เงินเยียวยานักเรียน คนละ 2,000 บาท โอนไปยังหน่วยงานในสังกัดและนอกสังกัดกระทรวงศึกษาธิการแล้ว ตรวจสอบสิทธิ์ผ่านเว็บไซต์ กรณีไม่ได้รับเงิน โทร. 1579 หรือ 1693 (โรงเรียนเอกชน) พร้อมทบทวนนักศึกษาปริญญาตรี สถาบันการอาชีวศึกษา ได้รับด้วย

นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า ขณะนี้กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้ดำเนินการโอนเงินงบประมาณตามโครงการให้ความช่วยเหลือภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา เพื่อบรรเทาผลกระทบของผู้ปกครอง นักเรียน และนักศึกษา เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด 19) ซึ่งเป็นการช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการเรียนรู้ของนักเรียน นักศึกษา ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ทั้งสายสามัญศึกษาและสายอาชีพ ในสถานศึกษาของรัฐและเอกชน ประมาณ 10.8 ล้านคน ในอัตรา 2,000 บาทต่อคน รวมเป็นเงินประมาณ 21,600 ล้านบาท ไปยังหน่วยงานในสังกัดและนอกสังกัด ศธ.เรียบร้อยแล้ว

  • สพฐ. รับเงินเยียวยา ทั้งการรับเงินโอนเข้าบัญชี หรือรับเงินสดที่โรงเรียน ตั้งแต่วันที่ 1-7 กันยายน 2564
  • สอศ. รับเงินเยียวยา ทั้งการรับเงินโอนเข้าบัญชี หรือรับเงินสดที่สถานศึกษา ตั้งแต่วันที่ 1-7 กันยายน 2564
  • กศน. รับเงินเยียวยา โดยรับเงินสดที่สถานศึกษา ตั้งแต่วันที่ 1-7 กันยายน 2564
  • สช. รับเงินเยียวยา ทั้งการรับเงินโอนเข้าบัญชี หรือรับเงินสดที่โรงเรียน ตั้งแต่วันที่ 6-10 กันยายน 2564

“สถานศึกษาทุกแห่ง เมื่อได้รับการจัดสรรเงินตามมาตรการให้ความช่วยเหลือภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาไปแล้ว ขอให้เร่งดำเนินการโอนเงินหรือจ่ายเงินสดให้ถึงมือผู้ปกครอง นักเรียน และนักศึกษา เต็มจำนวนโดยเร็ว ห้ามสถานศึกษาหักเงินนี้ เพราะรัฐบาลต้องการให้เงินนี้เป็นการชดเชยค่าใช้จ่ายในการเรียนที่เพิ่มขึ้นในช่วงโควิด 19 ที่ผู้ปกครองสามารถนำไปใช้ตามความจำเป็น เช่น ค่าอินเทอร์เน็ต ค่าไฟฟ้า และอื่น ๆ เป็นต้น

ทั้งนี้ นักเรียนสังกัด สพฐ.สามารถตรวจสอบสิทธิ์ได้ที่เว็บไซต์ https://student.edudev.in.th นักเรียนสังกัด สช.ตรวจสอบสิทธิ์ได้ที่ https://opec.go.th และนักศึกษาสังกัด สอศ. ตรวจสอบสิทธิ์ได้ที่ https://www.vec.go.th สำหรับนักศึกษา กศน.ตรวจสอบสิทธิ์ที่สำนักงาน กศน.จังหวัด/อำเภอ และศูนย์การเรียนรู้ชุมชน

สำหรับกรณีไม่ได้รับเงินในช่วงเวลาที่กำหนด สามารถติดตามสอบถามได้ที่สถานศึกษาต้นสังกัด หรือสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา หรือสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด หรือส่วนราชการต้นสังกัด หรือโทร. 1579, 1693 (โรงเรียนเอกชน) ซึ่งอาจจะมีผู้เรียนบางคนได้รับเงินล่าช้า เพราะมีสาเหตุมาจากปัจจัยต่าง ๆ ดังนี้ นักเรียนย้ายโรงเรียนหลังวันที่ 25 มิถุนายน 2564 โรงเรียนตั้งอยู่ในพื้นที่ห่างไกลและทุรกันดาร และสถานการณ์การระบาดของโควิด 19 อย่างไรก็ตามยืนยันว่านักเรียน นักศึกษา ทุกคนที่มีสิทธิ์ต้องได้รับเงินเยียวยาเต็มจำนวน” รมว.ศธ. กล่าว

ส่วนกรณีที่ผู้ปกครองและนักศึกษา ระดับปริญญาตรี ที่ศึกษาอยู่ในสถาบันการอาชีวศึกษา สังกัด สอศ.จำนวน 23 แห่ง ร้องเรียนว่าไม่ได้รับการพิจารณาให้ได้รับเงินเยียวยา คนละ 2,000 บาท นั้น ที่ผ่านมา สอศ.ได้จัดทำตัวเลขข้อมูลนักศึกษาในสังกัด สอศ.ที่จะได้รับการเยียวยาครอบคลุมทุกระดับ และเสนอไปยังสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติพิจารณา แต่เมื่อสภาพัฒน์ฯ พิจารณาและส่งเรื่องให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) กลับตัดกลุ่มนักศึกษาระดับปริญญาตรีของ สอศ.ออกไป

เมื่อตนทราบเรื่องจึงได้หารือกับ ดร.สุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และได้มอบหมายให้ ดร.สุภัทร จำปาทอง ปลัด ศธ. ประสานไปยังสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เพื่อพิจารณาทบทวนและขยายเพดานการเยียวยาเงินคนละ 2,000 บาท ให้ถึงกลุ่มนักศึกษาปริญญาตรีแล้ว และเมื่อผ่านการพิจารณาตามขั้นตอนของสภาพัฒน์ฯ ก็ต้องเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้พิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป หากผ่านมติ ครม.แล้ว สอศ.จะเร่งดำเนินการโอนงบประมาณให้แก่สถาบันการอาชีวศึกษาทันที ทั้งนี้ สอศ.ได้จัดทำตัวเลขข้อมูลนักศึกษาระดับปริญญาตรี จำนวน 10,538 คน ที่จะได้รับการเยียวยาเงินคนละ 2,000 บาท เพื่อเสนอให้สภาพัฒน์ฯ พิจารณาแล้ว.

ขอบคุณข้อมูล: คณะทำงานฯ