เสมา 3 ลงพื้นที่นราธิวาส ตรวจเยี่ยมพบปะผู้บริหารและบุคลากร รร.เอกชน-สถาบันศึกษาปอเนาะ-ตาดีกา-กศน.

(28 มกราคม 2565) นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยนายกมล รอดคล้าย ที่ปรึกษา รมช.ศธ., นางสาวสุชาดา แทนทรัพย์ ปฏิบัติหน้าที่เลขานุการ รมช.ศธ. ลงพื้นที่โรงเรียนฮาซานียะห์ อำเภอยี่งอ จังหวัดนราธิวาส เพื่อตรวจเยี่ยม พบปะผู้บริหารและบุคลากรโรงเรียนเอกชน สถาบันศึกษาปอเนาะ ศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิด (ตาดีกา) รวมทั้งสถานศึกษาในสังกัด กศน.จังหวัดนราธิวาส โดยมีนายไพโรจน์ จริตงาม รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส, นางวรรณี หะยีแวอูมา นายกสมาคมโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามจังหวัดนราธิวาส พร้อมด้วยผู้บริหารในพื้นที่ให้การต้อนรับ

รมช.ศธ. กล่าวว่า การลงพื้นที่ในครั้งนี้ ต้องการที่จะรู้ลึกในเรื่องการจัดการศึกษาเอกชนและการขับเคลื่อนการศึกษาของ กศน.ที่จัดการศึกษาในสถาบันศึกษาปอเนาะและตาดีกา ซึ่งได้รับข้อรับฟังและข้อเสนอแนะประเด็นปัญหาในหลายประเด็น อาทิ การขอสนับสนุนงบประมาณการจัดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ การสอนแบบสร้างสรรค์เป็นฐาน (Creativity-Based Learning) และโครงการจัดค่ายโอลิมปิกวิชาการโรงเรียนสอนศาสนาอิสลามในสามจังหวัดชายแดนใต้, ขอสนับสนุนอุปกรณ์ เครื่องมือเทคโนโลยี ให้กับครูและสถานศึกษาเอกชนในการจัดการเรียนการสอนในรูปแบบ online อย่างเต็มรูปแบบ, ขอสนับสนุนเงินอุดหนุนอาหารกลางวันโรงเรียนเอกชนในระบบ 100% ทุกโรงเรียน, เพิ่มเงินอุดหนุนรายหัวนักเรียน 100% ให้สอดคล้องกับเศรษฐกิจปัจจุบัน, ทบทวนสิทธิการเบิกค่ารักษาพยาบาลบุตรของครูเอกชนในระบบ, กรณีครูเอกชนติดเชื้อโควิด 19 การรักษาให้ใช้งบประมาณแผ่นดินโดยเบิกค่ารักษาพยาบาลจากกองทุนสงเคราะห์ครูเอกชน, ยกระดับความมั่นคงในอาชีพให้กับครูเอกชนในจังหวัดชายแดนใต้ที่สอนวิชาหลัก เช่น ภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ให้เป็นพนักงานราชการ และการนำผู้บริหารครูไปศึกษาดูงานการจัดการเรียนการสอนในรูปแบบ online ของประเทศที่พัฒนาแล้ว ซึ่งบางส่วนได้ดำเนินการสำเร็จลุล่วงแล้ว บางเรื่องอยู่ระหว่างดำเนินการ และหลายเรื่องจะนำไปพิจารณา หารือ และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

ทั้งนี้ การขับเคลื่อนงานการศึกษาเอกชน โดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) จะต้องไปประมวลผลประเด็นปัญหาต่าง ๆ และขับเคลื่อนให้เกิดขึ้นกับในส่วนของที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานราชการอื่นและไปหารือกันให้เกิดความก้าวหน้า เช่น ในเรื่องของ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ จะทำในมิติของการสะท้อนความคิดเห็นผ่านไปยังคณะกรรมาธิการฯ ต่อไป

อีกประเด็นหนึ่งที่สำคัญ เป็นที่ทราบกันดีว่าวัคซีนไฟเซอร์ฝาสีส้ม สำหรับเด็กอายุ 5-11 ปี จำนวน 3 แสนโดสมาถึงประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดย ศบค. จังหวัดจะมีการรวบรวมและจัดสรรการฉีดวัคซีน ซึ่งผู้ปกครองต้องมีการยินยอม เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันที่จะทำให้พวกเราพ้นวิกฤตตรงนี้ไปด้วยกัน เมื่อโควิดผ่านไปทุกสิ่งทุกอย่าง ทั้งเศรษฐกิจ สังคม รวมทั้งความอยู่รอดของโรงเรียนเอกชน และทุกมิติจะยั่งยืนมากขึ้น

ขอฝากการบ้านแก่ผู้บริหาร สช. ให้ช่วยดูว่าการจัดการเรียนการสอน และการจัดอบรมในรูปแบบ online มีการจัดการช่องทางการสื่อสารที่ดี และเพียงพอหรือไม่ ปรับปรุงประสิทธิภาพให้มีการเข้าถึงได้ง่าย ทำอย่างไรที่จะสามารถให้ครูโรงเรียนเอกชนเข้าไปพัฒนาตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

อานนท์ วิชานนท์ / ข่าว
อธิชนม์ สลางสิงห์ / ภาพ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

WordPress.com.

Up ↑

%d bloggers like this: