เสมา 2 ลงพื้น​ที่​สระแก้ว ตรวจเยี่ยมเตรียมการประชุมวิชาการระดับชาติ อกท. และการแก้ไขปัญหา​เด็กอ่านหนังสือ​ไม่ออก รร.บ้านหนองแก “ต้นแบบนวัตกรรมด้านการสอนเป็นเลิศ”

(7 กุมภาพันธ์​ 2565) คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ลงพื้นที่ จ.สระแก้ว​ ตรวจเยี่ยมความก้าวหน้าการประชุมวิชาการระดับชาติ องค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ครั้งที่ 42 ณ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสระแก้ว อ.อรัญประเทศ และตรวจเยี่ยมการแก้ไขปัญหา​เด็กอ่านหนังสือไม่ออกโดยสร้างนวัตกรรม​การใช้สีกำหนด​อักษร อ.วังน้ำเย็น​ โดยมีนายณัฏฐชัย นำพูลสุขสันติ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว, นางสาวกมลวรรณ กลั่นเกลี้ยง รองศึกษาธิการจังหวัดสระแก้ว, คณะผู้บริหาร และคณะกรรมการบริหารสถานศึกษาร่วมต้อนรับ

ตรวจเยี่ยมความก้าวหน้าการประชุมวิชาการระดับชาติ อกท.

นายเกียรติสยาม ลิ้มตระกูล ผอ.วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสระแก้ว กล่าวถึง​จุดแข็งของ วทษ.สระแก้ว​ ที่สามารถใช้ทรัพยากรร่วมกันทั้งด้านบุคลากร ครุภัณฑ์ และอาคารสถานที่ มีโครงการความร่วมมือระหว่างสถานประกอบการภาครัฐและเอกชนในการจัดการศึกษาอาชีวะเกษตร มีองค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทย (อกท.) เป็นศูนย์ในการพัฒนาคุณลักษณะของนักเรียนนักศึกษา มีพื้นที่สำหรับงานฟาร์มเชิงธุรกิจที่สามารถเป็นแหล่งให้นักเรียนนักศึกษาฝึกทักษะ และสร้างรายได้ ตลอดจนมีประสบการณ์ในการจัดการศึกษานอกระบบและทวิภาคี รวมถึงมีบุคลากรที่เชี่ยวชาญเฉพาะทางและหลักสูตรอาชีวศึกษาเกษตรมีความยึดหยุ่นตอบสนองความต้องการของผู้เรียน

นอกจากนี้ ​ยังสามารถ​สร้าง​เอกลักษณ์ “เมืองแคนตาลูป” ซึ่ง​ วษท.สระแก้ว เป็นสถานศึกษาที่ชุมชนรู้จักในนามของสถานศึกษาที่เป็นต้นแบบของการปลูกแตงแคนตาลูป ที่เป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญ และเป็นผลิตภัณฑ์ OTOP ของอำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว โดย วษท.สระแก้ว​ได้ทำการส่งเสริมเกษตรกรในพื้นที่ตลอดมาจนมีชื่อเสียง และมีการจัดงานออกร้านในทุกปีจนสร้าง​รายได้​ให้คนในพื้นที่​จำนวนมาก

คุณ​หญิง​กัลยา​ โสภณ​พ​นิช​ กล่าวว่า ขอชื่นชม​ วษท.สระแก้ว ที่สามารถสร้างชื่อเสียงและความโดดเด่นด้านแคนตาลูปมากว่า 60 ปี มีการจัดการเรียนการสอนที่ส่งเสริมให้เด็กมีประสบการณ์มากขึ้น เด็กจบไปไม่ตกงาน ขณะที่รัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการให้ความสำคัญกับอาชีวศึกษา​เป็นกรณีพิเศษ โดยเร่งส่งเสริมให้คนมาเรียนอาชีวะมากขึ้น เนื่องจากประเทศต้องการคนเรียนจบแล้วทำงานเป็น ขณะเดียวกันได้มีการปรับปรุงซ่อมแซมหอพักนักเรียนเพื่อรองรับผู้เรียนเพิ่มขึ้น​หลายแห่ง จึงอยากฝากให้ทุกฝ่ายช่วยกันประชาสัมพันธ์ให้คนมาเรียนอาชีวะเพิ่มขึ้น โดยเป้าหมายคือสามารถเรียนจบมาเป็นผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ทันสมัย ตอบสนอง​ความต้องการ​ของตลาดโลก

ทั้งนี้​อยากให้ วษท.สระแก้ว เป็นผู้นำทางความคิดให้กับชุมชน พัฒนา​เป็น​ศูนย์การเรียนรู้ให้ประชาชน โดยเฉพาะเรื่องวิชาชีพ เน้นส่งเสริมให้ปลูกพืชเชิงพาณิชย์ เช่น ฟ้าทะลายโจร เป็น​ต้น จะเป็นหนทางให้คนมีอาชีพ หากสนใจให้ทำโครงการเสนอคณะกรรมการ​การอาชีวศึกษา​ จะพิจารณา​ลงทุน​ให้ในระยะแรกพร้อมหาตลาดให้ด้วย รวมทั้งให้เน้นความสำคัญในเรื่องการบริหารจัดการน้ำโดยชุมชน ตามแนวพระราชดำริ เชิญชวนให้ประชาชนศึกษาข้อมูล​ วิธีการทำงาน นำโค้ดดิ้งมาใช้ และลงมือปฏิบัติจนสำเร็จต่อไป

