กระทรวงศึกษาธิการ – 31 ตุลาคม 2569 / นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานพิธีเปิดโครงการส่งเสริมสนับสนุน สร้างขวัญกำลังใจ ผู้บริหาร ครูผู้สอน นักเรียน โรงเรียนเอกชนนอกระบบ ทุกประเภท ทั่วประเทศ ครั้งที่ 8 / 2569 ณ ห้องประชุมบุณยเกตุ หอประชุมคุรุสภา

โดยมี นายนิติ นาชิต เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (เลขาธิการ กช.) นายชัยพัฒน์ พันธ์ุวัฒนสกุล รองเลขาธิการ กช. นายศุภเสฏฐ์ คณากูล นายกสมาคม ปส.กช. นายพรชัย พิศาลสิษฐ์กุล นายกสมาคมการศึกษาเอกชนนอกระบบ (ประเทศไทย) ผู้บริหาร ศธ. ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอน เข้าร่วม

รมว.ศธ. กล่าวว่า ขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมขับเคลื่อนการศึกษาเอกชนนอกระบบ พร้อมแสดงความยินดีกับสถานศึกษา ผู้บริหาร ครู และนักเรียนที่ได้รับรางวัลในครั้งที่ ซึ่งสะท้อนถึงบทบาทสำคัญของการศึกษาเอกชนนอกระบบในการพัฒนาคนและสร้างกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศในอนาคต

การศึกษาเอกชนนอกระบบมีจุดแข็งที่แตกต่างจากการศึกษาในระบบ โดยเฉพาะความยืดหยุ่นของหลักสูตรที่สามารถจัดการเรียนรู้ระยะสั้น ใช้เวลาเรียนไม่ยาวนาน และนำความรู้ไปประกอบอาชีพได้อย่างรวดเร็ว จากผลการดำเนินงานที่ผ่านมา พบว่าผู้เรียนจำนวนหนึ่งสามารถนำทักษะและความรู้ที่ได้รับไปต่อยอดจนประสบความสำเร็จในการทำงาน สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของการศึกษาเอกชนนอกระบบในการตอบสนองความต้องการของประชาชนและตลาดแรงงาน ตลอดจนสนับสนุนระบบเศรษฐกิจของประเทศ

โดยเฉพาะในยุคที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างก้าวกระโดด ทั้งปัญญาประดิษฐ์ (AI) และรูปแบบการทำงานที่เปลี่ยนไป โรงเรียนเอกชนนอกระบบจึงเป็นกำลังสำคัญในการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต และเป็นโอกาสที่สองสำหรับผู้ที่พลาดโอกาสหรือหลุดออกจากระบบการศึกษา ให้สามารถกลับเข้าสู่การเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้อีกครั้ง สอดคล้องกับเป้าหมายของกระทรวงศึกษาธิการที่มุ่งมั่นจะ “ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง”

ที่ผ่านมา กระทรวงศึกษาธิการได้ดำเนินงานร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) มาอย่างต่อเนื่อง และยังมีภารกิจอีกหลายด้านที่ต้องร่วมกันขับเคลื่อนในอนาคต จึงขอฝากผู้บริหารที่เกี่ยวข้องให้ประสานความร่วมมือกับโรงเรียนเอกชนอย่างใกล้ชิด รับฟังความคิดเห็นและสอบถามความต้องการของสถานศึกษา เพื่อนำข้อมูลมาประกอบการกำหนดแนวทางสนับสนุนและพัฒนาการศึกษาเอกชนให้สอดคล้องกับสภาพปัญหาและความต้องการที่แท้จริง

นอกจากนี้ ในเดือนธันวาคม 2569 รัฐบาลโดยกระทรวงศึกษาธิการมีแผนเสนอร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาของเอกชน จึงขอให้ทุกภาคส่วนร่วมกันเสนอความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ หากมีประเด็นใดที่กระทรวงศึกษาธิการสามารถสนับสนุนหรือปรับปรุงเพื่อเอื้อต่อการดำเนินงานของโรงเรียนเอกชน ก็พร้อมรับฟังและนำไปพิจารณาผ่านกระบวนการที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการจัดการศึกษาของประเทศ

สำหรับทิศทางการทำงานร่วมกันในระยะต่อไป ขอฝากไว้ 3 แนวทางหลัก ประการแรกคือ เน้นการปลดล็อกอุปสรรค โดยมอบหมายให้เลขาธิการ กช. ทบทวนระเบียบและเงื่อนไขที่เป็นอุปสรรค พร้อมนำระบบดิจิทัลมาลดขั้นตอนการดำเนินงาน เพื่ออำนวยความสะดวกแก่สถานศึกษาและลดภาระงานของครู

ประการที่สอง เน้นการเชื่อมโยงการเรียนรู้กับคุณวุฒิและมาตรฐานวิชาชีพ โดยผลักดันหลักสูตรระยะสั้นเข้าสู่ระบบธนาคารหน่วยกิตแห่งชาติ (National Credit Bank) เพื่อให้ผู้เรียนสามารถสะสมและเทียบโอนหน่วยกิตสู่คุณวุฒิทางการศึกษาและวิชาชีพได้อย่างเป็นรูปธรรม

ประการสุดท้าย คือ การเติมทักษะแห่งอนาคต โดยมุ่งพัฒนาทักษะดิจิทัล AI ภาษาต่างประเทศ และทักษะอาชีพ ผ่านความร่วมมือกับหน่วยงานและสถานประกอบการที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้หลักสูตรสอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานและสามารถนำไปใช้ได้จริง

ขอส่งกำลังใจให้ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนทุกคน เพราะทุกหลักสูตรและทุกความรู้ที่ถ่ายทอดให้แก่ผู้เรียน ล้วนเป็นการสร้างโอกาสในการพัฒนาตนเองและประกอบอาชีพ ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศในอนาคต กระทรวงศึกษาธิการพร้อมเดินหน้าไปกับทุกภาคส่วนในฐานะหุ้นส่วนการจัดการศึกษา เพื่อร่วมกันยกระดับคุณภาพการศึกษาของไทยให้ทัดเทียมกับมาตรฐานสากล

“ร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ มาตรา 26 ได้กำหนดหลักการสำคัญเกี่ยวกับการจัดการศึกษาของเอกชนว่า ต้องมีมาตรฐานเทียบเท่าหรือมีคุณภาพไม่ต่ำกว่าการจัดการศึกษาและการเรียนรู้ของรัฐ” ซึ่งสะท้อนถึงบทบาทและความสำคัญของภาคเอกชนในการร่วมเป็นพลังขับเคลื่อนการศึกษาของประเทศ ภายใต้แนวคิด “All for Education” ทุกภาคส่วนร่วมเป็นพลังเพื่อการศึกษา”

ภายหลังพิธีเปิด รมว.ศธ. ให้เกียรติมอบโล่รางวัล “ผู้นำต้นแบบองค์กรทางการศึกษา ดีเด่น” ประจำปี 2569 จำนวน 82 ราย จากนั้น เลขาธิการ กช. มอบรางวัล “สถานศึกษาคุณภาพ ยอดเยี่ยม” 136 แห่ง และรางวัล “สถานศึกษา ดีเด่น” 52 แห่ง พร้อมด้วย รองเลขาธิการ กช. มอบรางวัล “ผู้บริหารสถานศึกษา ดีเด่น” 130 ราย และรางวัล “ครูผู้สอน ดีเด่น” 284 ราย รวมทั้งรางวัล “นักเรียน ดีเด่น” 763 ราย

อานนท์ วิชานนท์ / ข่าว
สมประสงค์ ชาหารเวียง / ภาพ
ธนภัทร จันทร์ห้างหว้า / วิดีโอ

ภาพเพิ่มเติม