กระทรวงศึกษาธิการ – 9 กันยายน 2569 / นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการดำเนินการจัดการประชุมระดับโลกว่าด้วยการศึกษา ประจำปี 2570 (2027 Global Education Meeting : GEM)
พร้อมด้วยนายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รมช.ศธ. นายตติยภัทร์ ปิติเศรษฐพันธุ์ โฆษก ศธ. โดยมีนายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัด ศธ. นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการ กอศ. นายประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการ สกศ. นายวีระ แข็งกสิการ รองปลัด ศธ. ผู้บริหาร ศธ. ตลอดจนคณะกรรมการฯ ผู้ทรงคุณวุฒิ เข้าร่วม ณ ห้องประชุมราชวัลลภ อาคารราชวัลลภ และระบบออนไลน์
รมว.ศธ. กล่าวว่า กระทรวงศึกษาธิการเดินหน้าเตรียมความพร้อมประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับโลกว่าด้วยการศึกษา ประจำปี 2570 หรือ 2027 Global Education Meeting (2027 GEM) ระหว่างวันที่ 31 มีนาคม – 2 เมษายน 2570 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร ซึ่งถือเป็นครั้งสำคัญของประเทศไทย จึงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือและการบูรณาการการทำงานจากทุกภาคส่วน เพื่อให้การเตรียมความพร้อมและการจัดงานเป็นไปอย่างสมบูรณ์ ทั้งด้านวัน เวลา สถานที่ และการอำนวยความสะดวกแก่ผู้เข้าร่วมงาน โดยคาดว่าจะมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการและผู้แทนระดับสูงจากประเทศสมาชิกยูเนสโก 194 ประเทศ สมาชิกสมทบ 12 ประเทศ รวมทั้งผู้แทนองค์การระหว่างประเทศ นักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ และเยาวชน เข้าร่วม
กระทรวงศึกษาธิการให้ความสำคัญกับการเตรียมการจัดการประชุมในระดับสูง และได้เตรียมการกราบบังคมทูลเชิญ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมครั้งสำคัญดังกล่าว เพื่อเป็นสิริมงคลแก่การประชุม และสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการมีส่วนร่วมขับเคลื่อนวาระการศึกษาระดับโลก
การประชุม 2027 GEM จัดขึ้นภายใต้หัวข้อหลัก “From Evidence to Action: Building Resilient Education Systems for 2030 and Beyond” หรือ “จากหลักฐานสู่การลงมือปฏิบัติ: การสร้างระบบการศึกษาที่เข้มแข็งและยืดหยุ่นเพื่อปี 2030 และอนาคต” นับเป็นเวทีสำคัญของประชาคมโลกในการเร่งรัดการดำเนินงานเพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านการศึกษา หรือ SDG 4 ภายในปี 2573 รวมถึงเป็นจุดเริ่มต้นของการหารือเพื่อกำหนดทิศทาง วาระการศึกษาระดับโลกหลังปี 2573 (Post-2030 Education Agenda)
สาระสำคัญของการประชุมมุ่งเน้น 4 ประเด็น ได้แก่ การใช้ข้อมูลและหลักฐานเพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงาน (From Evidence to Action) การเร่งรัดการบรรลุ SDG 4 ภายในปี 2573 การสร้าง ระบบการศึกษาที่มีความยืดหยุ่นและพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง (Building Resilient Education Systems) และการร่วมกำหนด วาระการศึกษาระดับโลกหลังปี 2573 (Post-2030 Education Agenda)
สำหรับประเทศไทย การเป็นเจ้าภาพครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญในการนำเสนอประสบการณ์ นโยบาย และนวัตกรรมด้านการศึกษาต่อประชาคมโลก โดยเฉพาะการดำเนินงาน Thailand Zero Dropout ซึ่งนำข้อมูลระดับบุคคลมาใช้ในการค้นหา ติดตาม และช่วยเหลือเด็กและเยาวชนที่หลุดออกจากระบบการศึกษา เพื่อให้กลับเข้าสู่เส้นทางการเรียนรู้และการพัฒนาศักยภาพอย่างเหมาะสม พร้อมทั้งต่อยอดประสบการณ์สู่ความร่วมมือในระดับภูมิภาคภายใต้แนวคิด ASEAN Zero Dropout
นอกจากนี้ การประชุมจะเปิดพื้นที่ให้ประเทศสมาชิกและภาคส่วนต่าง ๆ ร่วมแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่ดีด้านการลดความเหลื่อมล้ำ ยกระดับคุณภาพการเรียนรู้ พัฒนาวิชาชีพครู ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต ตลอดจนรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี โดยเฉพาะการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลและการใช้ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการศึกษา ควบคู่กับการพัฒนาระบบการเงินเพื่อการศึกษาที่ยั่งยืน
ด้านการเตรียมความพร้อม กระทรวงศึกษาธิการได้เห็นชอบการแต่งตั้ง คณะอนุกรรมการดำเนินงาน 7 คณะ เพื่อบูรณาการการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ครอบคลุมทุกมิติ ประกอบด้วย ฝ่ายสารัตถะและนิทรรศการ ฝ่ายต้อนรับ พิธีการ และงานเลี้ยง ฝ่ายสถานที่และระบบการถ่ายทอดการประชุม ฝ่ายประชาสัมพันธ์ ฝ่ายเตรียมยานพาหนะ สาธารณสุข และรักษาความปลอดภัย ฝ่ายศึกษาดูงานและกิจกรรมพิเศษ และฝ่ายประสานงานกลาง
“การเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม 2027 GEM ถือเป็นโอกาสสำคัญของประเทศไทยในการแสดงศักยภาพและบทบาทด้านการศึกษาบนเวทีโลก จึงต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการเตรียมความพร้อมและขับเคลื่อนการจัดงานให้เกิดผลสำเร็จ โดยมุ่งนำข้อมูลมาสู่การลงมือปฏิบัติ เพื่อร่วมสร้างระบบการศึกษาที่มีคุณภาพ และร่วมกันขับเคลื่อนเป้าหมายการศึกษาของประเทศ”
อานนท์ วิชานนท์ / ข่าว
ภารุจ พูลอำไภย์ / ภาพ
ภาพเพิ่มเติม
