ศธ.ประชุม ผจก.สหกรณ์ออมทรัพย์ครูภาคใต้ ที่นครศรีธรรมราช แก้ปัญหาหนี้สินครู โดยใช้สหกรณ์ออมทรัพย์ครูต้นแบบเป็นฐาน

(21 ธันวาคม 2564) นายสุทธิชัย จรูญเนตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) พร้อมด้วยคณะกรรมการฯ เช่น นายสุภัทร จำปาทอง ปลัด ศธ. (รองประธานฯ), นายสุทิน แก้วพนา รองปลัด ศธ., นายวัลลพ สงวนนาม รองเลขาธิการ กพฐ., นายทวีสิทธิ์ ใจห้าว ผู้อำนวยการสำนักตรวจราชการและติดตามประเมินผล สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ, นายสุภชัย จันปุ่ม ผู้อำนวยการ สคบศ.สป. ตลอดจนผู้แทนธนาคารแห่งประเทศไทย (นายขจร ธนะแพสย์), ผู้แทนธนาคารออมสิน (นายพิเชฐ), กรมส่งเสริมสหกรณ์ (นายไพฑูรย์ ชนะชู), บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (นายสุรพล โอภาสเสถียร : ประชุมออนไลน์), ผู้จัดการสหกรณ์ สอ.ครูสมุทรปราการ (น.ส.สุนิษา ยามี: ประชุมออนไลน์) ประชุมชี้แจงและหารือโครงการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยใช้สหกรณ์ออมทรัพย์ครูต้นแบบเป็นฐาน ร่วมกับผู้จัดการ/ผู้แทนสหกรณ์ออมทรัพย์ครู ในพื้นที่ภาคใต้ ณ โรงแรมทวินโลตัส นครศรีธรรมราช

นายสุทธิชัย จรูญเนตร กล่าวว่า สหกรณ์ออมทรัพย์ (สอ.) ครูภาคใต้ ค่อนข้างมีความเข้มแข็ง แข็งแรง จากการหารือครั้งนี้จะได้แลกเปลี่ยนแนวทางแก้ไขปัญหาหนี้สินครูร่วมกัน อาจจะนำไปเป็นต้นแบบให้ สอ.ครูอื่น ๆ ด้วย เพราะปัญหาหนี้สินครูเป็นปัญหาที่สะสมมาเป็นเวลานาน ทั้งนี้ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ให้ความสำคัญของการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา จึงได้มอบหมายให้ ศธ. ร่วมกันกำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหา โดยมีเป้าหมายให้ครูได้ชำระหนี้ในอัตราดอกเบี้ยต่ำ หรือการรวมหนี้ครูมาไว้ในสถาบันการเงินแหล่งเดียว รวมทั้งกำหนดมาตรการที่เหมาะสมกับการผ่อนชำระหนี้ให้ได้มากที่สุด

เบื้องต้น ศธ.ได้กำหนดโครงการแก้ปัญหาระยะแรก ได้เชิญสหกรณ์ออมทรัพย์ครู 2 แห่ง ซึ่งเป็นต้นแบบ คือ สมุทรปราการ และกำแพงเพชร มาเล่าให้ฟังถึงวิธีการแก้ปัญหา จากนั้นถอดบทเรียนการแก้ปัญหา ซึ่งทำให้เห็นว่าตรงกับมาตรการที่คณะกรรมการคิดไว้เช่นกัน จนกระทั่งได้ขยายเป็นระยะที่สอง ที่เปิดรับสมัครสหกรณ์ออมทรัพย์ครูทั่วประเทศเข้ามาร่วมโครงการ โดยจะเปิดรับสมัครเพิ่มเติมจนถึงเดือนธันวาคมนี้ เพื่อพิจารณาแนวทางที่เหมาะสมในการดำเนินการ และขยายผลการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมภายในปี 2565 ต่อไป

นายสุทิน แก้วพนา กล่าวว่า ปัจจุบันครู 9 แสนคนทั่วประเทศ หรือประมาณร้อยละ 80 มีหนี้สินรวมกันกว่า 1.4 ล้านล้านบาท โดยเจ้าหนี้รายใหญ่ที่สุด คือ สหกรณ์ออมทรัพย์ครู เป็นจำนวน 8.9 แสนล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 64 รองลงมาคือ ธนาคารออมสิน จำนวน 3.49 แสนล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 25 ของหนี้สินครูทั้งหมด สาเหตุของปัญหาหนี้สิน เช่น เกิดจากข้อตกลงระหว่างเจ้าหนี้และลูกหนี้ เจ้าหนี้เป็นฝ่ายกำหนดอาจเป็นข้อตกลงที่เอาเปรียบลูกหนี้ที่ต้องยอมรับเพราะไม่มีทางเลือก ลูกหนี้ไม่มีวินัยทางการเงินหรือใช้จ่ายเกินตัว ฯลฯ

