กระทรวงศึกษาธิการสัญจร อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี

ปลัด ศธ. “สุภัทร จำปาทอง” นำทีมผู้บริหารส่วนกลางลงพื้นที่ “กระทรวงศึกษาธิการสัญจร จังหวัดสุราษฎร์ธานี” ในวันที่ 24 มีนาคม 2565 เพื่อตรวจเยี่ยม ติดตามผล และแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินงานของสถานศึกษา ตามนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการ ในพื้นที่อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี

สาย 1 ตรวจเยี่ยมโรงเรียนวัดภูเขาทอง และ กศน.อำเภอเกาะสมุย

นายสุภัทร จำปาทอง ปลัด ศธ. พร้อมด้วยนายธนู ขวัญเดช รองปลัด ศธ., นายไพศาล วุทฒิลานนท์, นายธนากร ดอนเหนือ, นายธีร์ ภวังคนันท์ ผู้ตรวจราชการ ศธ., นายปรเมศวร์ ศิริรัตน์ รองเลขาธิการ กศน. และผู้บริหารส่วนกลาง ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงเรียนวัดภูเขาทอง

นางสุชาดา ลิ่มสวัสดิ์ รองผู้อำนวยการ สพป.สุราษฎร์ธานี เขต 1 กล่าวว่า โรงเรียนวัดภูเขาทองอยู่ในเครือข่ายสมุย 2 ซึ่งเป็นย่านธุรกิจ โรงแรม การท่องเที่ยว สถานบันเทิง ศูนย์การค้า สถานประกอบการต่าง ๆ เมื่อเกิดการแพร่ระบาดของโควิด 19 ส่งผลให้ธุรกิจเหล่านี้ต้องปิดตัวลงหรือหยุดกิจการชั่วคราว เกิดการอพยพแรงงานกลับภูมิลำเนา ทำให้จำนวนนักเรียนในเครือข่ายสมุย 2 ลดลงเป็นจำนวนมาก การจัดการเรียนการสอนไม่สามารถ On-Site ได้ ทำให้เกิด Learning Loss ในวงกว้างเป็นเวลา 2 ปี

“โครงการพาน้องกลับมาเรียน” จึงตอบโจทย์สถานการณ์เช่นนี้เป็นอย่างดียิ่ง เนื่องจากเป็นหน้าที่ที่สำคัญของผู้บริหารและครูที่จะต้องติดตามนักเรียนไม่ว่าอยู่ที่ไหนก็ต้องได้เรียน และอยู่อย่างปลอดภัย โดยโรงเรียนวัดภูเขาทองได้ติดตามนักเรียนแล้วพบว่า นักเรียนที่หยุดเรียนไปเพื่อช่วยทำงานหารายได้จุนเจือครอบครัวคิดเป็น 7.8% ของจำนวนนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ทั้งนี้โรงเรียนได้มีการพูดคุยกับผู้ปกครองและหาทางออกร่วมกันคือจะให้เด็กกลับเข้ามาเรียนอีกครั้งในปีการศึกษา 2565

ส่วนปัญหาหลักในปัจจุบัน คือ บ้านพักครูไม่เพียงพอกับจำนวนครู เนื่องจากครูส่วนใหญ่ของโรงเรียนไม่ใช่คนในพื้นที่ ตลอดจนครูมีการย้ายโรงเรียนบ่อยมาก ทำให้ขาดครูหลายคนในเวลาเดียวกัน ส่งผลกระทบต่อการจัดการเรียนการสอนมาตลอด

นายสุภัทร จำปาทอง ปลัด ศธ. กล่าวว่า เรื่องบ้านพักครูคงไม่สามารถจัดสรรให้เพียงพอได้ทั้งประเทศ อย่างไรก็ตามมีประเด็นที่น่าสนใจว่าจะสามารถนำอาคารในโรงเรียนที่ไม่ได้ใช้มาปรับปรุงเป็นห้องพักครูได้หรือไม่ ทำให้อาคารใช้งานได้หลากหลาย เช่น ชั้นล่างเป็นที่พักครู ชั้นบนเป็นห้องเรียน ซึ่งใช้งบประมาณไม่มาก ในกรณีที่มั่นใจว่าโรงเรียนจะไม่ขยายอีกแล้ว สอดคล้องกับการเกิดของประชากรที่ลดลงอย่างรวดเร็ว โดยจะให้ฝ่ายกฎหมายไปศึกษาข้อมูลเพื่อนำมาพัฒนาเชิงนโยบายเสนอ รมว.ศธ. ต่อไป

