เสมา 2 เยี่ยม​ชมโครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ ภาค​เหนือตอนบน พร้อม​ประชุมขับเคลื่อน รร.ศูนย์ความเป็นเลิศ โครงการความร่วมมือการจัดการเรียนรู้สะเต็มศึกษาไทย-สิงคโปร์

(4 กุมภาพันธ์​ 2565) ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ลง​พื้นที่​ตรวจเยี่ยมการขับเคลื่อนการศึกษา “โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ” ภาค​เหนือตอนบน พร้อม​ทั้งเป็น​ประธานการประชุมขับเคลื่อนโรงเรียนศูนย์ความเป็นเลิศ โครงการความร่วมมือการจัดการเรียนรู้สะเต็มศึกษาระหว่างประเทศไทย และประเทศสิงคโปร์ และเป็นประธานพิธีเปิดห้องศูนย์พัฒนาศักยภาพบุคคลเพื่อความเป็นเลิศ HCEC (Human Capital Excellence Center) ณ โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย จังหวัดเชียงใหม่

รับชมภาพ 3 กิจกรรม
Facebook ศธ.360 องศา

โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ

ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช กล่าว​ว่า​ กระทรวงศึกษาธิการเน้นการพัฒนาผู้เรียนเป็นสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี อีกทั้งยังมุ่งเน้นให้ผู้เรียนเกิดสมรรถนะตามเป้าหมายของการศึกษาและการพัฒนาทักษะสำหรับปี 2030 (The Future of Education and Skills 2030) ตามที่กลุ่มประเทศ OECD ได้กำหนดไว้เพื่อมุ่งเน้นให้ผู้เรียนเกิดสมรรถนะแห่งศตวรรษที่ 21 ในทุกมิติ ทั้งด้านความรู้ (Knowledge) ทักษะ (Skills) เจตคติและคุณค่า (Attitudes and Values) ซึ่ง​เป็นวิธีการสำคัญที่ช่วยสนับสนุนการพัฒนาการศึกษาอย่างยั่งยืน

การเยี่ยม​ชมผลงานนักเรียน​ในวันนี้ ทำให้​เห็น​ถึงความมีจิตสาธารณะ​ของเด็ก ที่ตั้งใจนำความรู้​ด้านวิทยาศาสตร์​มาแก้ปัญหา​ของชุมชน เป็น​กิจกรรม​ที่กระตุ้นให้คนไทยเห็นการขับเคลื่อน​การเรียนรู้​ในอนาคต​ที่คาดเดาไม่ได้​ จึงขอชื่นชม​ทุกภาค​ส่วน​ที่ร่วมมือกันเตรียม​กำลัง​คนเพื่ออยู่ในศตวรรษ​ที่​ 21 อย่างภาคภูมิใจ​

ทั้งนี้ การสร้างกำลังคนคุณภาพที่มีสมรรถนะทางด้านวิทยาศาสตร์ทั่วไปและระดับสูง มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องพัฒนาและยกระดับคุณภาพการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยีทั้งระบบ โดยพัฒนาหลักสูตร กิจกรรมการเรียนรู้ พัฒนาครู สนับสนุนอุปกรณ์เครื่องมือและห้องปฏิบัติการ ให้กับโรงเรียนในโครงการ เพื่อให้นักเรียนทุกพื้นที่ของประเทศไทยมีโอกาสการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยีที่เน้นการปฏิบัติจริงเชื่อมโยงกับชีวิตประจำวัน มีโอกาสใช้เครื่องมือ อุปกรณ์ที่การทดลองและห้องปฏิบัติการที่ทันสมัยเหมาะสมกับกระบวนการเรียนรู้ตามหลักสูตรวิทยาศาสตร์พลังสิบ รวมถึง​การเรียนรู้ฐานสมรรถนะและการใช้วิธีการเรียนรู้เชิงรุก เพื่อสร้างให้นักเรียนทุกคนสามารถพัฒนาตนเองอย่างมีความสุข เกิดสมรรถนะที่สำคัญในการใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์เชื่อมโยงแก้ปัญหา พัฒนาคุณภาพชีวิต สร้างคุณค่าให้กับตนเองและสังคมต่อไป

ประชุมขับเคลื่อน รร.ศูนย์ความเป็นเลิศ ความร่วมมือสะเต็มศึกษา

ช่วงบ่าย​ ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานนำการประชุมขับเคลื่อนโรงเรียนศูนย์ความเป็นเลิศ โครงการความร่วมมือการจัดการเรียนรู้สะเต็มศึกษา ระหว่างประเทศไทยและประเทศสิงคโปร์ (Centres of Excellence in STEM Education: CoEs) ผ่านระบบออนไลน์ โดยมีผู้ร่วมประชุม คือ ผู้บริหารระดับสูงของ สพฐ. เขตพื้นที่การศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา คณะครูโรงเรียนศูนย์ความเป็นเลิศโครงการความร่วมมือการจัดการเรียนรู้สะเต็มศึกษา ระหว่างประเทศไทย และประเทศสิงคโปร์ (CoEs)10 ศูนย์

โครงการความร่วมมือการจัดการเรียนรู้สะเต็มศึกษา ระหว่างประเทศไทยและประเทศสิงคโปร์ เป็นความร่วมมือเพื่อพัฒนาการจัดการเรียนรู้สะเต็มศึกษา มุ่งเน้นพัฒนาศักยภาพผู้บริหาร ครูผู้สอน และนักเรียนเกี่ยว กับสะเต็มศึกษาแบบบูรณาการ ภายใต้ความร่วมมือทางวิชาการระหว่างสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ศูนย์ระดับภูมิภาค​ว่าด้วยสะเต็มศึกษาขององค์กรรัฐมนตรีศึกษาแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Southeast Asia Education Organization Regional Centre for STEM Education: SEAMEO STEM-ED)​สถาบันการศึกษาแห่งชาติ ประเทศสิงคโปร์ (National Institute of Education: NIE) โดยมีโรงเรียนสนใจสมัครเข้าร่วมโครงการ จำนวน 1,322 โรงเรียน จากทั่วประเทศไทย

สำนักบริหารงานความเป็นเลิศด้านวิทยาศาสตร์ศึกษา จึงได้ทำการคัดเลือกโรงเรียนที่มีคุณสมบัติเหมาะสม จำนวน 30 โรงเรียน เพื่อจัดตั้งเป็นศูนย์ความเป็นเลิศ โครงการความร่วมมือการจัดการเรียนรู้สะเต็มศึกษาระหว่างประเทศไทย และประเทศสิงคโปร์ (CoEs) จำนวน 10 แห่ง และเป็นโรงเรียนต้นแบบในการนำความรู้ตามแนวทางโครงการสะเต็มศึกษามาเผยแพร่ให้กับโรงเรียนที่มีความสนใจพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบสะเต็มศึกษาในภายภาคหน้า โดยโครงการนี้มีระยะเวลา 3 ปี (พ.ศ. 2563 – 2565) และมีการพัฒนา 4 ระยะ คือ

  • ระยะที่ 1 โครงการผู้นำสะเต็มศึกษา (STEM Leadership Programme) เริ่มขึ้นช่วงเดือนพฤศจิกายน 2563 เป็นการให้ความรู้โดยวิทยากรจากสถาบันการศึกษาแห่งชาติประเทศสิงคโปร์ (NIE) โดยมีผู้เข้ารับการอบรม คือ ผู้บริหารโรงเรียน และครูผู้สอนสะเต็มศึกษาของโรงเรียน ที่ผ่านการคัดเลือก จำนวน 30 โรงเรียน เป็นการเรียนรู้เกี่ยวกับการเป็นผู้นำการจัดการเรียนการสอนตามแนวทางสะเต็มศึกษา และศึกษาเกี่ยวกับโครงสร้างที่จะนำมาใช้เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอนสะเต็มศึกษาแบบบูรณาการ
  • ระยะที่ 2 การสอนและการวิจัยสะเต็มศึกษา (Building up STEM Teaching and Research) ช่วงเดือน มีนาคม พ.ศ. 2564 เป็นการประชุมวิชาการสะเต็มศึกษาแบบบูรณาการ เพื่อพัฒนาศักยภาพของครู ในการออกแบบบูรณาการบทเรียนสะเต็มศึกษา และการวิจัยเชิงปฏิบัติการเกี่ยวกับบทเรียน จากนั้น​แต่ละโรงเรียนจะได้รับมอบหมายให้พัฒนาแผนการจัดการเรียนการสอนตามแนวทางหลักสูตรสะเต็มศึกษา แล้วจึงจะคัดเลือกโรงเรียนจำนวน 10 แห่งเพื่อพัฒนาเป็นศูนย์ความเป็นเลิศด้านสะเต็มศึกษา
  • ระยะที่ 3 การพัฒนาศูนย์ความเป็นเลิศด้านสะเต็มศึกษา (Centres of Excellence in STEM Education: CoEs) ซึ่ง​ขณะนี้กำลังอยู่ในระหว่างการดำเนินการ โดยในระยะนี้จะมีการนิเทศเชิงประจักษ์ไปยังโรงเรียนที่ได้รับการประกาศแต่งตั้งให้เป็นศูนย์ความเป็นเลิศด้านสะเต็มศึกษา จำนวน 10 แห่ง และจะได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องโดยเจ้าหน้าที่จาก สพฐ. กระทรวงศึกษาธิการ ประเทศไทย ผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์ระดับภูมิภาคว่าด้วยสะเต็มศึกษาขององค์การรัฐมนตรีศึกษาแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Southeast Asian Ministers of Education Organization Regional Centre for STEM Education: SEAMEO STEM-ED) และผู้เชี่ยวชาญจาก meriSTEM@NIE เป็นผู้ให้คำปรึกษาแนวทางการจัดการเรียนการสอนและแนวทางปรับแผนการเรียนรู้ตามแนวทางของโครงการสะเต็มศึกษา
  • ระยะที่ 4 การจัดแสดงแนวทางปฏิบัติในสะเต็มศึกษา (STEM Convention and Festival)​ ในระยะนี้จะเป็นการสรุปโครงการโดยการเปิดตัวศูนย์ความเป็นเลิศต้านสะเต็มศึกษา ทั้ง 10 แห่ง มีการจัดแสดงผลงาน การบรรยายพิเศษเรื่องสะเต็มศึกษาแบบบูรณาการ ครอบคลุมหัวข้อต่าง ๆ เช่น สะเต็มศึกษาในประเทศไทย, การคิด, การเรียนรู้ด้วยโครงงาน และสมรรถะแห่งศตวรรษที่ 21 ซึ่ง​จะเชิญครูและผู้บริหารในประเทศไทย 500 คน เพื่อเข้าร่วมงาน Thaland STEM Festival ทั้ง​นี้ศูนย์ความเป็นเลิศ ฯ ทั้ง 10 แห่ง จะจัดแสดงผลการเรียนรู้ของแต่ละโรงเรียน และมีการเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ OBEC Channel และเว็บไซต์ของโครงการ

โอกาส​นี้ รัฐมนตรี​ช่วยว่าการ​กระทรวงศึกษาธิการ​ ได้นำเสนอโครงการสร้างมิติใหม่การศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ ผสานศาสตร์และศิลป์ เปลี่ยน STEM Education​ เป็น STEAM Education​ ที่จะช่วยกระตุ้นเรื่องความคิดสร้างสรรค์ การสร้างแรงบันดาลใจ ความสุขในการเรียนรู้สู่การเติบโตอย่างมีสมดุล ซึ่งเป็นทักษะจำเป็นแห่งศตวรรษ 21

พิธีเปิดห้องศูนย์พัฒนาศักยภาพบุคคลเพื่อความเป็นเลิศ HCEC

นายพูลศักดิ์ จิตสว่าง ผู้อำนวยการโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย กล่าวรายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)​ มีนโยบายในการจัดตั้งศูนย์พัฒนาศักยภาพบุคคลเพื่อความเป็นเลิศ (Human Capital Excellence Center : หรือ HCEC) ในทุกจังหวัดทั่วประเทศ รวม 185 ศูนย์ โดยใช้ศูนย์พัฒนาการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ (English Resources Information Center : หรือ ERIC) เดิม ที่ตั้งอยู่ในโรงเรียนประจำจังหวัดและโรงเรียนประจำอำเภอเป็นที่ตั้งศูนย์ เพื่อเป็นศูนย์กลางในการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศตามสมรรถนะวิชาชีพ และสมรรถนะในศตวรรษที่ 21 ตามแผนพัฒนารายบุคคลเพื่อความเป็นเลิศ (Excellence Individual Development Plan : หรือ EIDP) ผ่านแพลตฟอร์มด้านการศึกษาเพื่อความเป็นเลิศ (Digital Education Excellence Plan : หรือ DEEP) เพื่อนำเก็บข้อมูลลงใน Big Data ของกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่ง​เป็นส่วนหนึ่ง
ในการปลดล็อก ปรับเปลี่ยน และเปิดกว้างให้การศึกษาไทย ก้าวสู่ยุคใหม่ที่สามารถผลักดันให้ประเทศเจริญก้าวหน้าได้อย่างมีศักยภาพ​ และพัฒนาไปสู่การสร้างทุนมนุษย์ที่เป็นเลิศในอนาคต