แนวทางแก้ปัญหา ศธ.จะพิจารณาร่วมกับสหกรณ์ออมทรัพย์ครูทั่วประเทศที่เข้าร่วมโครงการ เกี่ยวกับขอบเขตการดำเนินงานแก้ปัญหาหนี้สินครู เช่น

  • ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก ของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูให้ต่ำลงไม่เกิน 3% เพราะปัจจุบันอยู่ที่ 3.5-4.5% ถือว่าสูงผิดปกติ ต้องกำหนดเพดานเงินฝากให้ต่ำลงเพื่อลดผลกระทบที่มีต่อเงินกู้
  • ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ ให้สอดคล้องกับสินเชื่อที่มีอัตราความเสี่ยงต่ำ 4.5-5.0%
  • จัดสรรผลกำไรมาเพิ่มเงินเฉลี่ยคืนเงินกู้ให้มากขึ้น ไม่น้อยกว่า 30% ของผลกำไร
  • นำเงินปันผลมาหักชำระหนี้เพื่อลดยอดหนี้รายเดือน
  • การบริหารความเสี่ยง การสร้างหลักประกันเงินกู้ การปรับลดบุคคลค้ำประกัน ปรับลดการซื้อประกันที่ไม่จำเป็นลง
  • การปรับโครงสร้างหนี้ เช่น แก้ไขระเบียบ/มติที่เป็นอุปสรรค การชะลอฟ้อง รวมหนี้จากทุกสถาบันการเงินมาไว้ที่ สอ.ครู ปรับโครงสร้างหนี้ใหม่ให้สมาชิกที่เตรียมเกษียณอายุราชการ กลุ่มที่ผิดนัดชำระหนี้ดำเนินการปรับยอดชำระขั้นต่ำมากกว่า 1% ต่อปีของยอดกู้ขึ้นไป โดยให้ชำระภายใน 240 งวด โดยตัดจ่ายเงินต้นก่อน ปรับลดการส่งค่าหุ้นรายเดือน
  • จัดทำฐานข้อมูลสมาชิกและการเชื่อมโยงฐานข้อมูลกับสถาบันการเงินและต้นสังกัด
  • ร่วมกับส่วนราชการต้นสังกัดหัก ณ ที่จ่าย ควบคุมยอดหนี้ไม่ให้เกินความสามารถในการชำระหนี้ของสมาชิกสหกรณ์ ให้มีเงินเดือนเหลือไม่น้อยกว่า 30%
  • สร้างระบบพัฒนาดูแลสมาชิก ให้ความรู้เสริมสร้างวินัยและการวางแผนทางด้านการเงิน การสร้างอาชีพเสริม ลดรายจ่าย เพิ่มการออม ไม่ก่อหนี้เพิ่ม

