กระทรวงศึกษาธิการ – 9 มิถุนายน 2569 / นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมผู้บริหารระดับสูงกระทรวงศึกษาธิการ ครั้งที่ 4/2569 โดยมีผู้บริหารระดับสูง ศธ. เข้าร่วม ณ ห้องประชุมราชวัลลภ อาคารราชวัลลภ
รมว.ศธ. กล่าวว่า การประชุมฯ ในวันนี้ ได้มีการวางแนวทางการดำเนินงานที่สำคัญเพื่อขับเคลื่อนนโยบายการศึกษาในหลายมิติ ประเด็นแรกที่ให้ความสำคัญอย่างมากคือการบริหารจัดการงบประมาณ โดยได้กำชับให้ทุกหน่วยงานเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2569 ให้เป็นไปตามเป้าหมายและกรอบระยะเวลาที่กำหนด เนื่องจากขณะนี้เข้าสู่ช่วงไตรมาสที่ 3 ของปีงบประมาณแล้ว ซึ่งการเร่งรัดการเบิกจ่ายจะครอบคลุมทั้งงบลงทุนและงบรายจ่ายประจำ เพื่อให้การดำเนินโครงการต่าง ๆ ของกระทรวงศึกษาธิการ สามารถสนับสนุนการจัดการศึกษาและตอบสนองต่อความต้องการของผู้เรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมอบหมายให้ทุกหน่วยงานเตรียมความพร้อมด้านข้อมูลและรายละเอียดงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2570 เพื่อรองรับกระบวนการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรในระยะต่อไป
สำหรับการดูแลสวัสดิภาพและความปลอดภัยของนักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา ที่ประชุมได้ให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์อุทกภัย เนื่องจากสถานการณ์สภาพอากาศในปีนี้มีแนวโน้มผันผวนและอาจส่งผลให้หลายพื้นที่เผชิญความเสี่ยงจากน้ำท่วมและน้ำหลาก กระทรวงศึกษาธิการจึงมอบหมายให้ทุกหน่วยงานนำข้อมูลสถิติและบทเรียนจากเหตุอุทกภัยในอดีตมาวิเคราะห์ประกอบการวางแผน เพื่อจัดทำมาตรการป้องกันและรับมืออย่างมีประสิทธิภาพ โดยกำชับให้สถานศึกษาที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงเร่งสำรวจจุดเปราะบางของอาคารสถานที่ ระบบสาธารณูปโภค และสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ พร้อมดำเนินการซ่อมแซม ปรับปรุง หรือเสนอของบประมาณตามความจำเป็นโดยเร็ว
รวมทั้งเร่งสื่อสารแนวทางดังกล่าวไปยังผู้บริหารสถานศึกษาทุกสังกัดทั่วประเทศ เพื่อให้มีการเตรียมความพร้อมอย่างเป็นระบบ ลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น และสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยให้แก่นักเรียน ผู้ปกครอง ครู และบุคลากรทางการศึกษา ตลอดช่วงฤดูฝน และได้กำชับให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จัดทำมาตรการป้องกันโรคระบาดและโรคประจำถิ่นที่มักเกิดขึ้นในช่วงฤดูฝน เพื่อให้สถานศึกษาสามารถเฝ้าระวัง ดูแลสุขอนามัย และสร้างความปลอดภัยด้านสุขภาพให้แก่นักเรียนได้อย่างทันท่วงที “ความปลอดภัยของนักเรียนต้องมาก่อน ต้องเตรียมพร้อมเชิงรุก ใช้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจ และลดความเสี่ยงให้ได้มากที่สุดก่อนที่ปัญหาจะเกิดขึ้น”
สำหรับความคืบหน้าในการพัฒนากฎหมายการศึกษา ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการปฏิรูปการศึกษานั้น ขณะนี้คณะอนุกรรมการยกร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ได้เริ่มดำเนินการประชุมอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยผลการดำเนินงานล่าสุดพบว่า ที่ประชุมสามารถพิจารณาหลักการและเหตุผลของร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่แล้วเสร็จตั้งแต่ช่วงต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นขั้นตอนสำคัญก่อนเข้าสู่กระบวนการจัดทำรายละเอียดของกฎหมายในลำดับต่อไป
