีพ โดยศูนย์ฝึกอาชีพชุมชน จำนวน 928 กลุ่ม จะจัดฝึกอบรมอาชีพระยะสั้นและการเป็นผู้ประกอบการให้แก่ประชาชน จำนวน 10,208 คน ฟรี 1 สัปดาห์ 1 อำเภอ 1 อาชีพ ดำเนินการระหว่างวันที่ 4-10 มกราคม 2565

ต้องถือว่าของขวัญปีใหม่ที่กระทรวงศึกษาธิการ จัดให้ประชาชนในปีนี้ ให้ความสำคัญอย่างยิ่งในการเสริมสร้างโอกาสทางการศึกษาให้เด็ก เยาวชน และประชาชน ภายใต้แนวคิด “การศึกษาไทยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” อย่างแท้จริง

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

WordPress.com.

Up ↑

%d bloggers like this: