กระทรวงศึกษาธิการ – 27 กรกฎาคม 2569 / นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการคุรุสภา ครั้งที่ 9/2569 พร้อมด้วยนายนายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ โดยมีนายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัด ศธ. นายประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการ สกศ. นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการ กพฐ. นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการ กอศ. นายมณฑล ภาคสุวรรณ์ เลขาธิการ กช. นายธนู ขวัญเดช เลขาธิการ ก.ค.ศ. นางอมลวรรณ วีระธรรมโม เลขาธิการ คส. ผู้ทรงคุณวุฒิ ตลอดจนคณะกรรมการฯ เข้าร่วม ณ ห้องประชุมราชวัลลภ อาคารราชวัลลภ และผ่านระบบออนไลน์
รมว.ศธ. กล่าวว่า ในวันนี้นับเป็นโอกาสอันดีที่เราจะเชิดชูเกียรติครูผู้กล้าหาญ ในนามของกระทรวงศึกษาธิการและสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา ขอแสดงความชื่นชมและร่วมแสดงความยินดีกับคุณครูทั้ง 2 คน ได้แก่ นางสาวสิริกาญจน์ กังขอนนอก และ นางสาวชุลิตา ธุระสุข ต่อที่ประชุมคณะกรรมการคุรุสภา ซึ่งเป็นผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อเป็นการให้เกียรติในคุณงามความดีและการปฏิบัติหน้าที่ด้วยจิตวิญญาณความเป็นครูอย่างแท้จริง
การกระทำของคุณครูทั้งสองท่านสอดคล้องกับนโยบายสำคัญของกระทรวงศึกษาธิการ ในเรื่องการสร้างความปลอดภัยในสถานศึกษา ซึ่งถือเป็นเรื่องพื้นฐานที่สำคัญที่สุด โดยได้พิสูจน์ให้เห็นว่าแม้เทคโนโลยีจะมีความสำคัญ แต่บุคลากรที่มีความพร้อมและจิตสำนึกในการปกป้องศิษย์คือหัวใจหลักของการรักษาความปลอดภัย
จากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม ที่ผ่านมา คุณครูได้ใช้ความกล้าหาญเข้าปกป้องเด็กนักเรียนปฐมวัยจากผู้บุกรุก โดยการตัดสินใจเข้าขัดขวางและยื้อประตูป้องกันไม่ให้ผู้ก่อเหตุเข้ามาในห้องเรียนได้ จนกระทั่งนักเรียนทุกคนปลอดภัยและไม่มีความสูญเสียเกิดขึ้น ซึ่งต่างจากเหตุการณ์สะเทือนใจในอดีตที่ผ่านมา
“การแสดงออกในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ แต่เป็นการสะท้อนถึงความเสียสละ มีสติปัญญา และมีอุดมการณ์ที่มั่นคง จนเป็นที่ประจักษ์และสร้างความซาบซึ้งใจแก่สาธารณชน รางวัลเชิดชูเกียรติ “ครูถิรคุณ” ที่มอบให้ในวันนี้จึงเป็นสัญลักษณ์แห่งความศรัทธาในคุณงามความดี เพื่อจารึกไว้ในประวัติศาสตร์แห่งเกียรติยศ เป็นแบบอย่างที่สำคัญให้แก่เพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษาทั่วประเทศ ร่วมยืนหยัดเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาวิชาชีพและสร้างประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติต่อไป”
รมว.ศธ. กล่าวต่อไปว่า สำหรับการประชุมฯ มีการพิจารณาและมีมติที่สำคัญต่าง ๆ อาทิ ให้การรับรองปริญญาและประกาศนียบัตรทางการศึกษา จำนวน 3 แห่ง 11 หลักสูตร ระดับปริญญาตรีทางการศึกษา (หลักสูตร 4 ปี) 9 หลักสูตร ได้แก่ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร กรุงเทพมหานคร ระดับปริญญาโททางการศึกษา (วิชาชีพบริหารการศึกษา) 2 หลักสูตร ประกอบด้วย มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ และสถาบันรัชต์ภาคย์ กรุงเทพมหานคร
รวมทั้งให้เปลี่ยนแปลงรายละเอียดปริญญาและประกาศนียบัตรทางการศึกษา ที่คุรุสภาให้การรับรองแล้ว โดยเปลี่ยนแปลงแผนการรับนักศึกษา จำนวน 1 แห่ง รวมจำนวน 1 หลักสูตร ได้แก่ ปริญญาโททางการศึกษา (วิชาชีพครู) จำนวน 1 หลักสูตร ของมหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ จังหวัดนครปฐม
(สามารถตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.ksp.or.th)
นอกจากนี้ยังเห็นชอบการรับรองผลการประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู ด้านการปฏิบัติงานและการปฏิบัติตนตามมาตรฐานวิชาชีพ ของผู้ผ่านเกณฑ์การประเมินฯ ครั้งที่ 7/2569 จำนวน 3,433 คน โดยเป็นผู้อยู่ระหว่างศึกษาในหลักสูตรปริญญาและประกาศนียบัตรทางการศึกษา จำนวน 3,416 คน และผู้ที่สำเร็จการศึกษาหลักสูตรปริญญาอื่นที่ผ่านการรับรองความรู้ จำนวน 17 คน
พร้อมเห็นชอบ (ร่าง) ข้อบังคับคุรุสภา ว่าด้วยใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ซึ่งมีสาระสำคัญเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมเพื่อกำหนดแนวทางการออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูชั้นต้นแก่ผู้ได้รับใบอนุญาต การรับรอง หรือการจดทะเบียนจากประเทศที่เป็นสมาชิก องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถและยกระดับมาตรฐานการศึกษาไทยสู่สากล
ทั้งยังให้การรับรองคุณวุฒิเพื่อการขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู กรณีสำเร็จการศึกษาจากต่างประเทศของผู้ยื่นคำขอรับรองคุณวุฒิฯ จำนวน 149 ราย แบ่งเป็น คุณวุฒิปริญญาทางการศึกษาหรือเทียบเท่า 134 ราย และคุณวุฒิปริญญาอื่นที่ผ่านการรับรองความรู้ตามมาตรฐานวิชาชีพครู 3 ราย และอื่นๆ ตามรายละเอียดในประกาศ และรับรองผลการอบรมหลักสูตรมาตรฐานความรู้วิชาชีพครู (KSP 7 Module) สำหรับผู้ที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพควบคุมเป็นการชั่วคราว จำนวน 110 คน (ชาวไทย 74 คน และชาวต่างชาติ 36 คน)
อานนท์ วิชานนท์ / ข่าว-กราฟิก
ศศิวัฒน์ แป้นคุ้มญาติ / ภาพ
ภาพเพิ่มเติม https://www.facebook.com/share/p/1bf7aVxp1H/
