7 ตุลาคม 2569 – นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะประธานศูนย์พิทักษ์สิทธิ เสรีภาพและความปลอดภัย กระทรวงศึกษาธิการ หรือ ศพส. เปิดเผยว่า จากสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากได้รับความเดือดร้อน และจำเป็นต้องเร่งเข้าถึงมาตรการช่วยเหลือและเงินเยียวยาจากภาครัฐ โดยเฉพาะการยื่นคำร้องขอรับเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยตามหลักเกณฑ์ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จำนวน 9,000 บาท
อย่างไรก็ตาม ยังมีประชาชนอีกจำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล หรือผู้ที่ไม่ถนัดการใช้คอมพิวเตอร์และระบบอิเล็กทรอนิกส์ ไม่สามารถดำเนินการยื่นคำร้องด้วยตนเองได้ ซึ่งอาจทำให้การเข้าถึงสิทธิ์ที่ควรได้รับเป็นไปด้วยความยากลำบาก
ด้วยเหตุนี้ กระทรวงศึกษาธิการจึงมอบหมายให้ กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) และครู สกร. ซึ่งมีเครือข่ายอยู่ในพื้นที่ทั่วประเทศ ลงไปทำงานเชิงรุกในชุมชน โดยประสานและอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ในการกรอกข้อมูลและยื่นแบบคำร้องขอรับเงินเยียวยาตามขั้นตอนของภาครัฐ
“เราต้องไม่ปล่อยให้ประชาชนเสียสิทธิ์ เพียงเพราะเขาใช้คอมพิวเตอร์ไม่เป็น หรือไม่เข้าใจขั้นตอนการยื่นเอกสาร เพราะในวันที่ประชาชนกำลังลำบาก หน่วยงานรัฐต้องเป็นฝ่ายเดินเข้าไปหาเขา” รมช.ศธ.
ทั้งนี้ นางเกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ได้มีข้อสั่งการเร่งด่วนไปยังหน่วยงานและสถานศึกษาในสังกัด ให้ครู สกร. ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ลงพื้นที่สำรวจและช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มที่ไม่สามารถดำเนินการยื่นคำร้องผ่านระบบด้วยตนเอง เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสิทธิ์และมาตรการช่วยเหลือของรัฐได้อย่างทั่วถึง
รมช.ศธ. กล่าวเพิ่มเติมว่า บทบาทของกระทรวงศึกษาธิการไม่ได้มีเพียงการจัดการเรียนการสอนหรือให้ความรู้เท่านั้น แต่ “ครู” คือคนที่อยู่ใกล้ชิดกับชุมชนและประชาชนมากที่สุดคนหนึ่ง เมื่อเกิดวิกฤต ครูจึงสามารถเป็นกำลังสำคัญในการช่วยประสานงานและพาประชาชนเข้าถึงบริการของภาครัฐได้
“กระทรวงศึกษาธิการไม่ได้ดูแลประชาชนเฉพาะในห้องเรียน แต่ต้องดูแลประชาชนในวันที่เขาเดือดร้อนด้วย เรามีครู สกร. อยู่ในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ หากความรู้และกำลังของครูสามารถช่วยให้ประชาชนคนหนึ่งได้รับเงินเยียวยาที่เขามีสิทธิ์ได้รับ เราก็ควรใช้เครือข่ายของเราเข้าไปช่วยทันที”
สำหรับการดำเนินการดังกล่าว จะเน้นการเข้าถึงประชาชนในพื้นที่ประสบภัย โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้มีข้อจำกัดด้านการใช้เทคโนโลยี และครัวเรือนที่ไม่สามารถดำเนินการตามขั้นตอนทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ด้วยตนเอง เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างรวดเร็ว ทั่วถึง และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
“ครู สกร. ทั่วประเทศ พร้อมเป็นอีกหนึ่งกำลังสำคัญของภาครัฐ ในการช่วยประชาชนให้ผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกัน”
