ครูตั้น-ครูพี่โอ๊ะ จูงมือเด็กจินตคณิต ฝึกคิดเลขด้วยจินตภาพ เข้าพบนายกฯ

เมื่อวันจันทร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 08.30 น. นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยนางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นำคณะผู้บริหาร ครู และนักเรียนโรงเรียนเอกชนที่มีความรู้ความสามารถด้านจินตคณิต จำนวน 35 คน เข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ณ ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า “จินตคณิต” เป็นกระบวนการเรียนรู้โดยใช้ตัวเลข ลูกคิด หรือนิ้วมือ เป็นสื่อในการเรียนการสอน ซึ่งจะช่วยฝึกฝนและพัฒนาเด็กให้มีสมาธิ และสามารถจดจ่ออยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้นานมากขึ้น พร้อมทั้งกระตุ้นและพัฒนาสมองให้พร้อมสำหรับการเรียนรู้ในทุก ๆ ด้าน

เนื่องจากจินตคณิตเป็นการคิดเลข โดยใช้จินตภาพหรือการสร้างภาพลูกคิดขึ้นในสมอง ซึ่งหลักการเรียนจินตคณิตไม่ใช่เพื่อการคิดเลขเร็ว แต่การคิดเลขเร็วเป็นเพียงผลพลอยได้ที่เกิดจากการกระตุ้นสมองให้ฝึกฝนการคิดเลขในใจแบบจินตภาพเท่านั้น โดยจินตคณิตจะส่งผลให้เด็กมีความสามารถทางความคิดสร้างสรรค์ และจินตนาการด้านต่าง ๆ รวมถึงช่วยพัฒนาทักษะคณิตศาสตร์ให้ดีขึ้นด้วย

นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ กล่าวว่า เด็กทุกคนสามารถเรียนรู้จินตคณิตและฝึกฝนได้อย่างง่ายดาย จึงเกิดความสนุกและมั่นใจในตัวเอง หลังจากนั้นจะค่อย ๆ เพิ่มระดับความเข้มข้นขึ้น ตามความสามารถในการเรียนรู้ของแต่ละคน เพื่อนำไปสู่การคำนวณแบบจินตภาพต่อไป โดยสามารถเริ่มเรียนหลักสูตรเบื้องต้นได้ตั้งแต่อายุ 3 ขวบ ซึ่งหากได้รับการฝึกฝนอย่างถูกวิธี จะสามารถพัฒนาทักษะการคิดเลขแบบจินตภาพได้อย่างเป็นธรรมชาติ และฝึกฝนจินตคณิตในระดับสูงขึ้น อันจะช่วยกระตุ้นการพัฒนาสมองเป็นอย่างมาก

ทั้งนี้ ในเวลา 7.00 น. คณะครูและนักเรียน ตลอดจนผู้ปกครอง ได้เข้าพบ รมช.ศึกษาธิการ ที่ห้องพระขรรค์เพชร กระทรวงศึกษาธิการ เพื่อรับโอวาท พร้อมรายงานผลการจัดการเรียนการสอนจินตคณิต เพื่อสร้างการคิดวิเคราะห์

อรพรรณ ฤทธิ์มั่น: สรุป
นวรัตน์ รามสูต: เรียบเรียง
ยุทธพงศ์ เลือกกลั่นดี: ถ่ายภาพ
กลุ่มประชาสัมพันธ์ สร.: รายงาน
24/2/2563

VDO: https://www.youtube.com/watch?v=XtOeY9kM-jo&feature=youtu.be

รมว.ศธ.หารือเยอรมนี พัฒนาศักยภาพนักศึกษาและครูอาชีวะไทย

(19 กุมภาพันธ์ 2563) นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ให้การต้อนรับและหารือเพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านการศึกษาระหว่างไทยและเยอรมนีกับ Dr.Peter Ramsauer ประธานคณะกรรมาธิการความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและการพัฒนา สภาผู้แทนราษฎรสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี, Mr.Georg Schmidt เอกอัครราชทูตแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีประจำประเทศไทย และคณะ โดยมีนายอนุชา บูรพชัยศรี เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ผู้อำนวยการ เจ้าหน้าที่สำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ สป.เข้าร่วม ณ ห้องดำรงราชานุภาพ

รมว.ศธ. กล่าวตอนหนึ่งว่า ศธ.มีนโยบายในการผลักดันโครงการด้านอาชีวศึกษาที่จะพัฒนาศักยภาพให้กับนักเรียนนักศึกษา เช่น การเตรียมความพร้อมด้านภาษา การเสริมสร้างทักษะอาชีพให้สอดคล้องกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม บริษัทเอกชน และตลาดแรงงาน เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน

Dr. Peter Ramsauer กล่าวว่า ขอบคุณประเทศไทยที่ได้ดำเนินความร่วมมือกับสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ผ่านหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน อาทิ หอการค้าเยอรมัน-ไทย และองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ซึ่งนับว่าประเทศไทยเป็นต้นแบบของหุ้นส่วนความร่วมมือของเยอรมนีที่ประสบผลสำเร็จด้วยดี ทั้งนี้ ประธานคณะกรรมาธิการความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ ฯ สภาผู้แทนราษฎรของสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีได้เน้นย้ำว่าจะช่วยส่งเสริมความสัมพันธ์และความร่วมมือด้านการศึกษาระหว่างทั้งสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

Mr. Georg Schmidt กล่าวเพิ่มเติมว่า เยอรมนีได้ออกแบบหลักสูตรด้านอาชีวศึกษาเพื่อตอบสนองกับสิ่งท้าทายในโลกปัจจุบัน รวมทั้งตอบสนองอุตสาหกรรม 4.0 โดยร่วมกับสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ทั้งนี้ มีความเห็นว่าการได้รับวุฒิการศึกษาไม่สำคัญเท่ากับการมีรายได้ที่สูงขึ้น

ในการนี้ ทั้งสองฝ่ายมีความเห็นพ้องกันที่จะขยายความร่วมมือด้านอาชีวศึกษาให้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นระดับสถาบันการศึกษา องค์กร หรือแม้แต่ระดับกระทรวง ซึ่งผลที่ได้ต้องไม่ใช่แค่จำนวนความร่วมมือที่เพิ่มขึ้น แต่ต้องควบคู่กับคุณภาพด้วย

อานนท์ วิชานนท์, สำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ สป. / สรุป
อธิชนม์ สลางสิงห์ / ถ่ายภาพ

รมว.ศธ.เข้มงวด ไม่ปล่อยครูและบุคลากร ศธ. ทุจริตคอร์รัปชั่น-ล่วงละเมิดทางเพศ ย้ำต้องไม่เกิดขึ้นอีก

(16 ก.พ.63) รมว.ศธ. ให้เลขาธิการ กพฐ. พิจารณาโทษปลดครูสอนดนตรีโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดชุมพร เหตุล่วงละเมิดทางเพศนักเรียน พร้อมให้ยึดใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ย้ำเล่นงานหนัก หากพบบุคลากรในกระทรวง ทุจริตคอร์รัปชั่น-ล่วงละเมิดทางเพศ ไม่รับกลับเข้าวงการศึกษาแน่นอน พร้อมสั่งเข้มงวดไม่ให้เกิดขึ้นอีก

นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยถึงกรณีที่มีครูสอนดนตรีโรงเรียนแห่งหนึ่ง ในจังหวัดชุมพร ได้ล่วงละเมิดทางเพศนักเรียนในโรงเรียนนั้น จึงได้สั่งการให้เลขาธิการคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน พิจารณาปลดครูดังกล่าว พร้อมสั่งให้ยึดใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ตามหน้าที่ที่สามารถจะทำได้ เพราะมีหลักฐานการกระทำความผิดที่ชัดเจน

“เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญ ที่กระทรวงศึกษาธิการไม่ต้องการให้มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นเลยภายในกระทรวง และต้องเป็นแนวทางที่ต้องหาทางป้องกัน เพื่อไม่ให้เรื่องเหล่านี้เกิดขึ้นอีก”

รมว.ศธ. ระบุว่า ในช่วง 6 เดือนที่ตนเองปฏิบัติหน้าที่อยู่ตรงนี้ มีเรื่องอยู่ 2-3 เรื่อง ที่ตนเองไม่สามารถปล่อยให้เหตุการณ์เกิดขึ้นภายในองค์กรได้เลยคือ เรื่องการทุจริตคอร์รัปชั่น และเรื่องการล่วงละเมิดทางเพศ

“ผมได้ให้ฝ่ายกฎหมาย รื้อดูกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หากมีผู้กระทำความผิดในการทุจริตคอร์รัปชั่นและการล่วงละเมิดทางเพศ เรื่องนี้เราต้องมีความเข้มงวด หากมีบุคลากรกระทำผิดในเรื่องดังกล่าว จะไม่มีการรับกลับมาอีก และไม่ให้อยู่ในวงการการศึกษาอีกต่อไป เพราะที่ผ่านมาจะมีการยืดหยุ่นในบางกรณี จึงทำให้ผู้บริหาร ครู และผู้เกี่ยวข้องซึ่งเป็นบุคลากรทางการศึกษาที่กระทำความผิด ยังวนเวียนอยู่ในวงการศึกษา แต่จากนี้ไปตนเองจะไม่ปล่อยให้บุคลากรที่กระทำความผิดเหล่านี้ อยู่ในวงการการศึกษาอีกต่อไป” รมว.ศธ. กล่าวเน้นย้ำ

รมว.ศธ.เปิดงานวันการศึกษาเอกชน ภาคกลาง ปี 2563 ชูการศึกษาเอกชน ทางเลือกสู่อนาคต : PRIVATE EDUCATION, CHOICE OF THE FUTURE

(15 ก.พ.63) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ร่วมกันสมาคมทางการจัดการศึกษาภาคกลาง ร่วมจัดงาน “วันการศึกษาเอกชน ประจำปี 2563” โดยนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดงาน ภายใต้แนวคิด “การศึกษาเอกชน ทางเลือกสู่อนาคต PRIVATE EDUCATION, CHOICE OF THE FUTURE” พร้อมด้วย ดร.อรรถพล ตรึกตรอง เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน, ดร.ศุภเสฏฐ์ คณากูล นายกสมาคมคณะกรรมการประสานและส่งเสริมการศึกษาเอกชนและประธาน ปส.กช. จังหวัดนครราชสีมา ผู้แทนนายกสมาคมเอกชนทั่วประเทศ และผู้แทนโรงเรียนเอกชน เข้าร่วมงาน ณ Saint Louis Arena โรงเรียนอัสสัมชัญสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ

รมว.ศธ. กล่าวว่า จากที่รัฐบาลได้ประกาศใช้พระราชบัญญัติโรงเรียนราษฎร์เป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2461 ชาวโรงเรียนเอกชนก็ได้ถือเอาวันที่ 10 กุมภาพันธ์ของทุกปี เป็นวันที่มีความสำคัญยิ่งของโรงเรียนเอกชน โดยเรียกวันนี้ว่า “วันการศึกษาเอกชน”

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) จึงได้ถือเอาวันที่ 10 กุมภาพันธ์ของทุกปี เป็นวันการศึกษาเอกชน ซึ่งในปีนี้ได้กำหนดจัดงานขึ้น ภายใต้แนวคิด “การศึกษาเอกชน ทางเลือกสู่อนาคต PRIVATE EDUCATION, CHOICE OF THE FUTURE” โดยในส่วนของปีนี้ สช. ได้จัดกิจกรรมร่วมกับภาคกลาง ณ Saint Louis Arena โรงเรียนอัสสัมชัญสมุทรปราการ

โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญ เพื่อให้ผู้บริหาร ครูโรงเรียนเอกชน ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวิชาการและนวัตกรรมทางการศึกษา ให้นักเรียนได้มีโอกาสแสดงความสามารถ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกัน และพัฒนาทักษะ ยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนให้สูงขึ้น ซึ่งภายในงานมีการจัดกรรมการต่าง ๆ มากมาย อาทิ เวทีเสวนาทางการศึกษา การบรรยายทางวิชาการ การประกวดนวัตกรรมของผู้บริหาร และครูในเรื่องของงานวิจัย การแข่งขันทักษะกลุ่มเด็กดาวรุ่ง การจัดนิทรรศการมากกว่า 40 รายการ โดยเน้นนิทรรศการแบบมีชีวิต เช่น การนวดเพื่อสุขภาพ การทำอาหาร การนำเสนอความสามารถบนเวทีของนักเรียนโรงเรียนเอกชนทั้งในและนอกระบบ

รมว.ศธ.กล่าวด้วยว่า ต้องขอบคุณการศึกษาเอกชนที่ช่วยแบ่งเบาภาระในการจัดการศึกษาไทย จะเห็นได้จากในอดีตที่ผ่านมาการศึกษาเอกชนคือการศึกษาที่นำร่องของประเทศ เพราะโรงเรียนแห่งแรกของประเทศไทย คือ โรงเรียนเอกชน และคุณภาพของโรงเรียนเอกชนนำหน้ามาโดยตลอดในการจัดการศึกษาของประเทศ ทั้งการจัดการศึกษาในระดับที่สูงขึ้น การสอนภาษาอังกฤษ การสร้างนวัตกรรมการเรียนรู้ใหม่ ๆ ที่เกิดการคิดค้นตลอดเวลา จึงทำให้เห็นว่า โรงเรียนเอกชนจัดการศึกษาช่วยแบ่งเบาภาระของรัฐบาลอีกด้วย

สำหรับการจัดงานวันการศึกษาเอกชน ประจำปี 2563 ได้จัดขึ้นใน 5 ภูมิภาค ระหว่างวันที่ 7 – 16 ก.พ. 63 ดังนี้

  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 7-8 ก.พ. 63 จัดที่ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี จ.อุดรธานี
  • ภาคเหนือ 8-9 ก.พ. 63 จัดที่ โรงเรียนเซนต์โยเซฟศรีเพชรบูรณ์ จ.เพชรบูรณ์
  • ภาคใต้ 8-9 ก.พ. 63 จัดที่ที่ทำการ อบจ.จังหวัดกระบี่ จ.กระบี่
  • ภาคกลาง 15-16 ก.พ. 63 จัดที่ โรงเรียนอัสสัมชัญสมุทรปราการและโรงเรียนเซนต์โยเซฟทิพวัล จ.สมุทรปราการ
  • ภาคตะวันออก 15-16 ก.พ. 63 จัดที่ มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ จ.ฉะเชิงเทรา

โดยมีกิจกรรมที่น่าสนใจแตกต่างกันไปตามลักษณะของแต่ละภูมิภาค เพื่อให้ผู้บริหาร ครูโรงเรียนเอกชนทั่วประเทศได้มีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมได้อย่างทั่วถึง ทั้งการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวิชาการและนวัตกรรมทางการศึกษา ให้นักเรียนได้มีโอกาสแสดงความสามารถ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกัน สามารถพัฒนาทักษะ ยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนให้สูงขึ้นต่อไป

ภาพ/ข่าว : ประชาสัมพันธ์ สช.

“ครูตั้น”เช็คความพร้อมการป้องกันเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ และฝุ่น PM 2.5 ในโรงเรียน

(12 ก.พ.63) นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ ลงพื้นที่ตรวจยี่ยมโรงเรียนอนุบาลวัดปรินายก และโรงเรียนวัดอัมรินทาราม สังกัด สพป.กรุงเทพมหานคร เพื่อตรวจความพร้อมและระบบการป้องกันเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ (Covid-19) และฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) ในโรงเรียนประถมศึกษา

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวภายหลังการตรวจเยี่ยมว่า เรื่อง “สุขลักษณะ” เป็นสิ่งที่โรงเรียนต้องให้ความสำคัญ โดยเฉพาะในช่วงที่กำลังมีปัญหามลพิษและโรคระบาดต่าง ๆ

กระทรวงสาธารณสุข ได้ขอความร่วมมือกระทรวงศึกษาธิการ ในการเตรียมแผนรองรับ พร้อมกับประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจให้แก่นักเรียน ครู และผู้ปกครอง ในเรื่องการดูแลความสะอาด ทั้งในโรงเรียนและที่บ้าน

รวมถึงการจัดอาหารกลางวันให้กับเด็ก ต้องให้ถูกสุขลักษณะ มีการกินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือสม่ำเสมอ เพราะโรงเรียนเป็นสถานที่ที่มีความเสี่ยงมากที่สุดในการเผยแพร่โรคต่าง ๆ จึงต้องระมัดระวัง ทำเป็นวินัยอย่างต่อเนื่อง จนเด็กเกิดความเคยชิน เหมือนกับประเทศญี่ปุ่น เมื่อเริ่มมีปัญหาต่าง ๆ นักเรียนต้องใช้ผ้าปิดปาก ถือเป็นวัฒนธรรมที่ดีที่เราต้องเสริมสร้างให้เกิดขึ้นในโรงเรียน

