8 กันยายน 2569 เวลา 13.30 น. / นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานงานแถลงข่าวผลการประเมิน PISA 2025 และมอบนโยบายการยกระดับคุณภาพการศึกษา พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ ณ ห้องประชุมปริ้นซ์ บอลรูม 3 ชั้น 11 โรงแรมปรินซ์ พาเลซ กรุงเทพมหานคร

ผลการประเมิน PISA 2025 สะท้อนสัญญาณบวกของการศึกษาไทย เมื่อนักเรียนไทยมีคะแนนเฉลี่ยเพิ่มขึ้นจาก PISA 2022 ครบทั้ง 3 ด้าน ได้แก่ วิทยาศาสตร์ 432 คะแนน เพิ่มขึ้น 23 คะแนน คณิตศาสตร์ 407 คะแนน เพิ่มขึ้น 13 คะแนน และการอ่าน 392 คะแนน เพิ่มขึ้น 13 คะแนน พร้อมขยับจากอันดับ 58 ในปี 2022 ขึ้นสู่อันดับ 53 ของโลกในปี 2025

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า ผลคะแนนที่เพิ่มขึ้นเป็นความสำเร็จร่วมกันของนักเรียน ครู ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้ปกครอง และบุคลากรทางการศึกษาทุกสังกัด ซึ่งทุ่มเทพัฒนาการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะภายหลังผลการประเมินครั้งที่ผ่านมา ซึ่งทุกภาคส่วนได้ร่วมกันเร่งฟื้นฟูภาวะถดถอยทางการเรียนรู้และพัฒนาทักษะที่จำเป็นสำหรับเด็กไทย

“ผลครั้งนี้ยืนยันว่าเด็กไทยมีศักยภาพ และระบบการศึกษาไทยสามารถพัฒนาให้ดีขึ้นได้ เมื่อทุกฝ่ายมองเห็นเป้าหมายเดียวกัน อย่างไรก็ตาม คะแนนที่เพิ่มขึ้นไม่ใช่เหตุผลให้เราหยุดพัฒนา แต่ต้องใช้เป็นแรงส่งในการยกระดับคุณภาพการเรียนรู้ให้เร็วขึ้น เข้มข้นขึ้น และเข้าถึงเด็กทุกคนอย่างเท่าเทียม”

สำหรับการประเมิน PISA 2025 ประเทศไทยมีกลุ่มตัวอย่างนักเรียนอายุ 15 ปี จำนวน 8,547 คน จากสถานศึกษา 273 แห่ง ครอบคลุมสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน โรงเรียนสาธิตสังกัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โรงเรียนสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กรุงเทพมหานคร และโรงเรียนวิทยาศาสตร์

เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศในกลุ่มอาเซียน คะแนนวิทยาศาสตร์ของไทยอยู่ที่ 432 คะแนน สูงกว่ามาเลเซีย อินโดนีเซีย กัมพูชา และฟิลิปปินส์ ส่วนคณิตศาสตร์ ไทยได้ 407 คะแนน และการอ่าน 392 คะแนน อย่างไรก็ตาม ผลคะแนนทั้ง 3 ด้านยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ย OECD ซึ่งอยู่ที่ 482 คะแนนในด้านวิทยาศาสตร์ 463 คะแนนในด้านคณิตศาสตร์ และ 461 คะแนนในด้านการอ่าน

กระทรวงศึกษาธิการจึงเตรียมนำผลการประเมินมาวิเคราะห์เชิงลึก ทั้งในระดับประเทศ พื้นที่ โรงเรียน และกลุ่มผู้เรียน เพื่อกำหนดมาตรการพัฒนาที่ตรงจุด โดยจะให้ความสำคัญกับการอ่านเพื่อความเข้าใจ การคิดวิเคราะห์ การประยุกต์ใช้ความรู้ทางคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ ตลอดจนการพัฒนาศักยภาพครูและการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา

“อันดับที่ดีขึ้นคือกำลังใจ แต่เป้าหมายที่แท้จริงไม่ใช่การแข่งขันกับประเทศใด หากคือการทำให้เด็กไทยทุกคนมีความรู้ มีทักษะคิดและแก้ปัญหา สามารถนำสิ่งที่เรียนไปใช้ในชีวิตจริง และเติบโตอย่างมั่นใจในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว” รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าว.

โฆษกกระทรวงศึกษาธิการ / ข่าว
ศศิวัฒน์ แป้นคุ้มญาติ / กราฟิก