นายธนู ขวัญเดช รองปลัด ศธ. กล่าวขอบคุณครูและผู้บริหารของโรงเรียนที่ต้องรับมือกับทุกสถานการณ์ ถือเป็นผู้ขับเคลื่อนการศึกษาในโรงเรียนอย่างแท้จริง โดยเฉพาะในช่วงการแพร่ระบาดโควิด 19 ไม่ว่าจะเป็นด้านการจัดการศึกษาที่ปรับเปลี่ยนรูปแบบ ด้านผู้ปกครอง การดูแลร่วมมือกับทุกหน่วยงาน ซึ่งได้เห็นความตั้งใจทำงานบนพื้นฐานข้อจำกัดหลายอย่าง จึงขอให้กำลังใจ และเน้นย้ำให้ผู้บริหารต้องดูแลรับฟัง ช่วยเหลือสนับสนุนให้ครูขับเคลื่อนการศึกษาอย่างมีคุณภาพและลดความเหลื่อมล้ำให้มากที่สุด

จากนั้น ปลัด ศธ. และคณะ ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยม กศน.อำเภอเกาะสมุย ตำบลอ่างทอง

นางชุติมณฑน์ เรืองกาญจนสุรีย์ ผอ.กศน.จังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวถึงการดำเนินงานของ กศน.อำเภอสมุย ว่า นักศึกษาส่วนใหญ่เป็นพนักงานโรงแรมซึ่งมาจากต่างถิ่น เมื่อโรงแรมปิดจึงกลับบ้านเป็นจำนวนมาก ประกอบกับมีการเปลี่ยนครูบ่อยครั้ง เนื่องจากครูมีข้อจำกัดด้านรายได้และครูสอบย้ายไปที่อื่น ทำให้ดูแลนักศึกษาไม่ต่อเนื่อง เมื่อห่างครูนานนักศึกษาก็เริ่มหายไป ด้านการดำเนินการตามนโยบายพาน้องกลับมาเรียนของ กศน.สมุย สามารถติดตามข้อมูลได้เกือบครบ มีเพียง 1 คนเท่านั้นที่ยังติดต่อไม่ได้

ส่วนนโยบาย กศน.ปักหมุด สร้างโอกาสทางการศึกษาเพื่อคนพิการและผู้ด้อยโอกาส มีบางคนอาศัยอยู่บนเกาะที่ห่างจากอำเภอเกาะสมุยถึง 28 กิโลเมตร แต่ก็สามารถตามไปปักหมุดจนครบทุกคน ปัญหาของคนพิการที่พบ คือ มีความต้องการที่หลากหลาย ส่วนใหญ่มีอายุมากและไม่ได้เรียนหนังสือ ไม่ต้องการเปิดเผยว่าเป็นคนพิการแต่ยังต้องการเงินช่วยเหลือจากรัฐอยู่

ในมิติของการดูแลผู้สูงอายุ กศน.อำเภอเกาะสมุยมีการสนับสนุนสร้างอาชีพทำขนมกาละแม และผลิตภัณฑ์จากมะพร้าว ทั้งนี้ปัญหาหลักในการทำงาน คือ เรื่องบุคลากร ทั้งที่มีตำแหน่งแต่ไม่มีใครมาบรรจุ เนื่องจากเรื่องของเศรษฐกิจและด้านความปลอดภัย ทำให้การทำงานไม่ต่อเนื่อง ปัจจุบันมีการจ้างเหมาบุคลากรคราวละ 6 เดือน เนื่องจากข้อจำกัดด้านงบประมาณ