โรงเรียนยุพราชวิทยาลัยซึ่งเป็นที่ตั้งของศูนย์ ERIC เดิม จึงได้ดำเนินการจัดตั้งศูนย์ HCEC ขึ้น เพื่อให้เป็นศูนย์กลางในการฝึกอบรมพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา ทั้งแบบออนไลน์ และแบบห้องเรียนเสมือนจริง (Virtual Classroom) โดยมุ่งหวังให้เป็นศูนย์พัฒนาศักยภาพ และเพิ่มขีดความสามารถในทักษะต่าง ๆ ที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 จัดการสอนและจัดอบรมจากผู้เชี่ยวชาญในเขตพื้นที่การศึกษา เพื่อให้ครูและบุคลากรทางการศึกษา สามารถพัฒนาตนเองได้อย่างต่อเนื่องตลอดเวลา เพื่อให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ซึ่งได้รับจัดสรรงบประมาณ สพฐ.ในการจัดซื้อจัดจ้างระบบคอมพิวเตอร์พร้อมอุปกรณ์สำหรับปรับปรุงห้องศูนย์ HCEC ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2564 เป็นต้นมา

รัฐมนตรี​ช่วยว่าการ​กระทรวงศึกษาธิการ​ กล่าว​ว่า​ กระทรวงศึกษาธิการได้สนับสนุนให้ศูนย์ HCEC มุ่งมั่นนำพาการศึกษาไทยสู่ยุคใหม่ เป็นการศึกษายกกำลังสองที่มีความยืดหยุ่น สามารถตอบโจทย์ความต้องการของสังคม
และตลาด โดยมุ่งเน้นการสร้างระบบนิเวศทางการศึกษา (Thailand Education Eco – System : หรือ TE2S) ที่เอื้อต่อการพัฒนาศักยภาพคนสู่ความเป็นเลิศ ผ่าน 3 กลไกขับเคลื่อนหลัก คือ ศูนย์พัฒนาศักยภาพบุคคลด้วยความเป็นเลิศ (HCEC) แพลตฟอร์มด้านการศึกษาเพื่อความเป็นเลิศ (DEEP) และแผนพัฒนารายบุคคลเพื่อความเป็นเลิศ (EIDP) ทำงานประสานเชื่อมโยงกันในการปลดล็อก ปรับเปลี่ยน เปิดกว้างให้การศึกษาไทย ซึ่งเป็นการศึกษายกกำลังสองอย่างแท้จริง

สำหรับการลงพื้นที่ครั้งนี้ มีนายวรญาณ บุญณราช รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่, นายกวิน เสือสกุล รองศึกษาธิการ ภาค 15 ปฏิบัติหน้าที่ศึกษาธิการภาค 16, ดร.ยุพิน บัวคอม ศึกษาธิการจังหวัดเชียงใหม่, ดร.สุทธิดล พุทธรักษ์ ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเชียงใหม่, นายพูลศักดิ์ จิตสว่าง ผอ.โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย ผู้บริหารระดับเขตพื้นที่การศึกษา ผู้บริหารการศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา ครู นักเรียน ร่วมให้การต้อนรับ​การประชุมขับเคลื่อนโรงเรียนศูนย์ความเป็นเลิศ โครงการความร่วมมือการจัดการเรียนรู้สะเต็มศึกษาระหว่างประเทศไทย และประเทศสิงค์โปร์

รับชมภาพ 3 กิจกรรม
Facebook ศธ.360 องศา

ปารัชญ์ ไชย​เวช​ / สรุป​
ธนภัทร จันทร์​ห้างหว้า, สมประสงค์​ ชาหารเวียง / ถ่ายภาพ​, วีดิทัศน์

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

WordPress.com.

Up ↑

%d bloggers like this: