เมื่อวันที่ 24 กันยายน ณ กระทรวงศึกษาธิการ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ หารือร่วมกับนายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนายสมเกียรติ ชอบผล รองอธิบดีกรมกิจการพิเศษ สำนักพระราชวัง เพื่อยกระดับโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน และส่งเสริมให้คนไทยบริโภคนมมากขึ้น โดยมุ่งเพิ่มทั้งปริมาณนมที่เด็กเข้าถึงและคุณภาพของนมที่ส่งถึงมือผู้เรียน
ที่ประชุมหารือแนวทางสำคัญ 6 ข้อ โดยเตรียมเสนอหน่วยงานและคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องพิจารณาต่อไป
- ขยายสิทธิให้เด็กทุกกลุ่มเข้าถึงนมโรงเรียน รวมถึงนักเรียนตามมาตรา 12 และนักเรียนในพื้นที่ห่างไกล พร้อมขยายระดับชั้นที่ได้รับนม โดย ครม. มีมติขยายถึงโรงเรียนขยายโอกาสระดับ ม.3 แล้ว มีกำหนดเริ่มในเดือนพฤศจิกายน 2569
- เพิ่มวันดื่มนมจาก 260 วันเป็น 365 วัน ให้เด็กได้รับนมต่อเนื่องตลอดปี รวมช่วงปิดภาคเรียน โดยเสนอรัฐบาลพิจารณาขยายกรอบงบประมาณจากเดิม 14,000 ล้านบาท เพื่อรองรับทั้งจำนวนวันที่เพิ่มขึ้นและการขยายสิทธิให้ครอบคลุมนักเรียนมากขึ้น หากยังใช้งบประมาณกรอบเดิม จะพิจารณาขยายการจัดสรรให้เด็กที่ยังไม่ได้รับนมโรงเรียน
- ปรับระบบจัดสรรโควตาให้เป็นธรรมและเน้นคุณภาพ เพื่อส่งเสริมมาตรฐานการผลิต และให้นักเรียนได้รับนมที่มีคุณภาพ โดยเตรียมเสนอแนวทางต่อคณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นม (Milk Board)
- ยกระดับการตรวจสอบคุณภาพนมโรงเรียน เสนอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์พิจารณาจัดตั้งหน่วยงานหรือกลไกตรวจสอบ เพื่อให้มั่นใจว่านมที่ส่งถึงนักเรียนสะอาดและได้มาตรฐาน
- สนับสนุนเกษตรกรรายย่อยผู้เลี้ยงโคนม ลดความเหลื่อมล้ำระหว่างผู้ผลิตรายย่อยกับรายใหญ่ กระจายโอกาสเข้าร่วมโครงการ และส่งเสริมให้มีน้ำนมคุณภาพเพียงพอต่อความต้องการ
- สร้างความรู้ด้านโภชนาการและส่งเสริมการดื่มนมจืด ขอความร่วมมือจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และกระทรวงสาธารณสุข ให้ความรู้แก่นักเรียนเกี่ยวกับประโยชน์ของนมจืดและการบริโภคที่เหมาะสม
ความร่วมมือครั้งนี้มุ่งให้เด็กไทยเข้าถึงนมโรงเรียนได้มากขึ้น ได้ดื่มนมที่มีคุณภาพ และวางรากฐานสู่การเพิ่มการบริโภคนมของคนไทยในระยะยาว โดยคำนึงถึงทั้งสุขภาพของผู้บริโภคและความเป็นธรรมต่อเกษตรกรผู้ผลิตน้ำนมไทย








