8 สิงหาคม 2569 – ศ. ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (รมว.อว.) ในฐานะกำกับดูแลกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมบูรณาการความร่วมมือร่วมกันระหว่าง 4 กระทรวงหลัก โดยนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศธ., นายนิกร โสมกลางรมว.พม., นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.รง. ตลอดจนผู้แทนจากกระทรวงสาธารณสุข โดยกรมสุขภาพจิต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกำหนดมาตรการฉุกเฉินและกรอบป้องกันความปลอดภัยในสถานศึกษาทั่วประเทศ ณ ห้องประชุมราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ

รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมว่า วันนี้ลูกหลานทุกคนในประเทศไทยจะต้องปลอดภัยในรั้วโรงเรียนทั้งหมด และเหตุการณ์เช่นนี้จะต้องไม่เกิดขึ้นอีกแล้ว วันนี้ได้วางกรอบของแผนระยะสั้นในการเปิดเรียนของโรงเรียนที่เกิดเหตุ โดยกำหนดแผนมาตรฐานความปลอดภัยโรงเรียนแห่งชาติ ภายใน 90 วัน ซึ่งกำลังจะประกาศและจะนำเข้า ครม.ให้เป็นแผนที่ทุกกระทรวงเชื่อมโยงกันได้

1.) แผนการเปิดโรงเรียน ให้ นักเรียน ผู้ปกครอง ครู ที่ได้รับผลกระทบเรื่องสุขภาพจิต สามารถขอความช่วยเหลือได้ทั่วประเทศ ผ่านทางสายด่วนกรมสุขภาพจิต 1323 ที่มีระบบโทร แชต นัดหมายเพิ่มเติมกับนักจิตวิทยาในพื้นที่ได้

2.) ทีมอาสาสมัครสุขภาพจิตเชิงรุก ที่ลงไปประจำโรงเรียนเพื่อดูแลสภาพจิตใจ ครู นักเรียน และผู้ปกครอง กระทรวงศึกษาธิการได้เจ้าภาพและได้ดำเนินการเรื่องนี่เรียบร้อยแล้ว ส่วนกรมสุขภาพจิตจะจัดกิจกรรมวันแรกที่เปิดเรียนในโรงเรียนที่เกิดเหตุอย่างมีระบบตามมาตรฐานสากล

3.) ปิดห้องเรียนที่เกิดเหตุ เพื่อรักษาสภาพจิตใจของทุกฝ่ายจากเหตุการณ์สะเทือนขวัญ

4.) จัดพื้นที่ให้ผู้ปกครอง เพื่อสังเกตการณ์ผู้เรียนในช่วงนี้ โดยมีการลงทะเบียนให้รัดกุมขึ้น

5.) เปิดโอกาสให้ครู นักเรียน และผู้ปกครอง ที่ได้รับผลกระทบทางจิตใจ กระทรวงศึกษาธิการจะดูแลเรื่องการย้ายโรงเรียนตามความเหมาะสม

6.)  คัดกรองสิ่งผิดกฎหมายเพื่อความปลอดภัย เป็นมาตรฐานชั่วคราวที่จะทำให้ทุกคนอุ่นใจว่าผู้เรียนจะปลอดภัยในรั้วโรงเรียนประเทศไทย 

สำหรับเรื่องของมาตรฐานความปลอดภัยโรงเรียนแห่งชาติ ภายใน 90 วัน เพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นซ้ำอีกทุกมิติ รายละเอียด ดังนี้

