กระทรวงศึกษาธิการ – 5 ตุลาคม 2569 / นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มอบหมายให้ นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดกรุงเทพมหานคร (กศจ.กทม.) ครั้งที่ 4/2569 โดยมี รศ.ประวิต เอราวรรณ์ ปลัด ศธ. นายสุภชัย จันปุ่ม รองเลขาธิการ สกศ. ผู้บริหาร ตลอดจนคณะกรรมการฯ เข้าร่วม ณ ห้องประชุมราชวัลลภ อาคารราชวัลลภ และผ่านระบบออนไลน์

รมช.ศธ. เปิดเผยว่า สำหรับเรื่องเร่งด่วนที่เกิดขึ้นสถานการณ์น้ำท่วมในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครและในอีกหลายจังหวัด กระทรวงศึกษาธิการให้ความสำคัญกับการดูแลและบรรเทาความเดือดร้อนของนักเรียน ครู บุคลากรทางการศึกษา ตลอดจนประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม โดยได้กำชับให้หน่วยงานและสถานศึกษาในพื้นที่สำรวจสถานการณ์ ความเสียหาย และความต้องการช่วยเหลืออย่างใกล้ชิด เพื่อประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน

ในส่วนของสถานศึกษาที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ซึ่งส่งผลต่อการจัดการเรียนการสอนและการเดินทางของนักเรียนและบุคลากร ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประเมินความพร้อมของแต่ละพื้นที่ และประสานหน่วยงานภาคีที่มีศักยภาพเข้ามาช่วยเหลือ โดยเฉพาะการเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ การดูแลด้านสาธารณสุขและสุขอนามัย รวมถึงการเฝ้าระวังโรคและปัญหาสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นภายหลังน้ำลด ทั้งนี้ มีสถานศึกษาในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการได้รับผลกระทบ 1,097 แห่ง ขอให้ทุกหน่วยงานเตรียมความพร้อมและเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเปลี่ยนแปลง และให้สถานศึกษาสามารถกลับมาเปิดการเรียนการสอนได้โดยเร็วเมื่อสถานการณ์มีความปลอดภัยและเหมาะสม

สำหรับการประชุมครั้งนี้ ที่ประชุมมีมติเห็นชอบอนุญาตให้จัดการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยครอบครัว (Home School) ตั้งแต่ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2569 ได้แก่ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากรุงเทพมหานคร จำนวน 15 ครอบครัว ผู้เรียน 15 ราย แบ่งเป็นระดับอนุบาล 9 ครอบครัว ผู้เรียน 9 ราย และระดับประถมศึกษา 6 ครอบครัว ผู้เรียน 6 ราย สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 1 ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น จำนวน 3 ครอบครัว ผู้เรียน 3 ราย และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 2 ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น จำนวน 2 ครอบครัว ผู้เรียน 2 ราย

การจัดการศึกษาโดยครอบครัว หรือ Home School เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ช่วยให้ผู้เรียนได้รับการศึกษาที่เหมาะสมกับความต้องการและบริบทของแต่ละครอบครัว โดยกระทรวงศึกษาธิการมีแนวทางที่จะนำเทคโนโลยีแอปพลิเคชัน มาใช้สนับสนุนกระบวนการดำเนินงานให้มีความสะดวก รวดเร็ว และเข้าถึงได้มากยิ่งขึ้น รวมถึงการพัฒนาระบบหรือแอปพลิเคชันเพื่ออำนวยความสะดวกในการยื่นคำขอ การรับทราบขั้นตอน และการติดตามกระบวนการจัดการศึกษา

ที่ประชุมยังรับทราบรายงานผลการขับเคลื่อนนโยบายเพื่อแก้ปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาให้กลายเป็นศูนย์ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร (Thailand Zero Dropout) โดยข้อมูล ณ วันที่ 30 กันยายน 2569 สามารถค้นหาและติดตามกลุ่มเป้าหมายได้ครบ 100% จำนวน 51,362 ราย ทั้งนี้ แนวทางการป้องกันเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษาในพื้นที่ ประกอบด้วย การพัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือและการคัดกรองนักเรียน การจัดการเรียนรู้ที่มีความยืดหยุ่น การเชื่อมโยงเครือข่ายด้านอาชีพกับแหล่งฝึกงานหรือสถานประกอบการ รวมถึงการพัฒนาศักยภาพครูที่ปรึกษาและครูผู้รับผิดชอบระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน

โดยเฉพาะการเสริมสร้างทักษะด้านการให้คำปรึกษาเบื้องต้นแก่นักเรียนที่มีปัญหาด้านสุขภาพจิต การประเมินระดับความเสี่ยงและการส่งต่ออย่างเหมาะสม การมีนักจิตวิทยาประจำเขตพื้นที่หรือสถานศึกษา การสื่อสารกับผู้ปกครองในสถานการณ์ที่มีความละเอียดอ่อน ตลอดจนการออกแบบการจัดการเรียนรู้และการวัดประเมินผลที่มีความยืดหยุ่นสำหรับผู้เรียนที่มีข้อจำกัดเฉพาะ รวมถึงการจัดให้มีช่องทางปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหรือสหวิชาชีพในกรณีที่เกินขีดความสามารถของสถานศึกษา ขับเคลื่อนกรุงเทพมหานครสู่ “เมืองแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต”

นอกจากนี้ ที่ประชุมรับทราบรายงานผลการขับเคลื่อนแผนพัฒนาการศึกษากรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2568–2570 ฉบับทบทวน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 และรายงานสาระสำคัญแผนพัฒนาการศึกษากรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2568–2570 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ซึ่งกำหนดวิสัยทัศน์ “กรุงเทพมหานครเป็นเมืองแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต” โดยมุ่งพัฒนาการศึกษาอย่างเป็นระบบและมีทิศทาง ครอบคลุม 6 ประเด็นยุทธศาสตร์สำคัญ ได้แก่ ด้านความเหลื่อมล้ำ การส่งเสริมการสร้างความเสมอภาคและโอกาสทางการศึกษาที่สามารถตอบสนองความต้องการที่หลากหลาย, ด้านทรัพยากร การพัฒนาและบริหารจัดการทรัพยากรทางการศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน และด้านการบูรณาการและการมีส่วนร่วม ยกระดับคุณภาพการศึกษาด้วยการบูรณาการและการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการบริหารและจัดการศึกษา

ที่ประชุมยังรับทราบรายงานผลการขับเคลื่อนการพัฒนาการจัดการศึกษาปฐมวัยตามแผนพัฒนาเด็กปฐมวัยกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2569 – 2570 ฉบับทบทวน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 รายงานข้อมูลสารสนเทศนักเรียนย้อนหลัง 10 ปีในพื้นที่กรุงเทพมหานคร รวมถึงรายงานผลการประเมิน PISA 2025 ของสถานศึกษาในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยมีสถานศึกษาที่เป็นตัวแทนนักเรียนอายุ 15 ปีเข้าร่วมการประเมินจำนวน 53 แห่ง นักเรียน 1,160 คน ซึ่งมีผลคะแนนสูงกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศในทุกวิชา รวมทั้งรับทราบผลการคัดเลือกครูผู้สมควรได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ครั้งที่ 7 ปี พ.ศ. 2570 ในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จำนวน 9 ราย

“การพัฒนาคุณภาพการศึกษาในกรุงเทพมหานครจำเป็นต้องดำเนินการควบคู่กันทั้งด้านคุณภาพผู้เรียน ครูและบุคลากร รูปแบบการเรียนรู้ และการบริหารจัดการ โดยต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ขณะเดียวกันในสถานการณ์ที่เกิดภัยพิบัติหรือเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อสถานศึกษา สิ่งสำคัญที่สุดคือการดูแลความปลอดภัยและสวัสดิภาพของนักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา พร้อมเตรียมความพร้อมให้ระบบการศึกษาสามารถกลับมาดำเนินการได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ”

อานนท์ วิชานนท์ / ข่าว
ธนภัทร จันทร์ห้างหว้า / ภาพ

ภาพเพิ่มเติม https://www.facebook.com/share/p/19hMQZkyHQ/