หมวดหมู่
เสมา 2

“ครูกัลยา” มุ่งพัฒนาการศึกษาไทย สู้วิกฤตโควิด-19 เดินหน้าขับเคลื่อน 4 นโยบายการศึกษายุค New Normal

(14 มกราคม 2564) ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เผยปี 2564 เป็นปีแห่งความท้าทายของการศึกษาในรูปแบบใหม่ จากพฤติกรรมการเรียนรู้ที่เปลี่ยนแปลงไป เพื่อรับมือกับสถานการณ์วิกฤตโควิด-19 ที่ประเทศไทยและทั่วโลกกำลังเผชิญอยู่ ณ ขณะนี้

กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ภายใต้การกำกับดูแลของตนเอง จะขับเคลื่อนแนวนโยบาย 4 เรื่องหลัก คือ โค้ดดิ้ง, วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, การอ่านเขียนเรียนประวัติศาสตร์ผ่านการสื่อสารร่วมสมัย และอาชีวะเกษตร

1 นโยบายส่งเสริมการเรียนโค้ดดิ้ง (Coding)

การขับเคลื่อนทั้ง 4 นโยบายหลักในปีที่ผ่านมา นับว่ามีความสำเร็จและมีความคืบหน้าเป็นอย่างมาก แม้กระทั่งมีสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 โดยเฉพาะนโยบายส่งเสริมการเรียนโค้ดดิ้ง (Coding) ซึ่งในปี 2564 ยังเดินหน้าขับเคลื่อนการเรียนการสอนโค้ดดิ้งให้ได้มากที่สุด ซึ่งไม่เพียงแต่จะมุ่งเน้นการเรียนการสอนโค้ดดิ้งไปที่ครูและนักเรียนเท่านั้น แต่จะกระจายการเรียนรู้ให้ครอบคลุมทุกกลุ่ม ทุกอาชีพ และทุกช่วงวัย ภายใต้แนวคิด “Coding for All” รวมไปถึงได้สั่งเร่งจัดทำหลักสูตรโค้ดดิ้ง สำหรับคนตกงาน เพื่อรับมือกับวิกฤตโควิด-19 ช่วยประชาชนให้สามารถ คิด-วิเคราะห์-วางแผน หางานและรายได้ให้กับตัวเอง

ปีนี้ยังเป็นปีแห่งความท้าทายและการปรับตัวเข้าสู่การศึกษาในรูปแบบใหม่แบบ New Normal ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการมีหน้าที่จะต้องทำให้เด็กของเราได้เรียนรู้ในสิ่งที่เขาอยากเรียน ได้เรียนรู้ในสิ่งที่เขาสนใจ แต่ถึงกระนั้นก็ตามการเรียนรู้จะต้องปูพื้นฐานของการศึกษาตลอดช่วงวัยเรียนให้มีความเข้มข้น ทันสมัย และทันต่อสถานการณ์ โดยช่วงปีที่ผ่านมาได้ทุ่มเทเวลาและให้โอกาสไม่เฉพาะกับโรงเรียนต่าง ๆ ให้นำโค้ดดิ้ง ไปใช้ในการเรียนการสอน แต่รวมไปถึงทุกกลุ่ม ทุกอาชีพให้ได้เรียนรู้ รู้จักคิดวิเคราะห์

2 นโยบายการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

จะนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมมาใช้ในกระบวนการการเรียนการสอน : STI (Science / Technology / Innovation) รวมถึงให้การสนับสนุนโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ และโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย 12 แห่งทั่วประเทศ เพื่อขยายโอกาสให้นักเรียนที่มีความสามารถพิเศษด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ระดับมัธยมศึกษา เพื่อพัฒนาศักยภาพของนักเรียนให้สูงทัดเทียมกับโรงเรียนวิทยาศาสตร์ชั้นนำของโลก เป็นตัวป้อนนักเรียนที่มีคุณภาพสูงเยี่ยมเข้าสู่ระดับอุดมศึกษาเพื่อพัฒนาไปสู่การเป็นนักประดิษฐ์ นักคิดค้นของประเทศชาติต่อไป