ทั้งนี้ขั้นตอนถัดไปจะนำหลักการดังกล่าวเข้าสู่กระบวนการรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้บริหารสถานศึกษา ครู บุคลากรทางการศึกษา ผู้เรียน ผู้ปกครอง รวมถึงประชาชนทั่วไป เพื่อให้ร่างกฎหมายมีความรอบด้าน สอดคล้องกับความต้องการของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ซึ่งคณะอนุกรรมการยกร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ จะดำเนินการพิจารณารายละเอียดเป็นรายมาตราควบคู่กันไป เพื่อให้เนื้อหาของกฎหมายมีความครบถ้วน ชัดเจน และเชื่อมโยงกับกลไกการบริหารจัดการศึกษาของประเทศ โดยกระทรวงศึกษาธิการจะติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามไทม์ไลน์และแผนการดำเนินงานที่กำหนดไว้
ในส่วนการบริหารจัดการองค์กรภายในและการดูแลสวัสดิการบุคลากร เป็นอีกประเด็นสำคัญที่กระทรวงศึกษาธิการให้ความสำคัญ โดยได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดการดำเนินงานและหารือร่วมกับคณะกรรมการบริหาร บอร์ด สกสค. รวมถึงคณะกรรมการองค์การค้าของ สกสค. เพื่อขับเคลื่อนภารกิจสำคัญ โดยเฉพาะการดำเนินการสรรหาผู้อำนวยการองค์การค้าที่ปัจจุบันยังอยู่ระหว่างดำเนินการ เพื่อให้การบริหารงานขององค์การค้า สกสค. สามารถขับเคลื่อนได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านการจัดหา ผลิต และบริหารจัดการหนังสือเรียน รวมถึงสื่อและบริการทางการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับสถานศึกษา โดยเฉพาะในช่วงเปิดภาคเรียน ซึ่งเป็นช่วงเวลาสำคัญที่สถานศึกษาทั่วประเทศมีความจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย
สำหรับกรณีครูอัตราจ้างเหมาบริการ ซึ่งมีการร้องเรียนผ่านสื่อสังคมออนไลน์นั้น สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้รายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงและรายละเอียดในแต่ละกรณี พบว่าจากจำนวนผู้ร้องเรียนเบื้องต้นกว่า 100 ราย มีผู้ที่เข้าข่ายได้รับผลกระทบและมีปัญหาตามหลักเกณฑ์จริงจำนวน 20 ราย โดยบางส่วนอยู่ระหว่างการพิจารณาแนวทางดำเนินการให้เป็นไปตามระเบียบและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง และได้สั่งการให้ สพฐ. เร่งตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติม พร้อมหาแนวทางช่วยเหลือ เยียวยา และดูแลบุคลากรกลุ่มดังกล่าวอย่างเหมาะสม โดยคำนึงถึงความเป็นธรรมต่อผู้ปฏิบัติงาน ควบคู่กับการบริหารจัดการกำลังคนของสถานศึกษาให้มีประสิทธิภาพ และไม่ให้เกิดผลกระทบต่อการจัดการเรียนการสอนของสถานศึกษา
“กระทรวงศึกษาธิการจะเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายทุกด้านควบคู่กัน ทั้งการบริหารทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ การสร้างความปลอดภัยในสถานศึกษา การพัฒนากฎหมายเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา และการดูแลครู บุคลากร และผู้เรียนให้ได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่”
อานนท์ วิชานนท์ / ข่าว-กราฟิก
สมประสงค์ ชาหารเวียง / วิดีโอ
ธนภัทร์ จันทร์ห้างหว้า / ภาพ
ภาพเพิ่มเติม https://www.facebook.com/share/p/18MGRhQjJ7/
