กระทรวงศึกษาธิการ – 27 สิงหาคม 2569 / นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการคุรุสภา ครั้งที่ 10/2569 โดยมีนายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัด ศธ. นายประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการ สกศ. นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการ กอศ. นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการ กพฐ. นายธนู ขวัญเดช เลขาธิการ ก.ค.ศ. นายมณฑล ภาคสุวรรณ์ เลขาธิการ กช. นางอมลวรรณ วีระธรรมโม เลขาธิการ คส. ผู้ทรงคุณวุฒิ ตลอดจนคณะกรรมการฯ เข้าร่วม ณ ห้องประชุมราชวัลลภ อาคารราชวัลลภ และผ่านระบบออนไลน์
รมว.ศธ. เปิดเผยว่า ความคืบหน้ากระบวนการสรรหาเลขาธิการคุรุสภาคนใหม่นั้น กระทรวงศึกษาธิการกำหนดให้มีการประชุมคณะกรรมการคุรุสภานัดพิเศษในวันพุธที่ 2 กันยายน 2569 เพื่อพิจารณาคุณสมบัติ หลักเกณฑ์และวิธีการสรรหา รวมถึงการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการสรรหา เพื่อให้กระบวนการดำเนินไปอย่างเป็นระบบ โปร่งใส และเป็นไปตามกฎหมายและข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง
ทั้งนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการคุรุสภายังมีมติเห็นชอบการรับรองปริญญาและประกาศนียบัตรทางการศึกษาตามมาตรฐานวิชาชีพ 19 แห่ง รวม 37 หลักสูตร รวมทั้งรับรองผลการประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครูและการปฏิบัติตามมาตรฐานวิชาชีพครู จำนวน 1,509 คน และเห็นชอบการรับรองคุณวุฒิของผู้สำเร็จการศึกษาจากต่างประเทศ จำนวน 102 ราย เพื่อใช้ประกอบการขึ้นทะเบียนรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพต่อไป
สำหรับมาตรการด้านการดูแลความปลอดภัยและการป้องกันความรุนแรงในสถานศึกษา กระทรวงศึกษาธิการให้ความสำคัญกับการสร้างสถานศึกษาให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับนักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา โดยได้ดำเนินการจัดตั้งศูนย์พิทักษ์ความปลอดภัยในสถานศึกษาสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมพัฒนาระบบ “Traffy Fondue for Education (Traffy EDU)” ซึ่งมี QR Code สำหรับให้ผู้เรียน ครู ผู้ปกครอง และประชาชนสามารถแจ้งเหตุหรือแจ้งปัญหาด้านความปลอดภัยได้โดยตรงตลอด 24 ชั่วโมง
ระบบ Traffy EDU จะช่วยให้ข้อมูลการแจ้งเหตุถูกส่งต่อไปยังหน่วยงานหรือเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบ เพื่อเร่งตรวจสอบ ประสานงาน และเข้าให้ความช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็ว โดยมุ่งให้การแก้ไขปัญหาเกิดขึ้นตั้งแต่ต้นเหตุ ลดความเสี่ยงที่จะเกิดเหตุรุนแรง และสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักเรียน ผู้ปกครอง และบุคลากรในสถานศึกษา ทั้งนี้ เป้าหมายสำคัญคือ “โรงเรียนต้องเป็นพื้นที่ปลอดภัย ไม่ใช่พื้นที่แห่งความหวาดระแวง”
กรณีการเผยแพร่ข่าวปลอมและข้อความที่สร้างความตื่นตระหนกผ่านสื่อสังคมออนไลน์ในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้บางสถานศึกษาต้องประกาศปิดการเรียนการสอนชั่วคราวว่า กระทรวงศึกษาธิการได้ประสานความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานด้านความมั่นคง เพื่อเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและติดตามต้นตอของการเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าวอย่างใกล้ชิด โดยจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ามีบุคคลภายนอกเข้ามาเกี่ยวข้องกับการเผยแพร่ข้อความที่สร้างความสับสนและความตื่นตระหนก
กระทรวงศึกษาธิการจึงขอความร่วมมือประชาชนและผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ อย่าหลงเชื่อ ไม่โพสต์ ไม่ส่งต่อ และไม่แชร์ข้อมูลที่ยังไม่ได้รับการตรวจสอบ โดยเฉพาะข้อความที่อาจสร้างความตื่นตระหนกหรือกระทบต่อความปลอดภัยของนักเรียนและสถานศึกษา เนื่องจากการเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จสามารถสร้างผลกระทบในวงกว้าง และทำให้การจัดการเรียนการสอนต้องหยุดชะงักโดยไม่จำเป็น
หากตรวจสอบพบว่ามีการเผยแพร่ข้อมูลเท็จหรือข้อความที่มีลักษณะสร้างความตื่นตระหนกและก่อให้เกิดความเสียหาย กระทรวงศึกษาธิการจะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย และจะดำเนินคดีตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ฯ กับผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างถึงที่สุด
“ขอให้ทุกฝ่ายช่วยกันทำให้โรงเรียนเป็นพื้นที่ปลอดภัยและสร้างสรรค์ ไม่ใช่พื้นที่ที่ทุกคนต้องคอยหวาดระแวงภัยอยู่ตลอดเวลา เพราะแม้การปิดเรียนเพียง 1 วัน ก็ส่งผลกระทบต่อการเรียนรู้ของนักเรียน การทำงานของครูและบุคลากร รวมถึงผู้ปกครองและประชาชนในวงกว้าง กระทรวงศึกษาธิการจะเร่งดำเนินมาตรการทั้งด้านการป้องกัน การแจ้งเหตุ และการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อสร้างความมั่นใจว่าโรงเรียนทุกแห่งจะเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน”
อานนท์ วิชานนท์ / ข่าว
ภารุจ พูลอำไภย์ / ภาพ
ภาพเพิ่มเติม https://www.facebook.com/share/p/1EWwzuixd4/