3 นโยบายการอ่านเขียนเรียนประวัติศาสตร์ผ่านการสื่อสารร่วมสมัย

นโยบายการอ่านเขียนเรียนประวัติศาสตร์ผ่านการสื่อสารร่วมสมัย ยังเดินหน้า เน้นให้ครูปรับเปลี่ยนวิธีการสอน และกระบวนการเรียนการสอนด้วยการมีนวัตกรรมและสื่อการสอนที่ทันสมัย ให้นักเรียนเรียนประวัติศาสตร์ไทยด้วยความสนุก ผ่านรูปแบบสื่อที่สามารถเข้าถึงเด็กและเยาวชนที่สอดคล้องตามบริบทท้องถิ่นของแต่ละแห่ง สอดคล้องกับประเทศไทย 4.0 และโลกในศตวรรษที่ 21 ซึ่งจะส่งเสริมเยาวชนให้เป็นพลเมืองที่มีความรับผิดชอบ มีความเป็นไทย รักชาติ ศาสนา และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ รวมถึงเป็นพลเมืองที่ดีในระบอบประชาธิปไตย

“เรื่องการอ่านเขียนเรียนประวัติศาสตร์ผ่านการสื่อสารร่วมสมัย เป็นเรื่องสำคัญที่คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ให้ความสำคัญมาตลอด ตั้งแต่เข้ามาดำรงตำแหน่ง เพราะต้องการเห็นเยาวชนรุ่นใหม่เข้าใจวัฒนธรรม ประเพณี ประวัติศาสตร์ของไทย ว่าพระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นแก่ประเทศชาติ เรามีวัฒนธรรมประเพณีที่ดีงาม ที่ควรต้องรักษาไว้ อยากให้เยาวชนมีความเข้าใจ รัก อยากเรียนประวัติศาสตร์ โดยผ่านเทคโนโลยีที่ทันสมัย สอดคล้องกับยุคสมัย ทำให้เขารู้สึกสนุก อยากเรียน ในขณะที่ครูผู้สอนก็จะมีเครื่องมือมาช่วยในการสอนด้วยเช่นกัน

4 นโยบายอาชีวะเกษตร

ได้เดินหน้าเพื่อยกระดับวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี (วษท.) และวิทยาลัยประมง 47 แห่งทั่วประเทศ เพื่อสร้างผู้ประกอบการภาคการเกษตรให้สอดคล้องกับสังคมโลกในศตวรรษที่ 21 ด้วยการพัฒนาสถานศึกษาอาชีวศึกษาเกษตรกรรมและประมง ให้เป็นแหล่งเรียนรู้และถ่ายทอดทางเทคโนโลยีนวัตกรรมการเกษตร (Digital Agri College)

รวมไปถึงการเดินหน้าโครงการบริหารจัดการน้ำโดยชุมชน ตามแนวพระราชดำริ โดยมีเป้าหมายที่สำคัญคือ การช่วยเหลือเกษตรกร ให้มีน้ำกิน น้ำใช้ แก้ปัญหาความยากจนอย่างยั่งยืน ซึ่งโครงการบริหารจัดการน้ำฯ มีความคืบหน้าไปอย่างมาก ได้รับผลตอบรับอย่างดีเยี่ยม โดยล่าสุดได้มีการขยายผลไปยังชุมชนจัดอบรมเชิงปฏิบัติการ “ชลกรชุมชน” ที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก มีแกนนำ “ชลกร” จาก 5 จังหวัด คือจังหวัดร้อยเอ็ด, กาฬสินธุ์, บุรีรัมย์, ศรีสะเกษ และสุรินทร์ เข้าร่วมอบรมกว่า 60 คน เกินกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ถึงเท่าตัว พร้อมประกาศเจตนารมณ์ร่วมกันในการขุดบ่อกว่า 1,500 บ่อ ภายในไตรมาสแรกของปี 2564 ภายใต้หลักคิด ประหยัด ธรรมชาติช่วยธรรมชาติ เพื่อแก้ปัญหา ภัยแล้ง และแก้จน

ขอบคุณข้อมูล: คณะทำงาน รมช.ศธ.
ภาพ: กลุ่มสารนิเทศ สป.ศธ.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s