(11 สิงหาคม 2564 ) ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รมช.ศึกษาธิการ แถลงข่าวผ่านระบบ Zoom ร่วมกับดร.กวินทร์เกียรติ นนธ์พละ รองเลขาธิการ กพฐ. ดร.ศุภชัย ศรีหล้า ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี ประธานคณะทำงานนโยบายและยุทธศาสตร์อาชีวะเกษตรและประมง ศ.ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการ สสวท. นายภูมิสรรค์ เสนีวงศ์ ณ อยุธยา ประธานอนุกรรมการประชาสัมพันธ์โค้ดดิ้งแห่งชาติ และนางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย โฆษก รมช.ศึกษาธิการ (ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช) ชูนโยบาย Coding For All คือทางรอดสู้ทุกวิกฤต ตอบโจทย์ชีวิตคนไทยยุคดิจิทัล พร้อมเร่งเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายกระจายการเรียนรู้สู่ประชาชนทุกกลุ่ม พัฒนาหลักสูตร Coding สำหรับนักเรียน-นักเรียนพิเศษ-บุคคลทั่วไปในทุกกลุ่มอาชีพ

ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รมช.ศึกษาธิการ กล่าวว่า นโยบาย Coding For All ได้ถูกขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 2 ปี นับว่าประสบความสำเร็จมีความคืบหน้าไปอย่างมาก มีคณะทำงานและคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนในหลายภาคส่วนอย่างเป็นระบบ แม้จะเผชิญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 แต่ก็สามารถขับเคลื่อนนโยบายได้อย่างรวดเร็ว โดยมีเป้าหมายที่ต้องการเร่งกระจายการเรียนรู้ Coding ไม่เฉพาะแต่ครูและนักเรียนเท่านั้น แต่ต้องกระจายไปสู่ทุกกลุ่ม ทุกอาชีพ ทุกช่วงวัยให้ได้มากที่สุด

“เรามีเป้าหมายการขับเคลื่อนนโยบาย Coding คืออยากปูพื้นฐานให้คนไทยให้มีทักษะด้าน Coding เพื่อจะได้อยู่ในโลกอย่างมีความสุขและเท่าทันการเปลี่ยนแปลง สามารถแข่งขันได้ รวมถึงปูพื้นฐานการปฏิรูปการศึกษาไปถึงเด็กทุกคนโดยไร้ขอบเขตและลดความเหลื่อมล้ำ เชื่อว่า Coding คือ ทางรอดของทุกวิกฤต เราจะสร้างองค์ความรู้และปลูกฝัง Coding ให้กับประชาชนทุกภาคส่วน โดยใช้ภาคการศึกษานำ และใช้กลไกของกระทรวงศึกษาธิการในการขับเคลื่อนนโยบายอย่างต่อเนื่อง โดยหวังว่าเมื่อมีการเรียน Coding ในระดับที่สูงขึ้น เราจะสามารถสร้าง Platform ของประเทศไทยได้เองแล้วสามารถขายต่างประเทศได้ในที่สุด” รมช.ศึกษาธิการ กล่าว

ปัจจุบันคณะทำงานและคณะอนุกรรมการ Coding แห่งชาติ ได้ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์และนโยบายส่งเสริมการเรียน Coding สำหรับประชาชนทุกช่วงวัย ทั้งในด้านของผู้สอนและผู้เรียน โดยที่ผ่านมาได้มีการจัดอบรมครู และบุคลากรการศึกษาไปแล้วกว่า 300,000 คน มีการพัฒนาหลักสูตร Coding ร่วมกับสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) มีการออกแบบการเรียน Unplugged Coding ฉบับนักเรียนประถมศึกษาปีที่ 1-3 ในโรงเรียนพื้นที่ห่างไกลเพื่อเป็นคู่มือให้ครูผู้สอนสามารถนำไปปรับใช้ในการจัดการเรียนการสอนที่เหมาะสม

รมช.ศึกษาธิการ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังมี Coding กับการศึกษาพิเศษ เพราะการศึกษาไทย จะต้องไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เด็กพิการและเด็กด้อยโอกาสสามารถเรียนรู้ Coding ได้อย่างเท่าเทียม ลดความเหลื่อมล้ำ โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ จะจัดการเรียนการสอน Coding สำหรับครูผู้สอน รวมถึงเด็กพิการและเด็กด้อยโอกาส ให้มีทักษะชีวิตที่ดี สามารถพึ่งตนเองได้ อยู่ในสังคมอย่างมีความสุข มีศักดิ์ศรี มีคุณภาพชีวิตที่ดี

ขณะเดียวกันยังมีการขับเคลื่อนนโยบาย Coding สำหรับบุคคลทั่วไป ที่จะช่วยสร้างความเข้าใจด้าน Coding และกระบวนการคิดอย่างเป็นเหตุเป็นผล ทำงานเป็นขั้นตอน และแก้ไขปัญหาอย่างมีกระบวนการ ให้แก่ประชาชนทั่วไปในทุกกลุ่มอาชีพ โดยเฉพาะกลุ่มอาชีพเกษตรกร โดยนำหลักการเรื่อง Coding มาปรับใช้ในการทำการเกษตร เป็นการปลูกความคิดให้กับเกษตรอย่างเป็นระบบ สร้างเกษตรกรให้มีความรู้และทักษะ โดยการวางแผนการทำงานและปฏิบัติงาน เกิดเป็น Smart Farm สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรได้หลายเท่าตัว

“ในวิกฤตการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าภาคการเกษตรมีความสำคัญอย่างยิ่ง ซึ่งภาคเกษตรได้รับผลกระทบไม่มากเท่าด้านอื่น แต่กลับจะมีโอกาสเติบโต เมื่อแรงงานวัยหนุ่มสาวที่สามารถเข้าถึงองค์ความรู้บนสื่อออนไลน์ และมีทักษะด้านดิจิทัล ต่างเดินทางกลับภูมิลำเนาทำอาชีพเกษตรกรเลี้ยงปากท้อง ซึ่งคนเหล่านี้หากได้รับองค์ความรู้ที่ถูกต้อง ได้เรียนรู้ Coding กับการเกษตร คิดอย่างเป็นระบบ วางแผนและลงมือทำ จะแก้ปัญหาความยากจน สร้างความมั่งคั่งได้อย่างยั่งยืนให้กับคนไทยและเศรษฐกิจไทยได้อย่างแน่นอน” รมช.ศึกษาธิการ กล่าว

ปารัชญ์ ไชยเวช/สรุป