กระทรวงศึกษาธิการ – 6 ตุลาคม 2569 / รศ.ประวิต เอราวรรณ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมผู้บริหารสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ครั้งที่ 2/2569 โดยมีนายวรัท พฤกษาทวีกุล นายวีระ แข็งกสิการ รองปลัด ศธ. นายสุรพงษ์ เอิมอุทัย ผู้ตรวจราชการ ศธ. รักษาราชการแทนรองปลัด ศธ. ผู้บริหาร ผู้อำนวยการ ตลอดจนผู้แทนหน่วยงานในสังกัด สป.ศธ. เข้าร่วม ณ ห้องประชุมณรงค์ บุญมี อาคารรัชมังคลาภิเษก 1 และผ่านระบบออนไลน์

ปลัด ศธ. เปิดเผยว่า การประชุมครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญในการทบทวนภารกิจของสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ รวมถึงการมอบหมายอำนาจและการกำกับดูแลงานของรองปลัดกระทรวงศึกษาธิการในแต่ละสำนัก เพื่อให้ทุกหน่วยงานมีความเข้าใจบทบาทหน้าที่ของตนเองอย่างชัดเจน และสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ โดยขอให้ผู้บริหารและบุคลากรทุกระดับได้แสดงศักยภาพอย่างเต็มที่ พร้อมทั้งให้ผู้มีประสบการณ์ช่วยดูแลและถ่ายทอดองค์ความรู้แก่บุคลากรรุ่นใหม่ เพราะ “คน” คือกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนงานของสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ

การดำเนินงานของสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการจะต้องยึดนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็น “ธง” ในการขับเคลื่อน โดยเฉพาะ 5 นโยบายสำคัญ ซึ่งทุกหน่วยงานในฐานะหน่วยปฏิบัติต้องมีความเข้าใจและรับรู้ทิศทางเดียวกัน เพื่อให้สามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรมและเชื่อมโยงกันทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค

สำหรับนโยบายการลดภาระงานครูและบุคลากรทางการศึกษา สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการจะเร่งนำเทคโนโลยีและระบบดิจิทัลมาใช้สนับสนุนการทำงาน การพัฒนาระบบข้อมูลกลางและ Big Data ของกระทรวงศึกษาธิการ การพัฒนาระบบ EduPass และระบบข้อมูลที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะระบบ e-Office เพื่ออำนวยความสะดวกในการประสานงานระหว่างส่วนกลาง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลดขั้นตอนและภาระงานที่ไม่จำเป็น พร้อมทั้งพัฒนาศักยภาพด้านเทคโนโลยีและสารสนเทศของบุคลากรให้สามารถนำระบบต่าง ๆ มาใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

“โจทย์สำคัญ คือ ทำอย่างไรให้การจัดเก็บข้อมูลไม่กลายเป็นการเพิ่มภาระให้แก่สถานศึกษาและบุคลากรในพื้นที่ โดยต้องออกแบบระบบให้สามารถใช้ข้อมูลที่มีอยู่แล้วให้เกิดประโยชน์สูงสุด ลดการสำรวจข้อมูลซ้ำซ้อน และเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงาน เพื่อให้ข้อมูลสามารถนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจและกำหนดนโยบายได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

สำหรับนโยบายครัวกลางซึ่งจะดำเนินการร่วมกับหน่วยงานส่วนภูมิภาคและพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา การขับเคลื่อนงานด้านสถานศึกษาปลอดภัย ศูนย์พิทักษ์สิทธิ์ และระบบ Traffy EDU ให้ประชาชนและบุคลากรในสังกัดรับรู้ช่องทางการร้องเรียนและการขอรับความช่วยเหลืออย่างทั่วถึง พร้อมพัฒนากระบวนการรับเรื่อง การส่งต่อ และการแก้ไขปัญหาของเจ้าหน้าที่ให้มีความชัดเจน รวดเร็ว และสร้างความเข้าใจร่วมกันในทุกระดับ ในส่วนของการพัฒนาระบบธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank) ต้องบูรณาการการทำงานระหว่างหน่วยงานด้านวิชาการกับหน่วยงานด้านเทคโนโลยีและระบบข้อมูล เพื่อพัฒนาระบบให้สามารถใช้งานได้จริงและตอบโจทย์ผู้เรียน

การขับเคลื่อนงานจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการ “Empower” บุคลากร ทั้งการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมาย อำนาจหน้าที่ และบทบาทของแต่ละหน่วยงาน ตลอดจนการ Reskill และ Upskill บุคลากรให้สอดคล้องกับภารกิจ สิ่งสำคัญในระยะต่อไป คือ การจัดทำแผนอัตรากำลังของกระทรวงศึกษาธิการในภาพรวม โดยต้องนำแนวโน้มอัตราการเกิดที่ลดลงมาประกอบการวิเคราะห์และวางแผนอัตรากำลัง รวมถึงนำข้อมูลและบทเรียนจากนโยบายที่ผ่านมา มาใช้ประกอบการปรับแผนให้เหมาะสมกับบริบทที่เปลี่ยนแปลง ขณะเดียวกันต้องเพิ่มศักยภาพเสริมขีดความสามารถของบุคลากร (Capacity Building) และปรับปรุงหลักสูตรการพัฒนาข้าราชการให้ทันสมัย ตอบโจทย์การทำงานในอนาคต และสามารถสร้างแรงจูงใจและความผูกพันให้กับบุคลากรรุ่นใหม่

“สิ่งสำคัญ คือ เราต้องเห็นภาพของตัวเองให้ชัดว่า สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการจะเข้าไปมีส่วนในการขับเคลื่อนนโยบายแต่ละเรื่องอย่างไร และทุกหน่วยงานต้องร่วมกันทำให้เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยใช้ทั้งเทคโนโลยี ระบบข้อมูล และศักยภาพของบุคลากรเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนงาน”

อานนท์ วิชานนท์ / ข่าว
ธนภัทร จันทร์ห้างหว้า / ภาพ

ภาพเพิ่มเติม https://www.facebook.com/share/p/14xRWEMvCr9/