ปลัด ศธ. กล่าวขอบคุณครู ผู้บริหารทุกคนที่มาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในวันนี้ สร้างมุมมองใหม่ให้คนทำงานส่วนกลางเห็นภาพชัดเจนขึ้น โดยข้อเสนอที่น่าสนใจจะนำกลับไปพัฒนาเชิงนโยบาย และเห็นด้วยว่าการเปลี่ยนครูที่เร็วมากเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องจัดการ รวมทั้งชื่นชม กศน.อำเภอเกาะสมุย ที่ดำเนินการปักหมุดให้ตัวเลขเป็น 0 ได้อย่างดี พร้อมให้ข้อคิดเห็นว่าเราต้องเข้าถึงคนพิการให้ได้ เนื่องจากปัจจุบันครอบครัวคนพิการมีทัศนคติที่ต้องการปิดบังข้อมูล ไม่อยากให้สังคมรู้ว่ามีคนพิการในบ้าน ทำให้คนพิการเข้าถึงสิทธิพิเศษบางอย่างของรัฐได้ยาก เป็นหน้าที่ กศน.ที่ต้องช่วยกันจัดการปัญหาเหล่านี้ให้ได้

ปารัชญ์ ไชยเวช / สรุป
ธนภัทร จันทร์ห้างหว้า / ถ่ายภาพ

สาย 2 ตรวจเยี่ยมโรงเรียนเกาะสมุย และวิทยาลัยอาชีวศึกษาภาวนาโพธิคุณ

ผู้ตรวจราชการ ศธ. (นายสุรศักดิ์ อินศรีไกร, นายทวีศักดิ์ เที่ยงธรรม, น.ส.เจริญวรรณ หนูนาค) พร้อมด้วยศึกษาธิการภาค, ศึกษาธิการจังหวัด และคณะผู้บริหารส่วนกลาง ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงเรียนเกาะสมุย ตำบลลิปะน้อย สังกัด สพม.สุราษฎร์ธานี ชุมพร โดยนายบัญญัติ พูลผล ผู้อำนวยการโรงเรียนเกาะสมุย รวมทั้งคณะครู นักเรียน ให้การต้อนรับ

นายสุรศักดิ์ อินศรีไกร ผู้ตรวจราชการ ศธ. กล่าวว่า คณะผู้ตรวจราชการ ศธ.ได้ลงพื้นที่ติดตามการขับเคลื่อนวาระเร่งด่วนตามนโยบายของ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศธ. และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน ใน 3 ประเด็นสำคัญ คือ

  • พาน้องกลับมาเรียน พบว่าโรงเรียนเกาะสมุยได้มีการติดตามนักเรียนจำนวน 33 ราย เพื่อให้กลับเข้าสู่ระบบการศึกษา โดยนักเรียน 31 ราย ได้เข้าเรียนสถานศึกษาอื่นแล้ว มีอีก 2 รายที่ไม่ได้ส่งต่อเข้าเรียน เพราะมีครอบครัวแล้ว 1 ราย และออกไปช่วยงานบ้าน 1 ราย ทำให้เห็นถึงความชัดเจนของโรงเรียนที่ได้ดำเนินการตามนโยบายอย่างดียิ่งในการกำกับติดตามดูแลเด็กอย่างใกล้ชิด ไม่ให้เด็กหลุดจากระบบการศึกษา ซึ่งสอดคล้องนโยบายของรัฐบาล “ที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง”
  • SAFE สถานศึกษาปลอดภัย พบว่าโรงเรียนมีงานด้านกิจการนักเรียน และระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน เพื่อป้องกันไม่ให้นักเรียนมีผลกระทบต่อสุขภาวะกายและจิตใจ ในการใช้โทรศัพท์ หรือสื่อออนไลน์ในระหว่างการเรียนการสอน ทั้งนี้ โรงเรียนมีการดูแลความปลอดภัยในสถานศึกษา และสอดส่องดูแลตามกฎระเบียบ เพื่อให้นักเรียนมีความปลอดภัยสูงสุด ซึ่ง น.ส.เจริญวรรณ หนูนาค ผู้ตรวจราชการ ศธ. กล่าวเสริมในเรื่องความปลอดภัยในสถานศึกษา โดยเฉพาะปัญหาการล่วงละเมิดทางเพศนักเรียน ถือเป็นเรื่องสำคัญมากที่ผู้บริหารและครูต้องดูแลในเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด ไม่ต้องการให้มีปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นอีก
  • การจัดการเรียนการสอนออนไลน์ ในช่วงสภาวะวิกฤตโควิด 19 ที่ผ่านมา โรงเรียนยังไม่สามารถจัด On-Site ส่งผลให้โรงเรียนต้องจัดการเรียนการสอนในรูปแบบอื่น ๆ ที่ผสมผสานกัน ทำให้โรงเรียนพบปัญหานักเรียนไม่มีสมาธิในการเรียนมากนัก พบปัญหาการเข้าถึงอุปกรณ์การเรียนออนไลน์ นักเรียนไม่มีความสุขในการเรียนรู้ ซึ่ง นายทวีศักดิ์ เที่ยงธรรม ผู้ตรวจราชการ ศธ. กล่าวเสริมด้วยว่า การจัดการศึกษาในสภาวะวิกฤต จำเป็นต้องมีแผนเผชิญเหตุรองรับการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ในสถานศึกษาอย่างชัดเจน

โอกาสนี้ ผู้ตรวจราชการ ศธ. ได้เยี่ยมชมนิทรรศการความก้าวหน้าของโรงเรียน ซึ่งเป็นโรงเรียนคุณภาพประจำตำบล สะท้อนให้เห็นการจัดการศึกษาที่เน้นทั้งด้านทักษะวิชาการ ทักษะวิชาชีพ และทักษะชีวิต ซึ่งทั้งสามส่วนมีความชัดเจนใน 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ อันจะส่งผลถึงคุณภาพต่อตัวผู้เรียน คุณภาพการเรียนการสอน และคุณภาพผู้เรียน และเมื่อนักเรียนมีคุณภาพ ย่อมสะท้อนให้เห็นถึงคุณภาพของครูและผู้บริหารโรงเรียนเช่นกันด้วย

จากนั้น ผู้ตรวจราชการ ศธ. และคณะ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมวิทยาลัยอาชีวศึกษาภาวนาโพธิคุณ ตำบลหน้าเมือง ประเภทสถานศึกษาอาชีวศึกษาเอกชน

ผศ.ดร.ณรงค์ พุทธิชีวิน ผู้อำนวยการวิทยาลัยอาชีวศึกษาภาวนาโพธิคุณ กล่าวว่า วิทยาลัยฯ จัดตั้งเมื่อปี 2560 โดยมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย และเงินบริจาคจากผู้ประกอบการที่มีส่วนร่วมในการจัดการสหศึกษา และผู้มีจิตศรัทธาสนับสนุนการศึกษาเพื่อการกุศล เพื่อต้องการให้เป็นต้นแบบแห่งการปฏิรูปการศึกษาที่ใช้ “ธรรม” นำ “ปัญญา” แห่งแรกของประเทศไทย โดยให้นักเรียน “เรียนฟรี อยู่ฟรี กินฟรี” เน้นความรู้คู่ความดี เป็นสถานศึกษากินอยู่ประจำ จึงสามารถจัด On-Site ได้เต็มรูปแบบ ผู้เรียนทุกคนได้รับการฝึกธรรมะ เรียนภาษาอังกฤษและภาษาจีน เด็กที่จบออกไปทุกคนจึงได้งานทำ และรายได้สูง

ปรัชญาของวิทยาลัย คือ “สำรวมอินทรีย์ พอดีในความเป็นอยู่ ตื่นรู้ด้วยภาวนา” โดยมุ่งเน้นการสร้างคนดีที่เป็นมืออาชีพ สู่สังคม จัดการเรียนการสอน 6 สาขาหลัก คือ คอมพิวเตอร์ธุรกิจ อาหารและโภชนาการ ภาษาต่างประเทศ การโรงแรม การท่องเที่ยว และการบัญชีธุรกิจ

นายสุรศักดิ์ อินศรีไกร ผู้ตรวจราชการ ศธ. กล่าวว่า ได้มารับฟังการบรรยาย และแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับวิทยาลัยอาชีวศึกษาภาวนาโพธิคุณ ทำให้เห็นถึงความต่างของการจัดการศึกษาที่เน้นตัวผู้เรียนเป็นสำคัญ มีความพร้อมในการจัดการศึกษาอย่างมีคุณภาพ ทำให้เห็นว่า “องค์กรที่ประสบความสำเร็จ” ต้องมี “เป้าหมาย” และ “ยุทธศาสตร์” การทำงานที่ชัดเจน มีผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง ซึ่งวิทยาลัยฯ แห่งนี้เน้นให้ผู้เรียนมีทั้งความรู้และความเก่ง นำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการจัดการเรียนรู้ และการเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง (Active Learning) มาใช้สร้างคุณภาพ พัฒนาศักยภาพของผู้เรียน สร้างทักษะวิชาการและทักษะวิชาชีพให้แก่ผู้เรียนได้อย่างแท้จริง ถือเป็นตัวอย่างที่ดีของสถานศึกษาอาชีวศึกษา

บัลลังก์ โรหิตเสถียร / สรุป
ปกรณ์ เรืองยิ่ง / ถ่ายภาพ

สาย 3 ตรวจเยี่ยมโรงเรียนนานาชาติวินฟิลด์ และโรงเรียนบ้านหน้าค่าย

นายสุทิน แก้วพนา รองปลัด ศธ. พร้อมด้วยคณะผู้ตรวจราชการ ศธ. (นายธฤติ ประสานสอน และนางสุปราณี นฤนาทนโรดม), รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (นายประยูร หรั่งทรัพย์) พร้อมด้วยศึกษาธิการภาค ศึกษาธิการจังหวัด และผู้บริหารส่วนกลาง ตรวจเยี่ยมโรงเรียนนานาชาติวินฟิลด์ ตำบลมะเร็ด

นายสุทิน แก้วพนา รองปลัด ศธ. กล่าวว่า โรงเรียนนานาชาติวินฟิลด์ เป็นโรงเรียนเอกชนเปิดใหม่ จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2564 ปัจจุบันมีจำนวนนักเรียน 320 คน นักเรียนมี 41 สัญชาติ มีครูสัญชาติฝรั่งเศส อังกฤษ และครูสัญชาติไทยกว่า 40 คน เปิดสอนตั้งแต่ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6

ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ที่ผ่านมา โรงเรียนได้ประสบปัญหาทางเศรษฐกิจ จึงได้ปรับปรุงแนวทางแก้ปัญหาตามนโยบาย ศธ. ที่สำคัญ 3 ด้าน คือ โครงการโรงเรียนคุณภาพ โครงการพาน้องกลับมาเรียน และโครงการสถานศึกษาปลอดภัย โดยมีการเตรียมความพร้อมทั้งด้านอาคารสถานที่ ครู และคุณภาพนักเรียน มีวิธีการจัดการสอนแบบ Active Learning จึงทำให้ผู้ปกครองเกิดความเชื่อมั่น สนใจส่งบุตรหลานมาเรียน นับว่าเป็นจุดเด่นและตอบโจทย์การศึกษาคุณภาพของจังหวัดสุราษฎร์ธานี จึงขอชื่นชมผู้บริหารโรงเรียน ซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ไฟแรง มีการขับเคลื่อนงานตามนโยบาย เป็นอีกหนึ่งโรงเรียนเอกชนที่สามารถเป็นต้นแบบโรงเรียนคุณภาพได้อย่างเข้มแข็ง เพื่อพัฒนาเยาวชน เชื่อมโยงประเทศไปสู่สากลต่อไป

นายประยูร หรั่งทรัพย์ รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน กล่าวว่า ชื่นชมการจัดการเรียนการสอนที่ใช้สื่อนวัตกรรมทันสมัยและนำรูปแบบ Active Learning พร้อมทั้งให้ข้อเสนอเรื่องของหลักสูตร ซึ่งบางหลักสูตรเป็นหลักสูตรลิขสิทธิ์ จึงขอให้ศึกษาเพิ่มเติมด้านความเหมาะสมในการจัดการเรียนการสอนและการวัดผล รวมถึงการให้ความสำคัญในการเรียนการสอนวิชาภาษาไทยด้วย

นายธฤติ ประสานสอน ผู้ตรวจราชการ ศธ. กล่าวว่า ไม่ใช่เรื่องง่ายกับการทำธุรกิจการศึกษาในพื้นที่ 5ไร่ ให้เกิดผลกำไรในด้านการศึกษา จากการตรวจเยี่ยมและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ทำให้เห็นว่าโรงเรียนมีความพร้อมมากในทุกด้าน ควรได้รับการสนับสนุนให้เป็นต้นแบบโรงเรียนคุณภาพ ขอเป็นกำลังใจและขอชื่นชมผู้บริหาร ครู และบุคลากรทุกคน

นางสุปราณี นฤนาทนโรดม ผู้ตรวจราชการ ศธ. กล่าวเพิ่มเติมว่า โรงเรียนนี้มีคุณภาพ มีการบริหารจัดการได้ดีเยี่ยม ทั้งคุณภาพครู คุณภาพนักเรียน และผู้บริหารรุ่นใหม่ มีการเสริมเติมเต็มสร้างความสมดุลได้อย่างเหมาะสม และสามารถอยู่บนการแข่งขันในภาคธุรกิจ ซึ่งเป็นท้าทายที่จะต้องบริหารจัดการให้มีความต่อเนื่อง และขอให้การเสริมความเป็นไทยแทรกไว้ในบทเรียนด้วย

จากนั้น รองปลัด ศธ. และคณะ ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงเรียนบ้านหน้าค่าย ตำบลเมล็ด โดยมีนายโกศล สมคะเน ผู้อำนวยการโรงเรียน และคณะครู ให้การต้อนรับ

นายโกศล สมคะเน ผอ.โรงเรียนบ้านหน้าค่าย กล่าวว่า โรงเรียนบ้านหน้าค่ายเป็นโรงเรียนขยายโอกาสฯ มีนักเรียนกว่า 200 คน ครู 14 คน เปิดสอนระดับชั้นประถมศึกษาที่ 1-6 นักเรียนส่วนใหญ่มีฐานะยากจนและเป็นชาวมุสลิม พื้นฐานอาชีพของผู้ปกครองนักเรียนเป็นชาวประมง ขาดสภาพคล่องทางเศรษฐกิจ จึงประสบปัญหาครอบครัว เช่น พ่อแม่แยกทางกัน เด็กออกกลางคัน โรงเรียนจึงได้นำโครงการ “พาน้องกลับมาเรียน” มาใช้ในการแก้ปัญหา และนำนักเรียนเข้าสู่ระบบการศึกษา ทั้งในรูปแบบการศึกษาแบบอาชีพและการศึกษา กศน. และเข้าโครงการ “อยู่ประจำ เรียนฟรี มีอาชีพ”

ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ที่ผ่านมา ทำให้เด็กหายจากระบบ โดยโรงเรียนได้ออกติดตามช่วยเหลือและนำนักเรียนเข้าระบบแล้ว นอกจากนี้ ยังได้จัดการเรียนการสอนในรูปแบบ Active Learning เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน

สำหรับสภาพปัญหาของโรงเรียน คือ ขาดแคลนบ้านพักครู เนื่องจากพื้นที่อำเภอเกาะสมุย มีราคาแพง ค่าครองชีพค่อนข้างสูง และความไม่เพียงพอของงบประมาณในการบริหารจัดการ และไม่มีภารโรง จึงขอให้ ศธ. พิจารณาสนับสนุนในส่วนนี้

นายสุทิน แก้วพนา รองปลัด ศธ. กล่าวว่า รับทราบถึงปัญหาและให้ความเห็นว่า ในการตรวจสอบนักเรียนเข้าสู่ระบบ ขอให้มีความละเอียดถี่ถ้วน หากหาเด็กไม่เจอ ขอให้ประกาศเพื่อตามหาเด็กให้กลับมาเรียน เพราะไม่อยากให้เด็กหลุดออกจากระบบการศึกษา ขอชื่นชมในความเอาใจใส่ของโรงเรียนที่ให้การช่วยเหลือนักเรียน พร้อมทั้งฝากให้ตรวจสอบจำนวนนักเรียนที่มีอยู่จริง สอดคล้องกับรายชื่อที่อยู่ในทะเบียนของโรงเรียน พร้อมจัดวางระบบการติดตามให้มีความเข้มแข็ง

