สิงคโปร์ – 22 กรกฎาคม 2569 / นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้หารือทวิภาคีกับ ศาสตราจารย์ ดร. อับดุล มุตี (Prof. Dr. H. Abdul Mu’ti) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการศึกษาระดับประถมและมัธยมแห่งสาธารณรัฐอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นการประชุมคู่ขนานในห้วงการประชุมรัฐมนตรีด้านการศึกษาอาเซียน ครั้งที่ 14 ณ โรงแรมแชงกรี-ลา สาธารณรัฐสิงคโปร์
โดยมีปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ที่ปรึกษาพิเศษด้านความร่วมมือกับต่างประเทศ ของสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ คณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการและผู้แทนสำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ สป. เข้าร่วม เพื่อหารือแนวทางยกระดับความร่วมมือด้านการศึกษาระหว่างไทยและอินโดนีเซีย ซึ่งในปีนี้ครบรอบ 76 ปีแห่งความสัมพันธ์ทางการทูตของทั้งสองประเทศ พร้อมยืนยันเจตนารมณ์ร่วมกันในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และยกระดับคุณภาพการศึกษาเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของโลกในอนาคต
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า ประเทศไทยให้ความสำคัญกับการปฏิรูปการศึกษาภายใต้นโยบาย “All for Education” โดยมุ่งยกระดับคุณภาพการศึกษา ลดความเหลื่อมล้ำ ส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) พัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะและการเรียนรู้แบบ Active Learning รวมถึงผลักดันการเรียนรู้ตลอดชีวิตผ่านระบบธนาคารหน่วยกิตและไมโครเครดิต ซึ่งมีแนวทางสอดคล้องกับการพัฒนาการศึกษาของอินโดนีเซีย และเป็นพื้นฐานสำคัญในการต่อยอดความร่วมมือระหว่างกัน
ฝ่ายไทยได้เสนอความร่วมมือด้าน AI Education เพื่อร่วมกันพัฒนาศักยภาพครู และผู้เรียนผ่านการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศด้านการใช้ AI ในการจัดการเรียนรู้ การส่งเสริมการใช้ AI อย่างมีจริยธรรม (AI Ethics) และความปลอดภัยทางไซเบอร์ ตลอดจนการพัฒนาทักษะแห่งอนาคต เช่น STEM การวิเคราะห์ข้อมูล และการเขียนโปรแกรม และการสร้างความร่วมมือระหว่างสถานศึกษากับภาคอุตสาหกรรม นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังเห็นพ้องในการส่งเสริมการพัฒนาวิชาชีพครู ผ่านการแลกเปลี่ยนครูและการสร้างเครือข่ายระหว่างสถาบันผลิตครูของทั้งสองประเทศ เพื่อบูรณาการเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI ในการเรียนการสอนอย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งสองฝ่ายยังได้หารือถึงการส่งเสริมการเรียนการสอนภาษาไทยและภาษาอินโดนีเซีย ผ่านการแลกเปลี่ยน ครู อาจารย์ และสื่อการเรียนการสอน เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจด้านภาษาแ ละวัฒนธรรม ตลอดจนการขยายโอกาสด้านทุนการศึกษาและโครงการแลกเปลี่ยนเยาวชน โดยให้ความสำคัญกับนักเรียนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย ซึ่งมีความใกล้ชิดทางภูมิศาสตร์และวัฒนธรรมกับอินโดนีเซีย อันจะช่วยส่งเสริมความสัมพันธ์ระดับประชาชนและสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างเยาวชนของทั้งสองประเทศ
รัฐมนตรีว่าการฯ อินโดนีเซีย ได้เสนอแนวทางขยายความร่วมมือด้านการพัฒนาวิชาชีพครู การส่งเสริมอาชีวศึกษาและการฝึกอบรมวิชาชีพ (TVET) เพื่อรองรับเศรษฐกิจสีเขียว อาหาร กีฬา รวมถึงการประชาสัมพันธ์ ทุนการศึกษา Darmasiswa และหลักสูตรภาษาอินโดนีเซียสำหรับชาวต่างชาติ (BIPA) ซึ่งฝ่ายไทยแสดงความพร้อมในการสนับสนุนและต่อยอดความร่วมมือในทุกมิติ ผ่านการแลกเปลี่ยนครูและนักศึกษา การพัฒนาหลักสูตรร่วม การแบ่งปันแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ และการส่งเสริมให้นักเรียน นักศึกษาไทยเข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนและทุนการศึกษาของอินโดนีเซียมากยิ่งขึ้น
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวในตอนท้ายว่า ไทยและอินโดนีเซียเป็นหุ้นส่วนสำคัญด้านการศึกษาในภูมิภาคอาเซียน และเชื่อมั่นว่าการหารือครั้งนี้จะนำไปสู่ความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งเน้นย้ำความพร้อมในการลงนามบันทึกความเข้าใจระหว่างทั้งสองฝ่ายในอนาคตอันใกล้ ซึ่งจะเป็นกรอบความร่วมมือสำคัญในการยกระดับคุณภาพการศึกษา การพัฒนาทักษะแห่งอนาคต และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการ เพื่อเตรียมเยาวชนของทั้งสองประเทศให้พร้อมรับความท้าทายในศตวรรษที่ 21 และร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาการศึกษาอย่างยั่งยืน
สำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ สป. / ข่าว
สมประสงค์ ชาหารเวียง / ภาพ
ภาพเพิ่มเติม https://www.facebook.com/share/p/19Dn9ig5qu/
