กระทรวงศึกษาธิการ – 9 มิถุนายน 2569 / นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมหารือแนวทางบูรณาการลดภาระครู ครั้งที่ 2/2569 โดยมีผู้บริหารระดับสูง ศธ. ตลอดจนผู้แทนองค์กรหลัก และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ ห้องประชุมราชวัลลภ อาคารราชวัลลภ
รมช.ศธ. กล่าวว่า การลดภาระงานครูเป็นหัวใจสำคัญของการ “คืนครูสู่ห้องเรียน” โดยเฉพาะในช่วงที่ระบบการศึกษามีการเปลี่ยนแปลงในหลายด้าน นโยบายที่สาธารณชนจับตามองมากที่สุดคือการลดภาระของครู ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่การลดเอกสารหรือขั้นตอนการรายงานเท่านั้น แต่จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนโครงสร้างการทำงาน ระบบประเมิน และแนวทางบริหารจัดการ เพื่อให้ครูสามารถทุ่มเทเวลาให้กับการจัดการเรียนการสอนได้อย่างเต็มที่ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
เป้าหมายสำคัญของกระทรวงศึกษาธิการ คือ การลดภาระงานที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเรียนการสอนโดยตรง พร้อมสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องร่วมกันระหว่างหน่วยงาน โดยเฉพาะการดำเนินโครงการต่าง ๆ ที่อาจมีการปรับเปลี่ยนตามช่วงเวลาและปีงบประมาณ เช่น โครงการโรงเรียนสีขาว ซึ่งต้องมีการสื่อสารอย่างชัดเจน เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนหรือทำให้ครูรู้สึกว่ามีการเปลี่ยนแปลงแนวทางอยู่ตลอดเวลา ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างฝ่ายการเมืองและฝ่ายข้าราชการประจำ โดยยึดหลักการทำงานร่วมกันด้วยความเข้าใจและให้เกียรติซึ่งกันและกัน เพื่อร่วมกันออกแบบแนวทางแก้ไขปัญหาที่ตอบโจทย์การทำงานของครูและโรงเรียน
สำหรับประเด็นสำคัญที่ต้องเร่งพิจารณา คือ การทบทวนหลักเกณฑ์การย้ายและประเมินผู้บริหารสถานศึกษา (ผู้อำนวยการโรงเรียน) ซึ่งที่ผ่านมาเกณฑ์บางส่วนให้ความสำคัญกับคะแนนจากผลงานของโรงเรียน โครงการ หรือกิจกรรมต่าง ๆ ส่งผลให้เกิดแรงจูงใจในการจัดทำผลงานเพื่อสะสมคะแนน และอาจกลายเป็นภาระที่ตกไปอยู่กับครูผู้สอน ดังนั้น กระทรวงศึกษาธิการจะพิจารณาปรับแนวทางการประเมินให้มุ่งวัดศักยภาพและผลลัพธ์ของผู้เรียนเป็นสำคัญ โดยเปลี่ยนจากเน้นการล่ารางวัลหรือเป็นวิทยากรภายนอก มาเป็นการวัดศักยภาพของเด็กจริง ๆ เพื่อให้การประเมินสะท้อนคุณภาพการศึกษาอย่างแท้จริง และลดภาระครูที่ต้องดำเนินงานนอกเหนือจากการจัดการเรียนการสอน
นอกจากนี้ ที่ยังรวมถึงปัญหาการมอบหมายให้ครูรับผิดชอบงานด้านพัสดุ การเงิน และบัญชี ซึ่งเป็นภาระสำคัญของครูจำนวนมาก เนื่องจากครูส่วนใหญ่ไม่ได้มีพื้นฐานความรู้เฉพาะด้านดังกล่าว และมีความกังวลเกี่ยวกับข้อผิดพลาดด้านระเบียบที่อาจนำไปสู่ความรับผิดทางวินัยหรือทางกฎหมาย ที่ผ่านมาพบว่าในบางกรณีมีการมอบหมายให้ครูบรรจุใหม่ หรือครูที่ยังขาดประสบการณ์ รับผิดชอบงานที่มีความเสี่ยง เช่น งานตรวจรับพัสดุ งานควบคุมงานก่อสร้าง หรือภารกิจด้านการเงิน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อครูผู้ปฏิบัติงานเมื่อเกิดข้อผิดพลาด จึงจำเป็นต้องมีมาตรการเชิงระบบเพื่อป้องกันปัญหา
ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) และหน่วยงานด้านการบริหารงานบุคคล จะร่วมกันจัดทำแนวทางและหลักเกณฑ์กลาง เพื่อให้การมอบหมายงานเป็นไปอย่างเหมาะสม ลดความเสี่ยง และไม่ให้ครูต้องรับภาระงานที่ไม่ตรงกับบทบาทหน้าที่ รวมถึงพิจารณาแนวทางเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารจัดการของสถานศึกษา
“การลดภาระงานครูไม่ใช่เรื่องที่จะดำเนินการให้แล้วเสร็จได้ในระยะเวลาอันสั้น แต่เป็นการปรับระบบครั้งสำคัญที่ต้องอาศัยการศึกษา วิเคราะห์ และปรับปรุงหลักเกณฑ์ต่าง ๆ อย่างรอบคอบ เพื่อให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม การปฏิรูปครั้งนี้มุ่งสร้างระบบนิเวศการทำงานที่เหมาะสม ลดแรงกดดัน และทำให้ครูสามารถทำหน้าที่สำคัญที่สุด คือ การพัฒนาผู้เรียนได้อย่างเต็มศักยภาพ”
อานนท์ วิชานนท์ / ข่าว-กราฟิก
ภารุจ พูลอำไภย์ / ภาพ
ภาพเพิ่มเติม https://www.facebook.com/share/p/1JHu86czqM/
