เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 / นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมคณะ เดินทางเยี่ยมชม Station F กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส ซึ่งเป็นแคมปัสสตาร์ทอัพที่ใหญ่ที่สุดในโลก เพื่อศึกษาแนวทางการสร้างระบบนิเวศด้านนวัตกรรมและการส่งเสริมผู้ประกอบการรุ่นใหม่ อันเป็นต้นแบบสำคัญของการพัฒนากำลังคนในยุคเศรษฐกิจฐานนวัตกรรมและดิจิทัล

ในการเยี่ยมชมครั้งนี้ คณะได้รับฟังการบรรยายเกี่ยวกับรูปแบบการดำเนินงานของ Station F ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 2017 จากการปรับปรุงอาคารประวัติศาสตร์ Halle Freyssinet ให้เป็นศูนย์กลางด้านผู้ประกอบการ เทคโนโลยี และนวัตกรรมระดับโลก ปัจจุบันรองรับสตาร์ทอัพมากกว่า 1,000 บริษัท และผู้ประกอบการกว่า 9,000 คนจากทั่วโลก โดยเชื่อมโยงผู้ประกอบการ นักลงทุน บริษัทเทคโนโลยี สถาบันการศึกษา และองค์กรพันธมิตรไว้ในระบบนิเวศเดียวกัน เพื่อสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรม การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และการเติบโตของธุรกิจสตาร์ทอัพอย่างครบวงจร

คณะยังได้เยี่ยมชมพื้นที่สำคัญของ Station F ซึ่งประกอบด้วย SHARE Zone สำหรับการสร้างเครือข่ายและความร่วมมือ CREATE Zone สำหรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์และธุรกิจของสตาร์ทอัพ และ CHILL Zone ซึ่งเป็นพื้นที่สำหรับการพักผ่อน การแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และการสร้างชุมชนผู้ประกอบการ พร้อมรับฟังแนวทางการสนับสนุนผู้ประกอบการตั้งแต่ระยะเริ่มต้น การเชื่อมโยงกับภาคธุรกิจและนักลงทุน ตลอดจนการพัฒนาทักษะที่จำเป็นสำหรับการประกอบธุรกิจในยุคดิจิทัล

รมว.ศธ. กล่าวว่า การศึกษาดูงานในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า การสร้างนวัตกรรมไม่ได้อาศัยเพียงเทคโนโลยีเท่านั้น แต่ต้องอาศัยระบบนิเวศที่เอื้อต่อการเรียนรู้ การทดลอง การทำงานร่วมกัน และการเชื่อมโยงระหว่างภาคการศึกษา ภาคธุรกิจ และภาคอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นแนวคิดที่กระทรวงศึกษาธิการให้ความสำคัญในการพัฒนาผู้เรียนให้มีทักษะการคิดสร้างสรรค์ การแก้ปัญหา การเป็นผู้ประกอบการ และการสร้างนวัตกรรม เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลก

ทั้งสองฝ่ายยังได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการส่งเสริมการเป็นผู้ประกอบการในสถานศึกษา การพัฒนาหลักสูตรด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี การสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษากับภาคเอกชน ตลอดจนการสนับสนุนให้เยาวชนสามารถพัฒนาผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ได้อย่างเป็นรูปธรรม

รมว.ศธ. ยังกล่าวย้ำว่า กระทรวงศึกษาธิการมุ่งพัฒนาระบบการศึกษาให้สามารถสร้างกำลังคนที่มีทั้งความรู้ ทักษะ และความคิดสร้างสรรค์ พร้อมก้าวสู่การเป็นผู้ประกอบการนวัตกรรมในอนาคต โดยองค์ความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับจาก Station F จะเป็นประโยชน์ต่อการยกระดับการจัดการศึกษา การส่งเสริมการสร้างสตาร์ทอัพในสถานศึกษา และการพัฒนาระบบนิเวศด้านนวัตกรรมของประเทศไทย เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว

และในช่วงบ่ายวันเดียวกัน 14.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (นายประเสริฐ จันทรรวงทอง) หัวหน้าผู้แทนไทย พร้อมด้วยเลขาธิการสภาการศึกษา (รองศาสตราจารย์ ดร ประวิต เอราวรรณ์) ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (นายสุเทพ แก่งสันเทียะ) เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี) เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (นายยศพล เวณุโกเศศ) และเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปารีส (นายนิกรเดช พลางกูร) เข้าเยี่ยมเยือนและหารือความร่วมมือด้านการศึกษาระหว่างไทยและโออีซีดี ตลอดจนเดินหน้าเพื่อขับเคลื่อนการเข้าสู่การเป็นสมาชิกโอเอซีดีอย่างเต็มกำลัง กับ Mr. Frantisek Ruzicka รองเลขาธิการ OECD พร้อมด้วยผู้แทนและเจ้าหน้าที่ของ OECD

โดยการเยือนครั้งนี้สืบเนื่องจากคำเชิญของ Mr. Andreas Schleicher ผู้อำนวยการ Directorate for Education and Skills ที่ได้เชิญคณะผู้บริหารระดับสูงของไทยเข้าเยี่ยม OECD ในโอกาสที่คณะผู้แทนเดินทางมาร่วมการประชุม UNESCO Transforming Education Summit+4 ณ กรุงปารีส

โอกาสนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้กล่าวถึงความสัมพันธ์อันยาวนานระหว่างไทยกับ OECD โดยสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ได้เริ่มความร่วมมืออย่างเป็นทางการกับ OECD ตั้งแต่ปี 2561 ผ่านการเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการนโยบายการศึกษา (EDPC) ทั้งในรูปแบบออนไลน์และการประชุมด้วยตนเอง รวมถึงการจัดทำ Country Programme ระยะที่ 1 และ 2 (CP1, CP2) และยังคงมีบทบาทอย่างต่อเนื่องในคณะกรรมการ EDPC โครงการและความร่วมมืออื่น ๆ ของ OECD จนถึงปัจจุบัน ทั้งยังกล่าวถึงกระบวนการเข้าเป็นสมาชิก OECD ของประเทศไทย ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการทบทวนทางเทคนิค (Technical Review) และใกล้จะสมบูรณ์แล้ว

ในการหารือ ทั้งสองฝ่ายได้ร่วมกันทบทวนความคืบหน้าและกรอบเวลาของกระบวนการทบทวนทางเทคนิคด้านการศึกษาและทักษะ (Technical Review) พร้อมหารือแผนการเยือนประเทศไทยของคณะผู้แทน ระดับสูงจาก OECD ในอนาคต ตลอดจนรับทราบกำหนดการเผยแพร่รายงานสำคัญของ OECD ในปี 2569 ได้แก่ Education at a Glance และผลการประเมิน PISA นอกจากนี้ ยังหารือถึงความร่วมมือด้านการศึกษาระหว่างไทยกับ OECD ในระยะต่อไป ซึ่งรวมถึงการเข้าร่วมโครงการ Teaching and Learning International Survey (TALIS) และการสำรวจทักษะทางสังคมและอารมณ์ (SSES) ซึ่ง OECD ได้กล่าวขอบคุณประเทศไทยในความร่วมมือต่าง ๆ และยินดีสนับสนุนการดำเนินงานเข้าเป็นสมาชิก OECD ของประเทศไทย

ในช่วงท้ายของการหารือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้เน้นย้ำเจตนารมย์ของประเทศไทยในการเข้าร่วมเป็นสมาชิก OECD รวมถึงความร่วมมืออื่น ๆ กับ OECD และจะนำผลการหารือในครั้งนี้รายงานกับคณะรัฐมนตรีต่อไป

สำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ สป. / ข่าว
ธนภัทร จันทร์ห้างหว้า / ภาพ

ภาพเพิ่มเติม https://www.facebook.com/share/p/1L7BbBmGHd/