จากนั้น​ รัฐ​มนตรี​ช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ​ ตรวจเส้นทางเสด็จพระราชดำเนิน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ระยะทางประมาณ​ 700 เมตร ดูพื้นที่การนำเสนอนิทรรศการโครงการบริหารจัดการน้ำโดยชุมชน ตามแนวพระราชดำริ เยี่ยมชมการดำเนินงานงานฟาร์มเกษตร ฟาร์มพืช ฟาร์มประมง ฟาร์มสัตว์ และโครงการอาชีวะสร้างช่างฝีมือตามแนวทางโรงเรียนพระดาบส

ตรวจเยี่ยมการแก้ไขปัญหา​เด็กอ่านหนังสือไม่ออก โดยสร้างนวัตกรรม​การใช้สีกำหนด​อักษร​

ช่วง​บ่าย รัฐมนตรี​ช่วยว่าการ​กระทรวงศึกษาธิการ​เดินทางไปตรวจ​เยี่ยม​การแก้ไขปัญหาเด็กอ่านหนังสือไม่ออกโดยการใช้สี ณ โรงเรียนบ้านหนองแก อำเภอ​วังน้ำเย็น​ จังหวัด​สระแก้ว

นางสาวเนาวะรัตน์ ถาวร ผอ.โรงเรียนบ้านหนองแก นำเสนอว่า ปัญหาการอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ นับเป็นปัญหาขั้นพื้นฐานในระบบการศึกษาของประเทศไทย ซึ่งในพื้นที่ต่างจังหวัดยังมีนักเรียนจำนวนมากที่ไม่สามารถอ่านออกและเขียนภาษาไทยได้ โดยนวัตกรรมที่โรงเรียนหนองแกใช้ คือการนำสีมาใช้ในการกำหนดขั้นตอนในการอ่าน เช่น สีดำมีความหมายป็นพยัญชนะต้น สีแดงเป็นสระ และสีน้ำเงินเป็นตัวสะกด เวลาที่เด็กแจกรูปสะกดคำ ก็ต้องอ่านสีดำ สีแดงและสีน้ำเงิน โดยสีจะเป็นตัวกำหนดให้เด็กลำดับ​ความสำคัญในการอ่าน ทำให้เด็กนักเรียนอ่านออกเขียนได้ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ

ขณะ​เดียว​กันได้ค้นพบว่าการเรียนแบบ “Phonic” และอาศัยการสะกดคำภาษาอังกฤษที่มีความคล้ายภาษาไทย โดยใช้สีและสัญลักษณ์ตัวเลขมาช่วยแยกประเภทตัวอักษรที่เป็นสระ พร้อมทั้งใช้ภาพสื่อความหมายของคำศัพท์นั้น ๆ จะทำให้นักเรียนอ่าน-เขียนแปล ศัพท์ภาษาอังกฤษที่เป็นคำบัญชีพื้นฐานกว่า 1,200 คำ ได้อย่างคล่องแคล่วในชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 และมีเวลามากพอที่นักเรียนจะได้พัฒนา Grammar-Tense-Conversation ในช่วงชั้นประถมศึกษาตอนปลาย

ซึ่งผลที่ได้คือโรงเรียนบ้านหนองแก ขึ้นแท่นสอบ O-Net ได้คะแนนสูงสุดใน จ.สระแก้ว 5 ปีซ้อน (2559 – 2563) และคะแนนเฉลี่ยสูงกว่าระดับ​ประเทศเกือบ 2 เท่า กลายเป็นโรงเรียนต้นแบบที่มีนวัตกรรมด้านการสอนเป็นเลิศ มีนักการศึกษาและผู้บริหารจากสถานศึกษา เดินทางมาศึกษาดูงานจากทั่วประเทศ

คุณ​หญิง​กัลยา​ โสภณ​พ​นิช​ กล่าว​ว่า​ “การอ่านคือต้นทางของการเรียนรู้ทุกอย่าง” จึงอยากฝากโรงเรียนบ้านหนองแกไปทบทวน​ว่าจะขยายผลการจัดการเรียนการสอนแบบนี้ได้อย่างไร ซึ่ง​กระทรวงศึกษาธิการยินดีสนับสนุน​ให้การเรียนการสอนวิธีนี้แพร่หลายไปทั่วประเทศ และไม่จำเป็นต้องเป็นครูเฉพาะทางด้านภาษาที่สามารถ​สอนได้ รวมทั้ง​ขอให้ทุกหน่วยงานไปหารือกันเพื่อแก้ไขปัญหาเด็กอ่านหนังสือ​ไม่ออกอย่าง​จริงจัง ต้องทำให้เด็กอ่านเขียนอย่างมีวิจารณญาณให้ได้ ตลอดจนแสวงหาความร่วมมือจากเครือข่ายในท้องถิ่น เพื่อให้สังคมมีส่วนร่วมกับการศึกษาอย่างมีคุณภาพ

ปารัชญ์ ไชยเวช / สรุป
ศุภณัฐ​ วัฒนมงคล​ลาภ / ถ่ายภาพ​

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

Website Built with WordPress.com.

Up ↑

%d bloggers like this: