29 เมษายน 2569 – นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เป็นประธานการประชุมผู้บริหารระดับสูงกระทรวงศึกษาธิการ ครั้งที่ 1/2569 โดยมี นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) นายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงจากหน่วยงานในสังกัด/องค์กรในกำกับ และผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ ห้องประชุมราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ
รมว.ศธ. เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า วาระสำคัญในครั้งนี้คือการพิจารณากลั่นกรองการจัดคำของบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ก่อนนำเสนอคณะรัฐมนตรี โดยได้เสนอกรอบวงเงินรวม 440,000 ล้านบาท แบ่งเป็นงบบุคลากร 54.8 % งบดำเนินงาน 5.93% งบลงทุน 10.98% งบเงินอุดหนุน 23.9% และงบรายจ่ายอื่น 4.32% ทั้งนี้ ที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาคัดกรองโครงการที่อาจมีความซ้ำซ้อน เพื่อให้การใช้งบประมาณมีความรอบคอบและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมย้ำให้ทุกหน่วยงานบูรณาการการทำงานร่วมกัน โดยไม่ยึดติดกับความซ้ำซ้อนของงบประมาณ และกำหนดกลไกการขับเคลื่อนร่วมกันอย่างเป็นระบบ
ขณะเดียวกัน ได้ตรวจสอบความสอดคล้องของคำของบประมาณฯ กับ 5 นโยบายหลักในการพัฒนาการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ได้แก่ 1) คืนเวลาให้ครู เพื่อคืนอนาคตให้เด็ก 2) ปรับโครงสร้างความเหลื่อมล้ำด้านงบประมาณและโอกาส 3) ยกระบบการเรียนรู้สู่โลกความจริง 4) โรงเรียนต้องเป็นพื้นที่ปลอดภัยอย่างแท้จริง และ 5) สร้างสถาปัตยกรรมใหม่ด้วยพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ โดยยืนยันว่าทั้ง 5 นโยบายหลักได้รับการบรรจุไว้อย่างครบถ้วน สอดรับกับนโยบายของรัฐบาลที่ได้แถลงต่อรัฐสภา ภายใต้กรอบงบประมาณที่กำหนดและคำนึงถึงความจำเป็นอย่างแท้จริง ซึ่งขณะนี้ได้ปรับปรุงรายละเอียดในรอบสุดท้าย และเตรียมนำเสนอในวันที่ 1 พฤษภาคมนี้
เป้าหมายสำคัญของงบประมาณดังกล่าวมุ่งพัฒนาคนไทยให้เป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ สอดคล้องกับบริบทของสังคมและเศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเน้นการผลิตกำลังคนให้ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน ควบคู่กับการเสริมสร้างทุนมนุษย์ที่มีศักยภาพ ทั้งด้านการคิดวิเคราะห์และการเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพในระดับสากล รมว.ศธ. กล่าว
พร้อมกันนี้ ได้เน้นย้ำการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินงาน เพื่อยกระดับสู่ระบบไร้กระดาษ (Paperless) และสนับสนุนรูปแบบการทำงานแบบ Anywhere Anytime ที่สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพจากทุกที่ทุกเวลา รวมถึงการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการบริหาร ติดตาม และประเมินผลการใช้งบประมาณอย่างเป็นระบบ เพื่อให้เกิดความโปร่งใส คุ้มค่า และตรวจสอบได้ โดยได้มอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปพิจารณาและนำเสนอแนวทางเพื่อหารือในลำดับต่อไป
นอกจากนี้ ในช่วงใกล้เปิดภาคเรียน ได้ย้ำถึงมาตรการด้านความปลอดภัยและการพิทักษ์สิทธิของนักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา โดยให้ความสำคัญกับโครงการเร่งด่วน (Quick Win) ที่สามารถดำเนินการได้ทันที อาทิ การลดภาระครู และการจัดทำแผนยกระดับความปลอดภัยในสถานศึกษา เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมทางการศึกษาที่ปลอดภัยอย่างแท้จริง
ธรรมนารี ชดช้อย/ ข่าว-กราฟิก
ศศิวัฒน์ แป้นคุ้มญาติ/ ภาพ
ศุภณัฐ วัฒนมงคล/ วิดีโอ
