ปรับหลักสูตรอาชีวะทั้งระบบ สอดคล้องให้ผู้เรียนมีโลกอาชีพ มีสมรรถนะสูงสุดตรงตามสถานประกอบการต้องการ

รมว.ศึกษาธิการ “ตรีนุช เทียนทอง” มอบนโยบายสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ตั้งรับการเปลี่ยนแปลงโลกอาชีพ ทบทวนการจัดการเรียนการสอนอาชีวศึกษาทั้งระบบ ระดับปวช.-ปวส. ให้ผู้เรียนมีสมรรถนะสูงสุดตรงตามที่สถานประกอบการต้องการ เรียนจบหลักสูตรโดยไม่ออกกลางคัน ตั้งเป้าเริ่มใช้ในปีการศึกษา 2565

นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในโลกของอาชีพ ที่มีอาชีพและเทคโนโลยีใหม่ ๆ เกิดขึ้น ศธ. มีความคาดหวังว่านักเรียน นักศึกษาต้องปรับตัวได้ทันกับโลกของอาชีพที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ประกอบกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ซึ่งคาดว่าเราต้องอยู่ร่วมกับโรคติดเชื้อโควิด 19 ไปอีกระยะหนึ่ง

จากการที่ได้ลงพื้นที่ติดตามการจัดการศึกษา ก็ได้รับเสียงสะท้อนจากผู้เรียน สถานศึกษา และประชาชน ว่ามีนักเรียนนักศึกษาออกกลางคันเป็นจำนวนมาก โดยสาเหตุหนึ่ง คือ ความแข็งตัวของหลักสูตร และการจัดการเรียนการสอน ดังนั้น จึงต้องมีการปรับปรุงการจัดการเรียนการสอนอาชีวศึกษาใหม่ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ต่าง ๆ เพื่อให้มั่นใจว่าผู้เรียนมีคุณภาพ มีสมรรถนะสูงสุดตรงตามที่สถานประกอบการ หรือตลาดแรงงานต้องการ

“ดิฉันได้มอบนโยบายให้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ทบทวนเรื่องการจัดการเรียนการสอนของอาชีวศึกษาทั้งระบบ ตั้งแต่หลักสูตรระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) และประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) การจัดการเรียนรู้ การจัดเวลาเรียน การฝึกประสบการณ์สมรรถนะวิชาชีพ การฝึกอาชีพ การประเมินผลการเรียนรายวิชา ตลอดจนการฝึกอาชีพในระบบทวิภาคี รวมถึงเรื่องสื่อที่ใช้ในการจัดการเรียนการสอน เพื่อให้มั่นใจว่าผู้เรียนสายวิชาชีพ สามารถจบออกไปอย่างมีคุณภาพ มีสมรรถนะสูงสุดตรงตามที่สถานประกอบการ หรือตลาดแรงงานต้องการ และที่สำคัญสามารถเรียนจนจบหลักสูตรโดยไม่ออกจากหลักสูตรกลางคัน ซึ่งการปรับปรุงนี้ควรจะดำเนินการให้แล้วเสร็จทันใช้ในปีการศึกษา 2565 นี้” รมว.ศึกษาธิการ กล่าว

One thought on “ปรับหลักสูตรอาชีวะทั้งระบบ สอดคล้องให้ผู้เรียนมีโลกอาชีพ มีสมรรถนะสูงสุดตรงตามสถานประกอบการต้องการ

  1. ชัดเจนครับ และควรกระจายอำนาจให้แต่ละชุมชนได้ร่วมมือกันทั้ง 3 ฝ่าย (ที่ผ่านมาคือทวิภาคี 2ฝ่าย สำเร็จแต่เอ้าทพุทได้จริงกี่%) แต่ละชุมชนร่วมมือกัน จะเห็นความต้องการ บนความพร้อมของทรัพยากร ต้องการและขาดสิ่งใด นั่นคือ การจัดสรรงบประมาณควรเป็นไปตามที่ต้องการ มิใช่จัดโดยส่วนกลาง ที่ไม่เคยคำนึงถึงท้องถิ่นชุมชน นั่นคือได้ผลผลิต ที่ไม่สามารถตอบโจทย์ การกระจายอำนาจ แล้วมีหน่วยประเมินผลที่ดูจากผลลัพธ์ไม่ใช่รายงาน การตั้งกรอบมาตรฐานจะมีประโยชน์อะไร ถ้าผู้กำหนดไม่มีประสบการณ์

    ถูกใจ

ส่งความเห็นที่ โกเมศ จุลละครินทร์ ยกเลิกการตอบ

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s