สำหรับการประชุมครั้งนี้ มีผู้บริหารจากส่วนราชการ ชี้แจงในประเด็นต่าง ๆ อาทิ

  • นายขจร ธนะแพสย์ ผู้แทนจากธนาคารแห่งประเทศไทย ให้แนวทางการบริหารจัดการสหกรณ์เพื่อแก้ไขปัญหาในประเด็นการยุบยอดหนี้ ปรับโครงสร้างหนี้ ปฏิรูปอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ การบริหารความเสี่ยง โดยเห็นว่าสินเชื่อตัดเงินเดือนของข้าราชการเป็นที่หมายปองของเจ้าหนี้ ครูผู้กู้ถือเป็นผู้มีอุปการะคุณสูงสุดของสหกรณ์ออมทรัพย์ สหกรณ์ออมทรัพย์หลายแห่งมีการปรับอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ต่ำกว่า 5% ธนาคารแห่งประเทศไทยพร้อมทำงานร่วมกันเพื่อช่วยแก้ปัญหาในเรื่องนี้
  • นายสุภัทร จำปาทอง ปลัด ศธ. กล่าวถึงปัญหาข้าราชการชั้นผู้น้อยที่มีรายได้ไม่มากนัก มีความจำเป็นในการใช้เงินไม่เหมือนกัน มาตรฐานการควบคุมตนเองก็ไม่เหมือนกัน วินัยการดูแลด้านการเงินจึงมีความจำเป็นสำหรับข้าราชการ
  • นายวัลลพ สงวนนาม รองเลขาธิการ กพฐ. กล่าวว่า สพฐ.ให้ความสำคัญในเรื่องนี้มาก เพราะเกี่ยวข้องกับคุณภาพชีวิตครูในสังกัด เรื่องที่ สพฐ. จะมีบทบาทเกี่ยวข้องโดยตรง 3 เรื่อง คือ การออกหนังสือรับรองเงินเดือน การตัดเงินเดือน และการเสริมสร้างวินัย ซึ่งร่วมแก้ไขปัญหาโดยสถานีแก้หนี้ครูระดับเขตพื้นที่การศึกษา ร่วมกับ สอ.ครู
  • นายสุรพล โอภาสเสถียร ผู้แทนบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด  ให้คำยืนยันถึงความพร้อมในการจัดเก็บและบริหารจัดการฐานข้อมูลหนี้สินร่วมกับ สอ.ครู โดยพร้อมสนับสนุนข้อมูลด้านเครดิตบูโรให้แก่สหกรณ์ฯ ฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่าย เพราะการทำงานครั้งนี้คือ ร่วมกันแก้ปัญหาหนี้สิน ไม่ให้มีหนี้เสีย
  • นายพิเชฐ ตัวแทนผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ให้แนวทางของธนาคารที่ผ่านมา เช่น สินเชื่อเพื่อพัฒนาชีวิตครู ขณะนี้มีเงินเหลือพอร์ตโครงการหมื่นกว่าล้าน หรือการรีไฟแนนซ์มาไว้ที่ สอ.ครู ที่ผ่านมาให้กู้ได้ 2 เท่าของเงินเดือนรายได้ เงินบำเหน็จตกทอด การกู้เงิน กบข. และความพร้อมการเป็นแหล่งเงินทุนให้ สอ.ครู ทุกแห่ง ในกรณีที่ขาดสภาพคล่อง
  • นายสุภชัย จันปุ่ม ผู้อำนวยการ สคบศ.สป. ให้แนวทางการเสริมสร้างวินัยทางการเงินและการออม โครงการครูยุคใหม่หัวใจพอเพียง การพัฒนาระบบ Khuru Online ที่มีหน่วยการเรียนรู้ด้านวินัยทางการเงินสำหรับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
  • นายไพฑูรย์ ชนะชู ผู้แทนกรมส่งเสริมสหกรณ์ ให้แนวทางการส่งเสริมและสนับสนุนกิจการสหกรณ์ ที่จะนำแนวทางจากการดำเนินงานร่วมกันของสหกรณ์ออมทรัพย์ครู ไปพิจารณาแนวทางที่สามารถปฏิบัติได้
  • น.ส.สุนิษา ยามี ผู้จัดการสหกรณ์ สอ.ครูสมุทรปราการ ให้แนวทางเกี่ยวกับแผนการแก้ไขหนี้สินครู เพื่อเป็นแนวทางและถอดบทเรียนในการบริหารจัดการของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูอื่น ๆ เช่น การใช้ฐานข้อมูลเพื่อวิเคราะห์ข้อมูลหนี้ของสมาชิก การแก้ปัญหาหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ ขณะนี้แก้ไขระเบียบว่าด้วยการให้เงินกู้แก่สมาชิก เช่น การหักเงินเดือนให้เหลือขั้นต่ำ 30% วางระบบพัฒนาและวิจัยเชิงระบบของสมาชิก การสร้างวินัยและวางแผนทางการเงิน การสร้างอาชีพเสริม การปรับโครงสร้างหนี้ โดยจะเปิดลงทะเบียนแก้ไขปัญหาหนี้สินให้สมาชิกในวันที่ 5 มกราคม 2565 โดยเฉพาะกลุ่มที่ต้องดำเนินการ คือ กลุ่มเงินเดือนติดลบ ที่วางเป้าดำเนินการใน 3 ปี เริ่มดำเนินการในปีแรกจำนวน 5% และเป็น 10% 15% ในปีถัดไปตามลำดับ รวมทั้งกลุ่มเงินเดือนเหลือไม่พอใช้ (น้อยกว่า 1,000 บาท หรือน้อยกว่า 30%) และกลุ่มไม่มีหนี้

สำหรับผู้จัดการ/ผู้แทน สอ.ครู ภาคใต้ 15 แห่ง ที่เข้าร่วมประชุมครั้งนี้ คือ สอ.ครูภูเก็ต กระบี่ พังงา สุราษฎร์ธานี สงขลา ยะลา นราธิวาส พัทลุง นครศรีธรรมราช ปัตตานี ตรัง ชุมพร สตูล (สอ.อาชีวศึกษาจังหวัดนครศรีธรรมราช และ สอ.ครูระนอง ติดภารกิจเร่งด่วน)

บัลลังก์ โรหิตเสถียร : สรุป
ปกรณ์ เรืองยิ่ง : ภาพ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

Website Built with WordPress.com.

Up ↑

%d bloggers like this: