มติ ครม. 24 พ.ค. 65 ที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ

24 พฤษภาคม 2565 / มติคณะรัฐมนตรี ที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ 3 เรื่อง คือ 1) การปรับปรุงระยะเวลาการพิจารณาอนุญาตและการทบทวนกฎหมายตาม พ.ร.บ.การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 2) รายงานประจำปี 2564 ของ สสวท. 3) อนุมัติแต่งตั้ง นายอโณทัย ไทยวรรณศรี เป็นที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน สพฐ.

การปรับปรุงระยะเวลาการพิจารณาอนุญาตและการทบทวนกฎหมายตาม พ.ร.บ.การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558

คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบแนวทางการปรับปรุงระยะเวลาการพิจารณาอนุญาตและการทบทวนกฏหมายตามพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 255  เพื่อให้หน่วยงานของรัฐดำเนินการตามที่คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) เสนอ  และให้ทุกหน่วยงานรับแนวทางฯ ไปทบทวนงานในความรับผิดชอบ แล้วแจ้งผลให้ ก.พ.ร. พิจารณาในภาพรวม ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรีภายใน 1 เดือน

สาระสำคัญของเรื่อง จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคม ประเทศไทยจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมในการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมภายหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด 19 คลี่คลายลง โดยเฉพาะการปรับปรุงระยะเวลาพิจารณาอนุญาตในกระบวนงานที่มีความสำคัญต่อการสนับสนุนการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ซึ่งสำนักงาน ก.พ.ร. ได้ศึกษาขั้นตอนและระยะเวลาในการอนุญาตของหน่วยงานของรัฐที่เผยแพร่บนเว็บไชต์ศูนย์รวมข้อมูลเพื่อติดต่อราชการ (www.info.go.th) จำนวน 3,827 กระบวนงาน จาก 132 หน่วยงาน เพื่อนำไปสู่การกำหนดมาตรฐานระยะเวลาการดำเนินการในแต่ละขั้นตอนหลักของการพิจารณาอนุญาต ได้แก่ ขั้นตอนการยื่นเอกสาร การพิจารณาอนุญาต และการลงนาม พบว่าหน่วยงานแต่ละแห่งมีการกำหนดระยะเวลาดำเนินการที่แตกต่างกัน จึงได้นำค่ากลางของระยะเวลาการดำเนินการแต่ละขั้นตอนที่หน่วยงานส่วนใหญ่สามารถดำเนินการได้มากำหนดเป็นมาตรฐานระยะเวลาการให้บริการเพื่อให้หน่วยงานของรัฐนำไปใช้เป็นแนวทางในการทบทวนระยะเวลาการดำเนินการให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน

ทั้งนี้ ได้กำหนดแนวทางการปรับปรุงระยะเวลาการพิจารณาอนุญาตและการทบทวนกฎหมายตามพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกฯ เพื่อให้หน่วยงานของรัฐนำไปเป็นแนวทางในการปรับปรุงระยะเวลาการพิจารณาอนุญาตและทบทวนกฎหมายให้เอื้อต่อกระบวนการพิจารณาอนุญาตเพื่อให้ประชาชนและผู้ประกอบการได้รับการบริการจากภาครัฐที่เร็วขึ้น ง่ายขึ้น ค่าใช้จ่ายที่ถูกลงและเพิ่มความสะดวกในการประกอบธุรกิจ โดยแบ่งกลุ่มกระบวนงานเพื่อปรับปรุงระยะเวลาการพิจารณาอนุญาต 2 กลุ่ม คือ

  1. กลุ่มกระบวนงานที่มีผลกระทบสูง เป็นกระบวนงานสำคัญหรือมีผู้ใช้บริการเป็นจำนวนมาก รวมถึงกระบวนงานที่เป็นอุปสรรคในการประกอบอาชีพและการดำเนินธุรกิจของประชาชนที่เป็นข้อร้องเรียนหรือข้อเสนอแนะของประชาชนและภาคเอกชน ในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) คือ การขออนุญาตให้ชาวต่างชาติประกอบวิชาชีพครูโดยไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ โดยสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา ซึ่งจะต้องทบทวนกระบวนงานและปรับลดระยะเวลาการดำเนินการลงไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ภายในปี 2565
  2. กลุ่มกระบวนงานทั่วไป เป็นการส่งเสริมการปรับปรุงระยะเวลาการพิจารณาอนุญาตในกระบวนงานที่เกี่ยวกับการอนุญาต การจดทะเบียน หรือการแจ้งที่มีกฎหมายหรือกฎกำหนดให้ต้องขออนุญาต จดทะเบียน หรือแจ้งก่อนดำเนินการใดตามคู่มือสำหรับประชาชนที่เป็นภารกิจหลักของหน่วยงานที่นอกเหนือจากกลุ่มกระบวนงานที่มีผลกระทบสูง โดยให้หน่วยงานของรัฐเสนอกระบวนงานที่สามารถปรับลดระยะเวลาการดำเนินการลงร้อยละ 30-50 มาดำเนินการภายในปี 2565

แนวทางการปรับปรุงระยะเวลาการพิจารณาอนุญาต

  1. พิจารณายุบเลิก ยุบรวมขั้นตอนที่ไม่จำเป็น การใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ การเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงาน ลดการทำซ้ำ หรือการส่งเรื่องไปกลับ การทำกิจกรรมคู่ขนานแทนการดำเนินการเป็นขั้นตอน ทบทวนแนวทางการตรวจสอบการดำเนินการหรือกิจการที่มีความซ้ำซ้อนหรือพิจารณาให้หน่วยงานอื่นดำเนินการแทน หรือกำหนดแนวทางการตรวจสอบตามความเสี่ยงของการดำเนินการ
  2. ทบทวนและปรับปรุงกฎหมายที่กำหนดระยะเวลาในการอนุญาตและกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการบริการของหน่วยงาน
  3. นำมาตรฐานระยะเวลาการให้บริการตามผลการศึกษาของสำนักงาน ก.พ.ร. เป็นเป้าหมายในการพิจารณาปรับลดระยะเวลาการดำเนินการ
  4. ปรับปรุงคู่มือสำหรับประชาชนให้สอดคล้องกับการปรับปรุงระยะเวลาการดำเนินการเพื่อสร้างการรับรู้และความเข้าใจแก่ประชาชน รวมถึงความโปร่งใสในการพิจารณาอนุญาต
  5. ปรับลดระยะเวลาการพิจารณาอนุญาต ซึ่งต้องไม่กระทบต่อคุณภาพการให้บริการ และกรณีกระบวนงานใดที่หน่วยงานไม่สามารถลดระยะเวลาการให้บริการลงได้อีก หรือมีปัญหาอุปสรรคในการดำเนินการ ให้รายงานไปยังสำนักงาน ก.พ.ร. ทราบ

รายงานประจำปี 2564 ของ สสวท.

คณะรัฐมนตรีรับทราบตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเสนอ รายงานประจำปี 2564 ของสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี* (สสวท.) (เป็นการดำเนินการตามมาตรา 33 แห่งพระราชบัญญัติสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พ.ศ. 2541 ที่บัญญัติให้ สสวท. จัดทำรายงานประจำปีเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ โดยแสดงงบดุลบัญชีทำการและบัญชีกำไรขาดทุนที่ผู้สอบบัญชีรับรองว่าถูกต้องพร้อมกับรายงานของผู้สอบบัญชี รวมทั้งแสดงผลงานของ สสวท. ในปีที่ล่วงมาและแผนงานที่จะจัดทำในปีต่อไปภายในหนึ่งร้อยห้าสิบวันนับแต่วันสิ้นปีบัญชีและให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเสนอรายงานประจำปีต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อทราบ) สรุปสาระสำคัญได้ ดังนี้