  1.   คัดกรองสุขภาพจิตนักเรียนเป็นประจำ
  2.   ส่งต่อนักเรียนกลุ่มเสี่ยงให้ถึงมือผู้เชี่ยวชาญให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
  3. Train the Trainer จัดอบรมสำหรับอาจารย์แนะแนว รวมถึงอาจารย์ที่ปรึกษา ให้สามารถคัดกรองสุขภาพจิตและปฐมพยาบาลเบื้องต้นได้ โดยทั้ง 4 กระทรวง จะดูแลหลักสูตรที่เกี่ยวข้องร่วมกัน
  4. ช่องทางแจ้งเหตุผ่านศูนย์พิทักษ์สิทธิเสรีภาพ กระทรวงศึกษาธิการ ผ่านแพลตฟอร์ม Traffy Fondue โดยจะเปิดใช้อย่างเป็นทางการได้ในเร็วนี้ ถือเป็น Safe Zone พื้นที่รับฟังเสียงของทุกคนที่เดือดร้อน 
  5. ฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุหลากหลายรูปแบบอย่างเคร่งครัด
  6. Zero tolerance ไม่เพิกเฉยต่อการกลั่นแกล้ง
  7. คัดกรองบุคคลและสิ่งผิดกฎหมายก่อนเข้าสถานศึกษา โดยปลัดกระทรวงศึกษาธิการจะจัดทำประกาศอย่างเป็นทางการต่อไป
  8. ส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างครูกับนักเรียน
  9. การคัดกรองบุคคล และสิ่งของผิดกฎหมายก่อนเข้าสถานศึกษา

“พวกเราในฐานะรัฐบาลไทยจะทำเรื่องนี้ให้ดีที่สุด และจะสร้างความเชื่อมั่นให้กับคนไทยทุกคน ครูนักเรียน ผู้ปกครองว่าเหตุการณ์เช่นนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก ขอความร่วมมือจากผู้ปกครองสอดส่องดูแลพฤติกรรมของบุตรหลานที่เปลี่ยนไปเพื่อคัดกรองและให้คำปรึกษาอย่างถูกต้อง” รองนายกรัฐมนตรี กล่าว

รมว.ศธ. กล่าวเพิ่มเติมภายหลังการประชุมช่วยเหลือเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิต และผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุกราดยิงครูและนักเรียนในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ของกระทรวงศึกษาธิการ ว่า ในวันนี้กระทรวงศึกษาธิการได้เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และประชุมออนไลน์กับสถานศึกษาทุกแห่งในสังกัดทั่วประเทศ โดยได้วาง 9 มาตรการบริหารจัดการสถานการณ์ความปลอดภัยสถานศึกษาทั่วประเทศ และจะออกประกาศแนวทางเพื่อสร้างความมั่นใจและความปลอดภัยให้กับผู้ปกครอง ครูและ นักเรียน ให้มีมาตรฐานและแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนมากขึ้นโดยเร็วที่สุดโดยกำหนดรายละเอียดการดำเนินงาน 9 ข้อ ดังนี้

1. เปิดศูนย์พิทักษ์สิทธิเสรีภาพและความปลอดภัย กระทรวงศึกษาธิการ ดูแลสุขภาพจิตและเปิดช่องทางช่วยเหลือทั่วประเทศ เพื่อให้นักเรียน ผู้ปกครอง ครู ขอความช่วยเหลือด้านสุขภาพจิตทั่ว โดยมีเครือข่ายจิตอาสาและนักจิตวิทยาคอยให้คำปรึกษาและดูแลแนะนำในแต่ละพื้นที่ พร้อมอบรมครูแนะแนวโดยเชิญนักจิตวิทยาเข้าไปในพื้นที่เพื่อคัดกรองกลุ่มเสี่ยง และสามารถโทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ตลอด 24 ชั่วโมง

2. ดูแลเยียวยาโรงเรียนที่เกิดเหตุและผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง หากพบกรณีที่ได้รับความเสียหายทางร่างกายและจิตใจ ให้ประสานนักจิตเข้าไปรักษาบำบัดดูแลพร้อมเปิดโอกาสให้ ครูและนักเรียนที่ได้รับผลกระทบทางจิตใจสามารถย้ายโรงเรียนได้ชั่วคราวตามความความจำเป็น

3. ปิดโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ระหว่างวันที่ 10–14 สิงหาคม 2569 เพื่อบรรเทาฟื้นหูสภาวะจิตใจเบื้องต้นโดยให้การจัดการการสอนออนไลน์ในช่วงดังกล่าว 

4. เปิดพื้นที่ให้ผู้ปกครองเข้าสังเกตการณ์ เพื่อสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัย โดยต้องลงทะเบียนผ่านระบบและตรวจสอบอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันไม่ให้บุคคลอื่นที่ไม่ได้รับอนุญาตแอบอ้างเข้าภายในโรงเรียน

5. เร่งมาตรการความปลอดภัยระยะสั้น โดยประกาศมาตรการให้สถานศึกษาดำเนินการได้ทันที ได้แก่ ห้ามพกพาสิ่งผิดกฎหมายเข้ามาในสถานศึกษา เช่น ยาเสพติด บุหรี่ไฟฟ้า และอาวุธ เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจค้น โดยครูสามารถตรวจค้นและยึดสิ่งผิดกฎหมายได้ พร้อมประสานเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจดำเนินการต่อไป และเดินหน้ากฎหมายระยะยาว โดยจัดทำร่าง พ.ร.บ. การดูแลความปลอดภัยของนักเรียน รวมถึงกำหนดให้ใช้อุปกรณ์สื่อสารเฉพาะเพื่อการเรียนการสอนเท่านั้น

6. ยกระดับการคัดกรองบุคคลภายนอกก่อนเข้าสถานศึกษา ต้องปรับปรุงระบบให้รัดกุมเพิ่มขึ้น พร้อมประสานงานตำรวจและฝ่ายปกครองเพื่อให้ร่วมตรวจสอบ เฝ้าระวัง ป้องกันความเสี่ยง และดูแลความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

7. จัดทำแผนป้องกันและรับมือเหตุฉุกเฉิน พร้อมซักซ้อมเหตุการณ์ฉุกเฉินร่วมกับตำรวจในพื้นที่ให้สามารถนำไปใช้ได้จริง พร้อมประสานไปยังสถานศึกษาในสังกัดอื่น ให้เกิดมาตรฐานและแนวทางปฏิบัติด้านความปลอดภัยในทิศทางเดียวกัน

8. สื่อสารอย่างรับผิดชอบ ป้องกันพฤติกรรมเลียนแบบ (Copycat Effect) ขอความร่วมมือทุกฝ่าย ระมัดระวังการนำเสนอหรือเผยแพร่ข้อมูลที่อาจกระตุ้นความสนใจ เพื่อป้องกันไม่ให้การสื่อสารนำไปสู่พฤติกรรมเลียนแบบ ต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อนักเรียน เยาวชน ครอบครัว ผู้ได้รับผลกระทบ

9.ส่งเสริมการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างครูและนักเรียนในสถานศึกษา เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีในการเรียนการสอน และทำให้โรงเรียนเป็นพื้นที่ปลอดภัย นักเรียนสามารถพูดคุย ขอคำปรึกษา และได้รับการดูแลช่วยเหลืออย่างเหมาะสม

“สิ่งสำคัญคือการสร้างพลเมืองที่ดีให้กับสังคม และการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างครูกับนักเรียนเพื่อให้เกิดสภาพแวดล้อมที่ดีในการเรียนการสอน ขอความร่วมมือให้ช่วยกันเน้นย้ำเป็นแนวทางในการปฏิบัติสำหรับสถานศึกษาในสังกัดทุกแห่ง  ศธ.ไม่ได้นิ่งนอนใจในเรื่องนี้ โดยจะเชิญผู้อำนวยการโรงเรียนที่เกิดเหตุ พร้อมคณะครู ร่วมพูดคุย เพื่อป้องกัน แก้ไข และเยียวยา ต่อไป” รมว.ศธ. กล่าว

พบพร ผดุงพล / ข่าว
สมประสงค์ ชาหารเวียง / กราฟิก
ศศิวัฒน์ แป้นคุ้มญาติ / ภาพ