ที่สำคัญ การแก้ปัญหาสำหรับโรงเรียนขยายโอกาสฯ คือ การลดต้นทุน เพื่อให้นักเรียนกลับเข้าสู่ระบบการเรียน ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนเอกชนหรือโรงเรียนรัฐบาล หากประสบปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ ก็มีสายป่านเดียวกัน จึงเป็นกำลังใจและจะส่งเสริมสนับสนุนเพื่อพัฒนาโรงเรียนบ้านหน้าค่าย ให้เป็นโรงเรียนคุณภาพอีกโรงเรียนหนึ่ง

ทั้งนี้ ในช่วงสถานการณ์โควิด 19 ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันและในอนาคต อาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในด้านการจัดการเรียนการสอน รวมถึงอัตราการเกิดที่น้อยลง จำนวนนักเรียนที่น้อยลงตามไปด้วย ฉะนั้น ครูที่มีอัตราการเกษียณ ในปัจจุบันจะมีครูที่มาทดแทนน้อยลงเช่นกัน นี่ก็เป็นอีกปัญหาหนึ่งที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กำลังวางแผนทิศทางลดต้นทุนการจัดการศึกษา ซึ่งหากมีการยุบหรือควบรวมโรงเรียนแล้ว จะจัดตั้งขึ้นมาใหม่นั้นเป็นไปได้ยาก นี่คือโจทย์การศึกษาในอนาคต

นายธฤติ ประสานสอน ผู้ตรวจราชการ ศธ. กล่าวชื่นชมในเรื่องการพยายามช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนบ้านนาค่ายและการสอนในรูปแบบ Active Leaning และเครือข่ายโรงเรียนคุณภาพซึ่งเป็นทรัพยากรสำคัญ รวมถึงการวัดค่าผลการสอบ RT ที่มีค่าคะแนนการเขียนและการอ่านด้วย แนะนำให้เด็กฝึกคัดลายมือเนื่องจากในช่วงที่ผ่านมา ไม่ได้เรียนในรูปแบบ On-Site จึงอาจจะขาดทักษะตรงนี้

นางสุปราณี นฤนาทนโรดม ผู้ตรวจราชการ ศธ. มองว่าจุดเด่นของโรงเรียนบ้านหน้าค่าย คือ มีครูครบทุกสาระวิชา จึงทำให้เกิดคุณภาพการเรียนการสอน ซึ่งสังเกตได้จากผลคะแนน O-NET ย้อนหลังไปในปี 2563 ที่มีคะแนนสูงขึ้น ที่น่าสนใจคือ กลุ่มสาระวิชาต่างประเทศมีคะแนนสูงขึ้นเรื่อย ๆ และพื้นที่เกาะสมุยเป็นเมืองท่องเที่ยว มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาเป็นจำนวนมาก จึงขอฝากให้โรงเรียนพัฒนากลุ่มสาระวิชาภาษาต่างประเทศ ซึ่งจะสามารถต่อยอดไปได้ในอนาคต

นายสุทิน แก้วพนา รองปลัด ศธ. กล่าวขอบคุณสำหรับการต้อนรับ และให้กำลังใจ ครู และผู้บริหารโรงเรียนบ้านหน้าค่าย ในการขับเคลื่อนโรงเรียนคุณภาพ พร้อมฝากถึงการเป็นโรงเรียนวิถีพุทธ และวิถีมุสลิม ขอให้สร้างจิตสำนึกแก่นักเรียนซึ่งเราทุกคนล้วนอยู่ภายใต้พระมหากษัตริย์องค์เดียวกัน และผืนแผ่นดินเดียวกัน ศธ.พร้อมจะสนับสนุนให้โรงเรียนบ้านหน้าค่ายเป็นโรงเรียนคุณภาพต้นแบบอีกแห่งหนึ่ง และไม่ใช่แค่รักษามาตรฐานคุณภาพอย่างเดียว แต่จะต้องมีคุณภาพที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ

สุกัญญา จันทรสมโภชน์ สรุป/ภาพ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

WordPress.com.

Up ↑

%d bloggers like this: