10 กันยายน 2569 – นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วย นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธานการประชุมความร่วมมือขับเคลื่อนนโยบายด้านการศึกษาระหว่างกระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ณ ห้องประชุม N402 สภาผู้แทนราษฎร

รมว.ศธ. เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุมได้ร่วมกันหารือความร่วมมือ 7 ประเด็น ได้แก่ การเชื่อมโยงระบบ Traffy Edu กับศูนย์ช่วยเหลือของ พม. เพื่อรับแจ้งเหตุความรุนแรง ตรวจสอบข้อเท็จจริง ส่งต่อทีมสหวิชาชีพ และเยียวยาเด็กและเยาวชน การแก้ไขข้อจำกัดด้านค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายทางการศึกษาสำหรับเด็กในสถานสงเคราะห์ การจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่นและศูนย์การศึกษาตามมาตรา 12 สำหรับเด็กเร่ร่อนและกลุ่มเปราะบาง รวมถึงการพัฒนาการศึกษาพิเศษและการเรียนรวมสำหรับผู้พิการ ทั้งด้านห้องเรียน ครู ล่าม สื่อ และอุปกรณ์ พร้อมเชื่อมโยงฐานข้อมูลผู้พิการระหว่างหน่วยงาน

นอกจากนี้ ยังครอบคลุมการพัฒนาศูนย์เด็กเล็กและการดูแลเด็กปฐมวัย การบูรณาการช่วยเหลือครอบครัวของเด็กที่หลุดออกจากระบบการศึกษา โดยแก้ไขปัญหาทั้งด้านการศึกษา สุขภาพ สังคม เศรษฐกิจ และสุขภาพจิต ตามแนวทาง Thailand Zero Dropout และการปรับปรุงที่อยู่อาศัยสำหรับคนพิการ ผู้สูงอายุ และผู้มีรายได้น้อย โดยใช้ศักยภาพนักศึกษาอาชีวศึกษาและศูนย์ Fix It Center 433 แห่งทั่วประเทศ เพื่อสร้างประสบการณ์จริงและรายได้ให้ผู้เรียนตามนโยบาย Learn to Earn

โดยทั้ง 2 กระทรวงจะจัดตั้งคณะทำงานร่วม กำหนดเจ้าภาพรายประเด็น และจัดทำฐานข้อมูลรายบุคคล เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลเด็กกลุ่มเปราะบางและผู้พิการให้เป็นระบบเดียวกัน พร้อมกำหนดแนวทางรับแจ้งเหตุ ส่งต่อ คุ้มครอง และเยียวยาผ่าน Traffy Edu รวมถึงเชื่อมโยงระบบ พม. Smart Care และ HERO OBEC Care เพื่อคัดกรองและส่งต่อเด็กที่มีปัญหาสุขภาพจิต ตลอดจนสนับสนุนอาชีพและความมั่นคงทางเศรษฐกิจแก่ครอบครัวผ่านศูนย์ฝึกอาชีพของ พม. และ สกร. พร้อมทบทวนกฎระเบียบและงบประมาณที่เป็นอุปสรรค

รมว.ศธ. กล่าวว่าเพิ่มเติมว่า ความร่วมมือดังกล่าวจะพัฒนาไปสู่การจัดทำ MOU ในปีงบประมาณ 2570 โดยหนึ่งใน Quick Win คือการจับคู่ความต้องการปรับปรุงที่อยู่อาศัยของผู้พิการ ผู้สูงอายุ และผู้มีรายได้น้อย กับศักยภาพนักศึกษาอาชีวศึกษาและศูนย์ Fix It Center ซึ่ง พม. มีโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยราคาที่เข้าถึงได้ประมาณ 10,000 ยูนิต โดยจะนำร่องความร่วมมือใน 4 ภูมิภาค

ด้านรมว.พม. กล่าวว่า ความร่วมมือดังกล่าวมี 3 Quick Win สำคัญ ได้แก่ 1) เชื่อมโยงศูนย์พิทักษ์สิทธิของ ศธ. กับศูนย์ช่วยเหลือของ พม. และระบบ Traffy Edu เพื่อให้การช่วยเหลือเด็กที่เผชิญความรุนแรงเป็นระบบและรวดเร็วยิ่งขึ้น 2) จัดทำ MOU ระหว่างอาชีวศึกษากับ พม. เพื่อให้นักศึกษาเข้าไปช่วยซ่อมแซมและปรับปรุงบ้านให้ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้มีรายได้น้อย ลดค่าใช้จ่ายและเพิ่มประสบการณ์วิชาชีพ และ 3) เชื่อมโยงฐานข้อมูลเพื่อสำรวจเด็กพิการที่ยังไม่มีบัตรประจำตัวคนพิการประมาณ 200,000–300,000 คน เพื่อให้ผู้ที่เข้าเกณฑ์ได้รับบัตรและเข้าถึงสิทธิสวัสดิการของ พม. ได้อย่างเต็มที่

รมว.ศธ. กล่าวทิ้งท้ายว่า ศธ. และ พม. จะร่วมกันปรับคำนิยามและฐานข้อมูลด้านคนพิการให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน เพื่อให้เด็กและเยาวชนได้รับสิทธิจากทั้งสองกระทรวงอย่างครบถ้วน พร้อมย้ำว่า ความร่วมมือครั้งนี้มุ่งดูแลเด็กทุกคนอย่างต่อเนื่อง ลดความเหลื่อมล้ำ ป้องกันเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษา และยกระดับการพัฒนาทุนมนุษย์ตามแนวทาง Thailand Zero Dropout โดยยึดหลัก “ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง”

ธรรมนารี ชดช้อย /ข่าว
ศุภณัฐ วัฒนมงคลลาภ /ภาพ