กระทรวงศึกษาธิการ – 10 สิงหาคม 2569 / นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมวางแผน กำกับ ดูแลเทคโนโลยี และปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยมีผู้บริหารระดับสูง ศธ. ตลอดจนผู้แทนจากองค์กรหลักและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ ห้องประชุมราชวัลลภ อาคารราชวัลลภ

รมว.ศธ. เปิดเผยว่า ในวันนี้กระทรวงศึกษาธิการ ได้มีการระดมความคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ นักจิตวิทยา นักวิชาการ ตลอดจนผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดนโยบายเร่งด่วนในการจัดการสื่อเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ส่งผลกระทบต่อการเรียนการสอน โดยมุ่งเน้นการวางกรอบสำคัญ 2 ด้าน คือ การสร้างระบบดูแลสุขภาพและสุขภาวะทางจิตของนักเรียน เพื่อเฝ้าระวังผลกระทบจากสื่อ และการกำกับดูแลสื่อออนไลน์และ AI ให้มีความเหมาะสมตามช่วงวัยของผู้เรียนเป็นสำคัญ

การจัดทำนโยบายครั้งนี้ครอบคลุมการศึกษาทุกระดับ ตั้งแต่ระดับปฐมวัย การศึกษาขั้นพื้นฐาน อาชีวศึกษา ไปจนถึงระดับอุดมศึกษา และจะเชื่อมโยงกับระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนและมาตรการด้านความปลอดภัยในสถานศึกษา เพื่อให้การป้องกันและแก้ไขปัญหาเป็นระบบ ตั้งแต่การสร้างภูมิคุ้มกัน การเฝ้าระวัง การคัดกรอง การให้คำปรึกษา ตลอดจนการส่งต่อผู้เรียนที่จำเป็นต้องได้รับการดูแลจากผู้เชี่ยวชาญ

กระทรวงศึกษาธิการได้ศึกษาแนวทางการกำกับดูแลการใช้เทคโนโลยีในสถานศึกษาจากต่างประเทศ เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาให้เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย อาทิ การจำกัดหรือห้ามใช้โทรศัพท์มือถือระหว่างการเรียน การอนุญาตให้ใช้เฉพาะกิจกรรมหรือรายวิชาที่จำเป็น การกำกับดูแลผ่านระบบหรือแพลตฟอร์มเพื่อจำกัดการเข้าถึงเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม ตลอดจนการใช้โทรศัพท์ที่สามารถโทรเข้า–โทรออกได้ โดยไม่เปิดให้เข้าถึงแอปพลิเคชันออนไลน์บางประเภท เพื่อให้ผู้ปกครองยังสามารถติดต่อบุตรหลานได้ในกรณีจำเป็น ทั้งหมดนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาเพื่อกำหนดแนวทางที่เหมาะสมกับอายุ พัฒนาการ และบริบทของผู้เรียนในประเทศไทย

การขับเคลื่อนนโยบายนี้สะท้อนให้เห็นถึงความใส่ใจของภาครัฐต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมทางเทคโนโลยีที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ผลกระทบสำคัญที่จะเกิดขึ้นกับสังคมคือการสร้างเกราะป้องกันทางดิจิทัลให้กับเด็กและเยาวชน ช่วยให้ผู้ปกครองมั่นใจได้ว่าลูกหลานจะสามารถใช้เทคโนโลยีได้อย่างสร้างสรรค์ในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย และลดความเสี่ยงด้านปัญหาสุขภาพจิตที่อาจเกิดจากการเสพสื่อที่ไม่เหมาะสม เพื่อสร้างอนาคตของชาติที่มีคุณภาพในยุคดิจิทัลอย่างยั่งยืน

เป้าหมายหลักไม่ใช่การสั่งห้ามหรือปิดกั้นการเข้าถึงเทคโนโลยี เนื่องจากอาจเป็นการทำร้ายเด็กในโลกยุคใหม่ แต่ปรับเป็นการกำกับดูแลอย่างชาญฉลาดปลอดภัยเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ ป้องกันผลกระทบที่อาจสร้างบาดแผลหรือข้อจำกัดต่อพัฒนาการของเด็กหากขาดการกำกับดูแลที่ถูกต้องเหมาะสม การขับเคลื่อนนโยบายนี้เป็นการบูรณาการร่วมกันระหว่างฝ่ายนโยบาย บุคลากรทางการแพทย์ นักจิตวิทยา และผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี เพื่อให้ครอบคลุมทุกมิติทั้งด้านพัฒนาการทางสมอง สุขภาพจิต จริยธรรม และทักษะดิจิทัล

“กระทรวงศึกษาธิการตระหนักดีว่า การออกแบบนโยบายในเรื่องนี้ไม่สามารถคิดหรือกำหนดขึ้นเองได้ แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานของข้อมูล หลักวิชาการ และความเห็นของผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้มาตรการที่ออกมาสามารถนำไปใช้ได้จริง ไม่ล้าสมัย และไม่กลายเป็นข้อจำกัดต่อการเรียนรู้ของเด็ก ขณะเดียวกันต้องสามารถป้องกันและลดความเสี่ยงจากการใช้เทคโนโลยีที่ไม่เหมาะสมได้อย่างมีประสิทธิภาพ การวางรากฐานที่แข็งแกร่งนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยส่งเสริมศักยภาพเด็กไทยในโลกยุคดิจิทัล แต่ยังเป็นการสร้างเกราะคุ้มกันทางจิตใจและจริยธรรมให้เติบโตอย่างมีคุณภาพในสภาวะแวดล้อมที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยี”

อานนท์ วิชานนท์ / ข่าว-กราฟิก
ธนภัทร จันทร์ห้างหว้า / ภาพ

ภาพเพิ่มเติม https://www.facebook.com/share/p/1JqartgMCG/