20 ตุลาคม 2569 – นายสุรพงษ์ เอิมอุทัย รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดกิจกรรมการพัฒนาครูตามหลักสูตรบูรณาการเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์สู่การออกแบบการจัดการเรียนรู้ตามกรอบสมรรถนะ AI ของ UNESCO รุ่นที่ 2 โดยมีครูผู้สอนระดับมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานและสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน จำนวน 100 คน เข้าร่วม เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และทักษะในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI ในการจัดการเรียนการสอนอย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ ณ สถาบันพัฒนาครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา (สคบศ.) จังหวัดนครปฐม
รองปลัด ศธ. กล่าวว่า การศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นสิ่งสำคัญมากที่จะต่อยอดไปสู่อาชีวศึกษาหรือระดับการศึกษาที่สูงขึ้น ซึ่งองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ให้ความสำคัญกับระบบการศึกษาที่สร้างกำลังคนที่มีคุณภาพ มีประสิทธิภาพ ทันโลกเทคโนโลยี สามารถเดินหน้าเข้าสู่ตลาดแรงงานได้อย่างมั่นใจ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับประเทศ โครงการในวันนี้จึงมีความสำคัญเป็นอย่างมากเพราะถือเป็นการเริ่มต้นที่ดีในการสนับสนุนนโยบายกระทรวงศึกษาธิการ 5 ด้าน โดยเฉพาะเรื่องการยกระดับการเรียนรู้สู่โลกความจริง จึงเป็นที่มาของการเชื่อมโยงยูเนสโกสู่การทำหลักสูตรในครั้งนี้ โดยมีกรอบสมรรถนะ AI ยูเนสโก เป็นแนวทางการทำงาน เช่นเดียวกับกระทรวงศึกษาธิการที่มีคณะทำงาน AI Frameworks ขับเคลื่อนสู่การปฏิบัติให้เป็นรูปธรรม และเดินหน้าไปด้วยกันในอนาคต
สำหรับนโยบายของปลัดกระทรวงศึกษาธิการที่กำลังจะขับเคลื่อนเชื่อมการเรียนรู้สู่โลกการทำงาน โดยใช้ AI เข้ามาช่วยยกระดับการศึกษาไทยสู่สากล วันนี้เรามีเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ Artificial Intelligence (AI) เป็นผู้ช่วยตัวใหม่ในการพานักเรียนของพวกเราผ่านการจัดเรียนรู้ได้สะดวกขึ้น ง่ายขึ้น แต่เราจะไม่ใช้เครื่องมือเพียงอย่างเดียว เพราะครูในยุค AI ต้องบูรณาการการสอน ทำให้ผู้เรียนคิดเป็น ฝึกสภาวะการเป็นผู้นำในการถ่ายทอดแก่ผู้อื่น เรียนรู้ได้ตลอดชีวิต และต่อยอดไปสู่การทำงาน ขอให้นำองค์ความรู้ KSA (knowledge ความรู้ skills ทักษะ attitude ทัศนคติ) ที่ได้รับในวันนี้ไปออกแบบการเรียนรู้ได้จริง โดยคำนึงถึงบริบทผู้เรียน สถานศึกษา และความแตกต่างของพื้นที่ พร้อมกลับไปประยุกต์การเรียนรู้ในห้องเรียน
สิ่งสำคัญคือการใช้ AI อย่างรู้เท่าทัน มีคุณธรรม มีจริยธรรม และรักษาความเป็นมนุษย์ คุณครูจึงต้องสอนผู้เรียนให้ตระหนักรู้ว่าข้อมูลที่ได้จาก AI ไม่ได้ถูกต้อง 100% และสอนให้ตรวจสอบความถูกต้องไปควบคู่กัน การอบรมในวันนี้จะสามารถสะท้อนการเปลี่ยนแปลงการเรียนรู้ระดับห้องเรียน และระดับสถานศึกษา มีการกำหนดการวัดผลชัดเจน ทั้งก่อนเรียน ระหว่างเรียน หลังเรียน ว่าใช้ AI แล้วเกิดสมรรถนะที่ดีขึ้นอย่างไร เพื่อหาวิธีปิดช่องว่างของเด็กที่แตกต่างกัน
“เพราะการศึกษาคืออาวุธที่จะทำให้เราสร้างกำลังคนในประเทศที่สามารถแข่งขันได้ ขอฝากผู้เข้าร่วมออกแบบการจัดการเรียนรู้ที่บูรณาการ AI เข้าไปช่วยเป็นเครื่องมือคิดแผนและกลยุทธ์อย่างเป็นระบบให้มีประสิทธิภาพ “Think big you will be big” พาผู้เรียนที่มีสมรรถนะไปสู่เป้าหมายได้อย่างแท้จริง เพราะหากทำได้ตามที่หลักสูตรกำหนดไว้ สามารถขยายผลในสถานศึกษา ผ่านผู้บริหารและทีมงาน เชื่อมั่นว่าการศึกษาของเราจะยกระดับห้องเรียนในอนาคตได้แน่นอน” รองปลัด ศธ. กล่าว
การอบรมจัดอบรมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือภายใต้โครงการ Technology-enabled Open Schools for All (TEOSA) ระยะที่ 2 โดยกระทรวงศึกษาธิการ ผ่านสำนักเลขาธิการคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยยูเนสโก สำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ร่วมกับ UNESCO บริษัท Huawei และสถาบันพัฒนาครู คณาจารย์และบุคลากรทางการศึกษา โดยมุ่งส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและ AI เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาและเพิ่มขีดความสามารถของครูในการจัดการเรียนรู้ในยุคดิจิทัล
ทั้งนี้ หลักสูตรดังกล่าวพัฒนาขึ้นโดยเชื่อมโยงกับกรอบสมรรถนะ AI ของ UNESCO สำหรับครู (UNESCO AI Competency Framework for Teachers) ให้ความสำคัญกับการใช้ AI อย่างมีจริยธรรม การทำความเข้าใจศักยภาพและข้อจำกัดของเทคโนโลยี การออกแบบการเรียนรู้ที่ใช้ AI เป็นเครื่องมือสนับสนุน ตลอดจนการสร้างสื่อและกิจกรรมการเรียนรู้ที่ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้เรียน ผ่านกระบวนการอบรมเชิงปฏิบัติการที่เน้นการลงมือทำและการนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง
กระทรวงศึกษาธิการมุ่งหวังว่า การพัฒนาครูตามกรอบสมรรถนะ AI ของ UNESCO จะช่วยให้ครูมีความพร้อมในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี สามารถเลือกใช้ AI ได้อย่างเหมาะสมกับบริบทของสถานศึกษา และนำเทคโนโลยีมาสนับสนุนการจัดการเรียนรู้อย่างมีความรับผิดชอบ เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาไทยและสร้างโอกาสการเรียนรู้ที่มีคุณภาพให้แก่ผู้เรียนอย่างทั่วถึงและยั่งยืน
พบพร ผดุงพล / ข่าว
ธนภัทร จันทร์ห้างหว้า / ภาพ