ผลการดำเนินงานของ สสวท. ประจำปี 2564 ใน 5 ยุทธศาสตร์ ได้แก่

  1. การพัฒนาหลักสูตร สื่อ และกระบวนการจัดการเรียนรู้ ที่เน้นการปฏิบัติการและการสร้างความเข้าใจในระดับที่เหมาะสมกับนักเรียนแต่ละกลุ่มโดยใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ เช่น การพัฒนาหลักสูตร สื่อ และกระบวนการจัดการเรียนรู้ที่เน้นการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหาและกระตุ้นให้เกิดการใช้ความคิดสร้างสรรค์อย่างเป็นระบบที่สามารถนำไปใช้ได้จริง ผ่านสื่อประกอบหนังสือเรียนและคู่มือครู สื่อเสริมการเรียนรู้ที่เน้นรูปแบบดิจิทัล สามารถนำไปใช้ศึกษาต่อเป็นนักนวัตกรตามแนวทาง KOSEN** รวมทั้งพัฒนาและส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษ และการวิจัย วัดผล และประเมินผลการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยีระดับประเทศและระดับนานาชาติ และการวิจัยติดตามการใช้หลักสูตร สื่อ การเรียนรู้ และพัฒนาเกณฑ์การประเมินสื่อการเรียนรู้
  2. การขับเคลื่อนการพัฒนาและยกระดับการเรียนการสอนด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี และสถานศึกษา ผ่านเครีอข่าย สสวท. ให้มีคุณภาพทั่วประเทศอย่างเป็นระบบ เช่น การพัฒนาระบบบริหารจัดการเครือข่ายเพื่อขยายการให้บริการหลักสูตร สื่อและกระบวนการจัดการเรียนรู้ของ สสวท. การปรับการเรียนเปลี่ยนการสอนของครูวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เทคโนโลยี และสะเต็มศึกษา ***  ตามแนวทาง สสวท. โดยการจัดอบรมและพัฒนาครูผู้สอนวิชาวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยีในรูปแบบออนไลน์ มีผู้เข้ารับการอบรม 44,939 คน และการสร้างเครื่อข่ายความร่วมมือนานาชาติ เพื่อพัฒนาการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และเทคโนโลยี นอกจากนี้ ได้มีการส่งเสริมการเรียนภาษาคอมพิวเตอร์ (Coding) โดยการส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาหลักสูตร สื่อ และกระบวนการเรียนรู้สาระเทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ)
  3. การขับเคลื่อนกระบวนการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี ให้เน้นความเข้าใจ ลงมือปฏิบัติการ และสามารถนำไปใช้จริงทั้งในและนอกระบบตามแนวทาง สสวท. เช่น การพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อการเรียนรู้ โดยการพัฒนาระบบการจัดการเรียนรู้แบบออนไลน์ My IPST และนำมาทดลองใช้กับครูในโรงเรียนนำร่อง 6 โรงเรียน โดยพบว่าครูมีความพึงพอใจระบบดังกล่าวในระดับดีมาก ร้อยละ 54 ระดับดี ร้อยละ 34 และปานกลาง ร้อยละ 12 รวมทั้งมีการพัฒนาระบบต่าง ๆ อีก 4 ระบบ เช่น ระบบการสอบออนไลน์ระบบอบรมครูออนไลน์ โดยในปี 2564 มีผู้ใช้งานในระบบต่าง ๆ  รวม 23.2 ล้านราย นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนาและส่งเสริมการใช้เครื่องมือในการสอบคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัยให้สอดคล้องกับกระบวนการจัดการเรียนการสอน ตามแนวทาง สสวท. เช่น จัดทำกรอบการสร้างข้อสอบ TCAS 65 จำนวน 6 ฉบับ ต้นร่างข้อสอบ TCAS 65 จำนวน 12 ฉบับ และรายงานผลการวิเคราะห์คุณภาพข้อสอบที่คัดเลือกนักเรียนเข้าศึกษาในระดับอุดมศึกษา ปีการศึกษา 2564
  4. การเร่งรัดพัฒนาและส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษด้านวิทยาศาสตร์ คณิดศาสตร์ และเทคโนโลยี เพื่อเป็นกำลังในการพัฒนาประเทศด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมตามนโยบายประเทศไทย 4.0 เช่น การบริหารการผลิตครูที่มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ (สควค.) โดยได้พัฒนาโปรแกรมเสริมให้ผู้รับทุนโครงการ สควค. ระยะที่ 4 ในระดับปริญญาตรีและปริญญาโท การบริหารการพัฒนาและส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (พสวท.) โดยคัดเลือกนักเรียนและนักศึกษาเข้าร่วมโครงการแบ่งเป็นระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย จำนวน 35 ทุน และระดับอุดมศึกษา จำนวน 64 ทุน นอกจากนี้  ยังมีการสนับสนุนทุนการศึกษานักเรียน นักศึกษา และครูเพื่อพัฒนาให้เป็นผู้มีความสามารถพิเศษด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี และตอบสนองต่อความต้องการของประเทศและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ทุน พสวท. จำนวน 1,605 ทุน ทุน สควค. จำนวน 13 ทุน และทุนโอลิมปิกวิชาการ จำนวน 186 ทุน
  5. การส่งเสริมภาพลักษณ์องค์กรและประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพิ่มการยอมรับ สสวท. ในฐานะผู้นำการเปลี่ยนแปลงการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยีของเยาวชนให้ทันสมัย เช่น การพัฒนาศักยภาพบุคลากรให้มีความรู้ ความสามารถ และสมรรถนะตามกลุ่มงานอย่างเป็นระบบ ผ่านการจัดทำแผนพัฒนาองค์กรและบุคลากรแบบก้าวกระโดดเพื่อไปสู่การเป็นองค์กร 4.0 มีการประชาสัมพันธ์เชิงรุกเพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจในการทำงานของ สสวท. และสร้างความตระหนักรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ เช่น การเสริมสร้างศักยภาพด้านการสื่อสารภาพลักษณ์องค์กร โดยจัดทำเนื้อหาและสื่อส่งเสริมการเรียนรู้และเผยแพร่ผ่านช่องทางออนไลน์ จำนวน 628 ชิ้น การประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างภาพลักษณ์เชิงบวก โดยจัดทำข่าวสารเผยแพร่สื่อมวลชน จำนวน 213 ชิ้น นอกจากนี้ สสวท. ได้ร่วมกับหน่วยงานเครือข่ายจัดประชุมวิชาการวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ในโรงเรียนระดับชาติ ครั้งที่ 24 รูปแบบออนไลน์ในหัวข้อ “นวัตกรรมการเรียนรู้ เพื่อทักษะในศตวรรษที่ 21” โดยมีผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 19,508 คน

___________________________

*สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริม ค้นคว้า และวิจัยหลักสูตร วิธีสอน และการประเมินผลการเรียนการสอนเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลย์ในทุกระดับการศึกษา ส่งเสริม และดำเนินการฝึกอบรมครู อาจารย์ นักเรียน นักศึกษา รวมทั้งดำเนินการค้นคว้า ปรับปรุง และจัดทำแบบเรียน เอกสารทางวิชาการที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี

**แนวทาง KOSEN เป็นแนวทางการศึกษาที่เน้นการปฏิบัติการและการวิจัยโดยใช้วิทยาศาสตร์เป็นฐาน มุ่งเน้น และส่งเสริมองค์ความรู้ทางคณิตศาสตร์  ฟิสิกส์ วิศวกรรมศาสตร์ ปัจจุบันประเทศไทยได้ร่วมมือกับสถาบัน KOSEN ประเทศญี่ปุ่น พัฒนาหลักสูตรการศึกษาพิเศษตามแนวทาง KOSEN ที่สถาบันไทย KOSEN 2 แห่ง ได้แก่ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

***สะเต็มศึกษา เป็นแนวทางการจัดการศึกษาที่ให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้และสามารถบูรณาการความรู้ทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี กระบวนการทางวิศวกรรม และคณิตศาสตร์ไปใช้ในการเชื่อมโยงและแก้ปัญหาในชีวิตจริง รวมทั้งการพัฒนากระบวนการหรือผลผลิตใหม่ควบคู่ไปกับการพัฒนาทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 เช่น ทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรมและทักษะสารสนเทศ สื่อ เทคโนโลยี


แต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญให้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการระดับทรงคุณวุฒิ

คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเสนอแต่งตั้ง นายอโณทัย ไทยวรรณศรี ผู้อำนวยการสำนัก (ผู้อำนวยการระดับสูง) สำนักเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้ดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน (นักวิชาการศึกษาทรงคุณวุฒิ) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ ตั้งแต่วันที่ 26 สิงหาคม 2564 ซึ่งเป็นวันที่มีคุณสมบัติครบถ้วนสมบูรณ์


บัลลังก์ โรหิตเสถียร / สรุป

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s