ส่วนเรื่องฝุ่นละอองขนาดเล็กนั้น รัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการกำลังติดตามและหาแนวทางแก้ไขปัญหา ซึ่งต้องยอมรับว่าเรื่อง PM 2.5 ต้องใช้เวลาในการแก้ไข การปิดจมูกถือเป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ แต่การที่จะให้ปริมาณของฝุ่นลดลงได้นั้น ต้องมีการบริหารจัดการด้านต่าง ๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องวางมาตรการ โดยมองเป้าภายใน 3- 5 ปี เราสามารถบริหารจัดการเรื่องฝุ่นให้ได้ ทั้งในพื้นที่กรุงเทพฯ และทุกจังหวัดที่มีปัญหา โดยทำความเข้าใจ ให้ความรู้กับประชาชน เพื่อปรับเปลี่ยนแนวทางหรือกิจกรรม โดยกระทรวงศึกษาธิการจะเป็นหลักในการทำหน้าที่ให้ความรู้ และสร้างความเข้าใจกับนักเรียน ครู และผู้ปกครองต่อไป

เรื่องน่ารู้

องค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศตั้งชื่ออย่างเป็นทางการสำหรับเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ โดยใช้ชื่อว่า “โควิด-19” (Covid-19) ซึ่งย่อมาจาก “Coronavirus Disease Starting in 2019” หรือโรคที่เกิดจากไวรัสโคโรนาที่มีการเริ่มต้นในปี 2562

อิชยา กัปปา / ข่าว
กิตติกร แซ่หมู่ / ภาพ

รมว.ศธ.ให้นโยบาย ผอ.สพท.ทั่วประเทศ

(29 มกราคม 2563) นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดการประชุมผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ ครั้งที่ 1/2563 พร้อมมอบนโยบายขับเคลื่อนการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยนายอำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กล่าวรายงาน พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูง อาทิ นางวัฒนาพร ระงับทุกข์ รองเลขาธิการ กพฐ., ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา ผู้ช่วยเลขาธิการ กพฐ., นายวัลลพ สงวนนาม ผู้ช่วยเลขาธิการ กพฐ., นายสุรศักดิ์ อินศรีไกร ที่ปรึกษาด้านนโยบายและแผน, นายธีร์ ภวังคนันท์ ผู้อำนวยการสำนักอำนวยการ รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบเครือข่ายและการมีส่วนร่วม รวมถึงผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และบุคลากรที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการประชุม จำนวน 350 คน ณ โรงแรมปรินซ์ พาเลซ กรุงเทพฯ

รมว.ศธ.ได้มอบนโยบายและแนวทางดำเนินการที่สำคัญ ดังนี้

  • เน้นการทำงานเชิงบูรณาการร่วมกัน ซึ่งจะช่วยต่อยอดปฎิรูปการศึกษาได้อย่างแน่นอน แต่หากต่างคนต่างทำ จะไม่สามารถพาเด็กและเยาวชนไทยไปแข่งขันในเวทีโลกได้
  • ฝาก สพฐ.ผลักดันการนำระบบ AI (Artificial Intelligence) เข้ามาเติมเต็มในการจัดการเรียนการสอนให้มากขึ้น
  • เรื่องใดที่มีความกังวลเชิงนโยบาย ยินดีพูดคุยและรับฟังความคิดเห็นอย่างรอบด้าน เพื่อนำไปวิเคราะห์ ให้ได้ข้อยุติ แนวทางปฏิบัติร่วมกัน และนำไปสู่การแก้ปัญหาต่อไป จากนั้นทุกฝ่ายต้องยอมรับกติกาแบบประชาธิปไตย
  • ปัญหาหนี้ครู จะมีแนวทางในการช่วยเหลือข้าราชการครูที่ชัดเจนภายในเดือน ก.พ.63
  • การปรับหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้เป็นหลักสูตรฐานสมรรถนะ จะนำร่องในภาคเรียนที่ 1/2563 ก่อนใช้จริงทั่วประเทศในปีการศึกษา 2565
  • ลดการจ้างสอนครูต่างชาติ ใน 3 ปีข้างหน้า โดย ศธ.และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้ตั้งคณะทำงานในการผลิตครูแล้ว เพื่อให้ได้นักศึกษาครูที่มีทักษะภาษาอังกฤษสูงมาสอนเด็ก ทดแทนครูต่างชาติ
  • การจัดทำคำของบประมาณปี 2564 และ 2565 จะดำเนินการโครงการคอมพิวเตอร์พกพาเพื่อการศึกษา (Laptop for Education) ให้แก่นักเรียน โดยการจัดหาคอมพิวเตอร์พกพาต้องมีราคาที่ถูก เหมาะสมกับคุณภาพ โปร่งใส ตรวจสอบได้
  • ขอให้เขตพื้นที่การศึกษาทำงานเชิงรุก กล้าคิด กล้าทำ คิดนอกกรอบให้มากขึ้น
  • การบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็ก สำหรับโรงเรียนที่ไม่มีครู จะเร่งบรรจุครูให้ครบ เพื่อไม่ให้กระทบกับคุณภาพของนักเรียน

นายอำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการ กพฐ. กล่าวว่า การจัดประชุมสัมมนาในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสื่อสารนโยบายการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานไปสู่ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ซึ่งเป็นผู้ที่มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายสู่การปฏิบัติ และสร้างความเข้าใจไปยังสถานศึกษาในสังกัด อีกทั้งยังเป็นการประชุมเพื่อหารือข้อราชการในประเด็นต่างๆ และติดตามการดำเนินงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพและมีประสิทธิภาพในทุกมิติ ทั้งด้านคุณภาพผู้เรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา ตลอดจนสร้างโอกาสความเสมอภาค และลดความเหลื่อมล้ำ เพื่อให้เด็กและเยาวชนทุกคนได้รับบริการทางการศึกษาอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม

บัลลังก์ โรหิตเสถียร : เรียบเรียงจาก เดลินิวส์
ภาพถ่าย : ประชาสัมพันธ์ สพฐ.

รมว.ศธ.เปิดการประชุมส่งเสริมคุณภาพการศึกษาและพัฒนาด้านกีฬาในพื้นที่ชายแดนใต้

(25 มกราคม 2563) นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการส่งเสริมคุณภาพการศึกษาและพัฒนาด้านกีฬาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมีนายอำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน นายธีร์ ภวังคนันท์ ผู้อำนวยการสำนักอำนวยการ รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบเครือข่ายและการมีส่วนร่วม พร้อมด้วยผู้อำนวยการโรงเรียนในโครงการสานฝันการกีฬาสู่ระบบการศึกษาจังหวัดชายแดนใต้ ผู้อำนวยการหลักสูตร บุคลากรด้านกีฬา นักวิทยาศาสตร์การกีฬานักกายภาพบำบัด นักโภชนาการ รวมถึงนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ในโครงการฯ รวมทั้งสิ้น 320 คน เข้าร่วมการประชุม ณ โรงแรมญันนะตีย์โฮเต็ล อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

รมวศธ. กล่าวว่า กระทรวงศึกษาธิการเล็งเห็นความสำคัญของการส่งเสริมคุณภาพการศึกษาและพัฒนาด้านกีฬาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ จึงได้ขับเคลื่อนโครงการ “สานฝันการกีฬาสู่ระบบการศึกษาจังหวัดชายแดนใต้” ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี “พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา” ที่ให้กระทรวงศึกษาธิการนำกีฬาสู่ระบบการศึกษา โดยการนำกีฬามาบูรณาการเพื่อขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนใต้ โดยส่งเสริมคุณภาพการศึกษาและพัฒนาทางด้านกีฬาในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ซึ่งสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์การศึกษาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ 20 ปี (พ.ศ. 2560-2579) ในยุทธศาสตร์ที่ 1 การฝึกเพื่อเสริมสร้างความมั่นคง และยุทธศาสตร์ที่ 4 การสร้างโอกาสความเสมอภาคและเท่าเทียมกันทางการศึกษา

“จากการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้ จะเห็นได้ว่าสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานได้ให้ความสำคัญกับนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการ โดยนำนโยบายมาสู่การปฏิบัติอย่างจริงจัง ซึ่งตนเชื่อมั่นว่าการกีฬาสามารถพัฒนาเด็กและเยาวชนให้มีศักยภาพไปสู่นักกีฬาอาชีพ มุ่งสู่การแข่งขันระดับอาเซียนถึงระดับนานาชาติ และมีคุณค่าต่อการพัฒนาประเทศชาติต่อไปได้” รมว.ศธ. กล่าว

นายอำนาจ วิชยานุวัติ กล่าวถึงโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการส่งเสริมคุณภาพการศึกษาและพัฒนาด้านกีฬาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เด็กและเยาวชนในสังคมพหุวัฒนธรรมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้รับการส่งเสริม สนับสนุนและพัฒนาความสามารถทางด้านกีฬาสู่ความเป็นเลิศอย่างต่อเนื่องเป็นระบบ รวมถึงนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการกีฬามาประยุกต์ใช้ เพื่อพัฒนากีฬาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้มีศักยภาพไปสู่กีฬาอาชีพ มีการต่อยอด สร้างโอกาสการเป็นนักกีฬาอาชีพมุ่งสู่การแข่งขันระดับอาเซียน และยังเป็นกลไกให้บุคลากรทางการกีฬาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

ภาพ/ข่าว : ประชาสัมพันธ์ สพฐ.
https://www.facebook.com/obec.pr/posts/994874494216366

รมว.ศธ.ต้อนรับวงโยธวาทิตรางวัลชนะเลิศการแข่งขันการประกวดวงโยธวาทิตโลก

(23 มกราคม 63) นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ ต้อนรับคณะผู้บริหารโรงเรียน ตัวแทนวงโยธวาทิตที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ การประกวดวงโยธวาทิตโลก ชิงถ้วยพระราชทานฯ ประจำปี 2562 “Thailand World Music Championships (TWMC)” โดยนายโกสินทร์ สืบประสิทธิ์วงศ์ นายกสมาคมการประกวดวงโยธวาทิตโลกประเทศไทย และประธานสมาพันธ์วงโยธวาทิตแห่งเอเชีย เข้าพบเพื่อรายงานผลการประกวด ณ ห้องประชุมราชวัลลภ

นายโกสินทร์ สืบประสิทธิ์วงศ์ กล่าวว่า การประกวดวงโยธวาทิตโลก ชิงถ้วยพระราชทานฯ แห่งประเทศไทย ได้รับการรับรองจากสมาพันธ์วงโยธวาทิตแห่งเอเชีย หรือ Asian Marching Band Confederation ซึ่งเป็นรายการระดับนานาชาติ จัดขึ้นเมื่อวันที่ 19 – 21 ธันวาคม 2562 ที่จังหวัดศรีสะเกษ แบ่งการประกวดเป็น 9 ประเภท มีวงโยธวาทิตเข้าร่วมการประกวด ทั้งหมด 80 ทีม จาก 8 ประเทศ ได้แก่ ประเทศแอฟริกาใต้ ภูฏาน ฟิลิปปินส์ เกาหลีใต้ โปแลนด์ มาเลเซีย อินโดนีเชีย และไทย โดยมีโรงเรียนที่ได้รับรางวัลชนะเลิศประเภทต่าง ๆ ดังนี้

  • ประเภท Marching Show Band Class ได้แก่ วิทยาลัยเทคโนโลยีอรรถวิทย์พณิชยการ กรุงเทพฯ
  • ประเภท Marching Show Band Open Class ได้แก่ โรงเรียนหัวหินวิทยาลัย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
  • ประเภท Marching Show Band Junior Class ได้แก่ โรงเรียนอนุบาลนานาชาติตากสินระยอง จังหวัดระยอง
  • ประเภท Marching Show Band Melodica Class ได้แก่ Harmony Vincero Uno ประเทศอินโดนีเซีย
  • ประเภท WoodWinds Battle Open Class ได้แก่ โรงเรียนเทศบาล 4 (เพาะชำ) จังหวัดนครราชสีมา
  • ประเภท DrumLine Battle Open Class ได้แก่ โรงเรียนเบญจมราชรังสฤษฎิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา
  • ประเภท DrumLine Battle Junior Class ได้แก่ โรงเรียนอนุบาลตากสินระยอง จังหวัดระยอง
  • ประเภท BrassLine Battle Open Class ได้แก่ โรงเรียนฤทธิยะวรรณลัย กรุงเทพฯ
  • ประเภท BrassLine Battle Junior Class ได้แก่ โรงเรียนเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวแสดงความยินดีและชื่นชมโรงเรียนที่ได้รับรางวัล ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการพร้อมที่จะสนับสนุนด้านงบประมาณ และส่งเสริมให้เป็นกิจกรรมนอกเวลาเรียน อย่างไรก็ตาม เรายังขาดบุคคลากรที่มีความรู้ในด้านดังกล่าว จึงต้องขอความร่วมมือมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ช่วยผลักดัน และเร่งผลิตบุคลากรด้านนี้ต่อไป

อิชยา กัปปา/สรุป
กิตติกร แซ่หมู่/ภาพ

รมว.ศธ.คารวะครูอาวุโส และมอบรางวัลยกย่องเชิดชูเกียรติระดับประเทศ

(วันครู 16 มกราคม 2563) นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ ร่วมพิธีคารวะครูอาวุโส เพื่อแสดงความกตัญญูและน้อมรำลึกถึงพระคุณครู โดยได้คารวะครูสมัยเรียนโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน คือ นางสาวชมภร กมลสุทธิ

ภาพเพิ่มเติมพิธีมอบรางวัลเนื่องในโอกาสวันครู ปี 2563
Facebook ศธ.360 องศา

จากนั้นมอบรางวัลยกย่องเชิดชูเกียรติระดับประเทศ รวม 3 หน่วยงาน จำนวน 453 คน ได้แก่ รางวัลครูภาษาไทยดีเด่นเพื่อรับเข็มเชิดชูเกียรติจารึกพระนามาภิไธยย่อ สธ รางวัลครูภาษาฝรั่งเศสดีเด่น เพื่อรับเข็มเชิดชูเกียรติจารึกพระนามาภิไธยย่อ กว รางวัลคุรุสภา “ระดับดี” รางวัลครูผู้สอนดีเด่น รางวัลหนึ่งโรงเรียน หนึ่งนวัตกรรม รางวัลผลงานวิจัยของคุรุสภา รางวัลประกวดสื่อส่งเสริมจรรยาบรรณของวิชาชีพ (ประเภทหนังสั้น) รางวัลครูดีในดวงใจ และรางวัลผู้บริหารดีศรีอาชีวศึกษา ประจำปี 2563 ณ หอประชุมคุรุสภา กรุงเทพฯ

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวตอนหนึ่งว่า จากการที่ได้มาปฏิบัติหน้าที่ในกระทรวงศึกษาธิการ ระยะเกือบ 6 เดือน ยังยืนยันว่าคนที่สำคัญที่สุดในการขับเคลื่อนการศึกษา และทำให้การศึกษาไทยแข่งขันกับทั่วโลกได้ คือ “ครู”

จากการลงพื้นที่ในหลายโรงเรียนทั่วประเทศ ได้เห็นความมุ่งมั่นตั้งใจของครู จิตวิญญาณแห่งความเป็นครู เพียงแต่กระทรวงศึกษาธิการยังไม่ได้ให้ความพร้อมกับในในการปฏิรูปการศึกษาไทย จึงได้เรียนกับนายกรัฐมนตรีให้เร่งผลักดันการพัฒนาการศึกษาไทยให้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากโลกมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว รูปแบบการศึกษาก็ปรับเปลี่ยนเป็นการศึกษายุคดิจิทัล

“ครู” จึงต้องปรับเปลี่ยนบทบาทของตนเอง ต้องฝึกทักษะให้ผู้เรียนสามารถสังเคราะห์ความรู้จากข้อมูลข่าวสาร และช่วยแนะนำออกแบบกิจกรรมการศึกษาและนวัตกรรมการสอนที่หลากหลายรูปแบบ แยกย่อยออกไปตามคุณลักษณะของผู้เรียน

ดังนั้น การเป็นครูในยุคการศึกษาดิจิทัลนั้น ไม่ใช่แค่ทำหน้าที่สอนเพียงอย่างเดียว แต่จำเป็นต้องเพิ่มความสามารถของตัวเองในการสร้างเนื้อหาการเรียนการสอนในสื่อต่าง ๆ มากขึ้น เพื่อเป็นช่องทางช่วยเหลือให้ผู้เรียนได้เกิดความเข้าใจและแก้ปัญหาด้วย

บทบาทของการเป็น “ครู” จึงต้องสร้างแหล่งข้อมูลสารสนเทศให้มากขึ้นผ่านเทคโนโลยีเว็บไซต์ และสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อประโยชน์ต่อผู้เรียนที่จะได้เข้าใจและทบทวน เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ แก้ปัญหา สำหรับการสร้างอนาคตของผู้เรียนต่อไป

กระทรวงศึกษาธิการกำลังหาแนวทางการแก้ไขปัญหาเพื่อให้ครูได้มีเวลาอยู่กับเด็กในห้องเรียนมากขึ้น พร้อมสนับสนุน ให้ความสำคัญกับโอกาสและสิทธิความก้าวหน้าของคุณครูเท่าเทียมกัน เพื่อให้คุณครูพัฒนาตนเองอย่างไม่หยุดนิ่ง ควบคู่ไปกับการพัฒนาผู้เรียนที่อยู่ในยุคสมัยที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา และเชื่อมั่นในคุณครูจะสามารถบ่มเพาะผู้เรียนให้เป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพของประเทศชาติต่อไป

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวด้วยว่า การยกย่องเชิดชูเกียรติครูและผู้บริหารในวันนี้ เป็นเครื่องยืนยันว่าเรามีครูดี ผู้บริหารดี ที่มีคุณภาพ เพียบพร้อมทั้งด้านความรู้ ความสามารถ และการพัฒนาตนเองโดยการเรียนรู้ในสิ่งใหม่อย่างไม่มีที่สิ้นสุด สามารถเป็นแบบอย่างที่ดีของศิษย์และสังคม และพร้อมจะพัฒนาผู้เรียนให้เป็นกำลังคนคุณภาพของประเทศ สมดังคำขวัญวันครู พ.ศ. 2563 ของนายกรัฐมนตรี ที่ว่า “ครูไทย รักศิษย์ คิดพัฒนา” และยังสอดคล้องกับแก่นสาระการจัดงานวันครูปีนี้ที่กล่าวว่า “โลกก้าวไกล ครูไทยก้าวทัน สร้างสรรค์คุณภาพเด็กไทย”

ภาพเพิ่มเติมพิธีมอบรางวัลเนื่องในโอกาสวันครู ปี 2563
Facebook ศธ.360 องศา

อิชยา กัปปา /สรุป
กิตติกร แซ่หมู่ /ภาพ

ศธ.จัด 3 โซน งานวันเด็กแห่งชาติ 2563 "Wonderful Kids สุดยอดเด็กไทย"

(11 มกราคม 2563) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธีเปิดงานฉลองวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2563 “เด็กไทยยุคใหม่ รู้รักสามัคคี รู้หน้าที่พลเมืองไทย” ภายใต้แนวคิด “Wonderful Kids สุดยอดเด็กไทย” โดยมีนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วย ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช​ และ ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ รวมทั้งผู้บริหารระดับสูง ข้าราชการ ผู้ปกครอง และนักเรียนนักศึกษา จำนวนมาก เข้าร่วมพิธีเปิด ณ กระทรวงศึกษาธิการ

นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า การจัดงานฉลองวันเด็กแห่งชาติ เริ่มดําเนินการมาตั้งแต่ พุทธศักราช 2498 และดําเนินการมาอย่างต่อเนื่องทุกปี จนกระทั่งวันนี้นับเป็นปีที่ 65 โดยกระทรวงศึกษาธิการได้รับมอบหมายให้เป็นหน่วยงานหลัก ร่วมกับทุกส่วนราชการ ทั้งหน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน จัดงานฉลองวันเด็กแห่งชาติทั้งในส่วนกลาง และส่วนภูมิภาคทั่วประเทศ

สําหรับการจัดงานในปี 2563 ในส่วนกลางมีการจัดงาน และพิธีเปิดงาน ณ กระทรวงศึกษาธิการ โดยเน้นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้เด็กและเยาวชน ได้เรียนรู้บทบาทหน้าที่ของตนเอง มีทักษะชีวิตที่ดีเป็นเด็กไทยยุคใหม่ รู้รักสามัคคี รู้หน้าที่พลเมืองไทย โดยมีแนวคิดในการจัดงานคือ “Wonderful Kids สุดยอดเด็กไทย”เพื่อเป็นการเชิญชวนเด็กและเยาวชน มาพบกับความรู้ในด้านต่าง ๆ ที่จะทำให้เด็กและเยาวชนเป็นคนดีมีคุณภาพ พัฒนากระบวนความคิด เสริมสร้างจินตนาการ สร้างสรรค์ประสบการณ์ผ่านการลงมือปฏิบัติ

โดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน มาร่วมงานกว่า 100 บูธ ของขวัญกว่า 100,000 ชิ้น เพื่อให้เด็กและเยาวชนได้สนุกสนานเพลิดเพลินผ่านกิจกรรมเรียนรู้แบบสร้างสรรค์ ปลูกฝังให้เด็กและเยาวชนเป็นพลเมืองที่ดี ของชาติ รู้จักการทําประโยชน์เพื่อสังคม เพื่อส่งเสริมให้เกิดวัฒนธรรมการดูแลสังคม รักษาสิ่งแวดล้อม และระบบการ จัดการขยะที่ดี และยังมีเวทีที่เปิดประสบการณ์ใหม่ให้เด็ก ๆ ผ่านกิจกรรมการประกวด “หนูน้อยแห่งวังจันทรเกษม…รักษ์โลก”

พิเศษสุด ศธ.ยังเปิดอาคารราชวัลลภ อดีตพระราชวังจันทรเกษม ให้เด็ก ๆ และผู้ปกครองได้เข้าชมประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรมเก่าแก่ ภายใน “พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พิพิธภัณฑ์การศึกษาไทยแห่งวังจันทรเกษม” เพราะอาคารราชวัลลภ จะเปิดให้บุคคลภายนอกเข้าชมเพียงปีละครั้งเท่านั้น

การจัดงานวันเด็กแห่งชาติปีนี้ ศธ.แบ่งกิจกรรมออกเป็น 3 โซน คือ

โซนที่ 1 : Citizen Kids : พลเมืองเด็ก (บริเวณสนามหญ้าและในกระทรวงศึกษาธิการ) เป็นโซนกิจกรรมที่แสดงถึงความเฉลียวฉลาดของเด็กไทยยุคใหม่ที่มีความรัก ความสามัคคี รู้จักหน้าที่ของตนเอง และปฏิบัติตนตามกฎระเบียบของสังคมได้อย่างถูกต้อง

โซนที่ 2 : Digital Kids : เด็กยุคดิจิทัล (บริเวณถนนราชดำเนินนอก) เป็นโซนกิจกรรมที่แสดงให้เห็นถึงความทันสมัย การรู้จักใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อการเรียนรู้และการใช้ประโยชน์จากความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีดิจิทัล

โซนที่ 3 : Environmental Kids : เด็กรักษ์สิ่งแวดล้อม (บริเวณถนนลูกหลวง) เป็นโซนกิจกรรมที่ให้เด็กและเยาวชนเห็นความสำคัญของสิ่งแวดล้อม ทำกิจกรรมสร้างจิตสำนึกในการช่วยกันดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวเปิดงานตอนหนึ่งว่า วันนี้เป็นวันที่เรามาส่งความรักความปรารถนาดีร่วมกันไปยังเด็กและเยาวชนไทยทั่วประเทศ ซึ่งรัฐบาลตระหนักดีว่าเด็กและเยาวชนทุกคนคือทรัพยากรที่มีค่า และเจริญเติบโตขึ้นเป็นกำลังสำคัญของประเทศชาติในอนาคต ดังคำกล่าวที่ว่าเด็กวันนี้คือผู้ใหญ่ในวันหน้า จึงต้องทำให้เด็กมีความเข้มแข็งตั้งแต่วันนี้ โดยส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพอย่างเหมาะสมตามช่วงวัย ทั้งด้านทักษะ ความรู้ ความสามารถ การเรียนรู้ องค์ความรู้ที่จำเป็น ทั้งนี้เด็กทุกคนมีพรสวรรค์อยู่แล้ว เพียงแต่ยังไม่ทราบว่าตัวเองถนัดอะไร ต้องมีคนคอยแนะนำ โดยเฉพาะครูที่อยู่ใกล้ชิดกับเด็ก ขอให้ช่วยสนับสนุนเด็กให้ได้ทำในสิ่งที่ชอบควบคู่ไปกับการเรียนหนังสือให้ได้มากที่สุด

วันนี้สิ่งที่เปลี่ยนไปจากเดิม คือ องค์ความรู้ที่สำคัญต่อชีวิตในศตวรรษที่ 21 ซึ่งเป็นโลกแห่งเทคโนโลยี เชื่อมโยงไปถึงเรื่องการประกอบอาชีพ ซึ่งมีทั้งวิกฤติ โอกาส และความท้าทายในทุกมิติ เด็กและเยาวชนจึงต้องเตรียมตัวให้พร้อม รวมถึงผู้ปกครอง ครูและบุคลากรทางการศึกษา ต้องเสริมสร้างสุขภาวะที่สมบูรณ์ทั้งทางกาย จิตใจ สังคม ปัญญา และคุณธรรมจริยธรรม เพื่อให้เด็กและเยาวชนทุกคนเป็นบุคลากรที่สมบูรณ์แบบ สามารถนำพาตัวเอง ครอบครัว และประเทศชาติไปข้างหน้าได้อย่างปลอดภัย

สำหรับคำขวัญวันเด็กแห่งชาตินี้ปีนี้ “เด็กไทยยุคใหม่ รู้รักสามัคคี รู้หน้าที่พลเมืองไทย” เนื่องจากสถานการณ์ปัจจุบันความสามัคคีนั้นเป็นสิ่งสำคัญ ต่อยอดไปถึงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน สังคมปลอดภัย ครอบครัวมีความสุข ไม่ทะเลาะกัน ไม่เอาเปรียบกัน และที่สำคัญอีกอย่างคือหน้าที่พลเมืองไทย คือ ทำสิ่งที่ถูกต้องเพื่อชาติบ้านเมือง

นอกจากนี้ ยังมุ่งหวังให้เด็กและเยาวชนทุกคนตระหนักและรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของโลก ตลอดจนรู้จักหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงที่พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 พระราชทานไว้ ให้เป็นคนมีเหตุผล รู้จักความพอประมาณ มีภูมิคุ้มกันที่ดีด้วยความรู้และคุณธรรม โดยทุกคนควรมีภูมิคุ้มกันต่อโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลง รู้เท่าทันเทคโนโลยี โซเชียลมีเดียต่าง ๆ หมั่นศึกษาพัฒนาความรู้ความสามารถ เพิ่มพูนทักษะใหม่ ๆ อยู่เสมอ ให้สอดคล้องกับศักยภาพของครอบครัวและทักษะของตนเองด้วย

อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีได้ย้ำกับโรงเรียนและสถานศึกษาทุกแห่งไปแล้วว่า ต้องสอนให้นักเรียนรู้ว่าพื้นที่ภูมิลำเนาของตนเองมีศักยภาพด้านใดบ้าง หรือมีปัญหาใดที่ต้องได้รับพัฒนา เพื่อให้เด็กและเยาวชนเกิดแรงกระตุ้นที่จะเรียนหนังสือ หรือทำงานเพื่อกลับมาพัฒนาบ้านเกิดของตนเอง สร้างความภาคภูมิใจในอนาคต รวมถึงบ้านเมืองจะได้ถูกพัฒนาทุกพื้นที่ให้เท่าเทียมกันได้มากที่สุด

นอกจากความรู้ด้านวิชาการแล้ว ยังต้องเร่งบ่มเพาะคุณธรรมจริยธรรม ความสามัคคีให้เกิดขึ้นในใจ ความเป็นจิตอาสา หากจิตใจไม่อยากทำความดีก็ต่อยอดไปสู่การลงมือทำไม่ได้ เพราะหัวใจมี 2 อย่าง คือ หัวใจในการทำความดี และหัวใจในการทำความไม่ดี ดังนั้นจึงอยู่ที่ตัวเราว่าจะเลือกใช้หัวใจแบบใด ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างสรรค์สังคมที่ดีในอนาคตต่อไป

ภาพเพิ่มเติม เฟซบุ๊ก ศธ.360 องศา

ปารัชญ์ ไชยเวช, อานนท์ วิชานนท์ / สรุป