กระทรวงศึกษาธิการ – 15 มิถุนายน พ.ศ. 2569 / นายวรัท พฤกษาทวีกุล รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ทำหน้าที่เลขาธิการสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ เป็นประธานการประชุมคณะทำงานบูรณาการป้องกันพิทักษ์สิทธิและเสรีภาพของนักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา โดยมีคณะทำงาน และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมจันทรเกษม อาคารราชวัลลภ

คณะทำงานบูรณาการป้องกันพิทักษ์สิทธิและเสรีภาพของนักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา จัดตั้งขึ้นเพื่อทำหน้าที่วางกรอบนโยบาย วางมาตรการป้องกัน ให้ความรู้ และติดตามผล เพื่อให้แน่ใจว่าสิทธิและเสรีภาพของทุกคนในระบบการศึกษาภายใต้กระทรวงศึกษาธิการจะได้รับการปกป้องดูแลอย่างเหมาะสม โดยมี ผศ.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ เป็นที่ปรึกษาคณะทำงาน นายวรัท พฤกษาทวีกุล รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กำกับดูแลสำนักการลูกเสือ ยุวกาชาดและกิจการนักเรียน เป็นประธานคณะทำงาน นายปารมี ไวจงเจริญ ที่ปรึกษาของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์) เป็นคณะทำงาน และมีผู้อำนวยการศูนย์พิทักษ์สิทธิและเสรีภาพ ของหน่วยงานต่างๆ ในกับกับกระทรวงศึกษาธิการ ผู้แทนกรมกิจการเด็กและเยาวชน (พม.) ผู้แทนกรมสุขภาพจิต (สธ.) ผู้แทนกองกำกับการสวัสดิภาพเด็กและสตรี (สตช.) และผู้เกี่ยวข้องร่วมเป็นคณะทำงานบูรณาการป้องกันพิทักษ์สิทธิและเสรีภาพของนักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษานี้

รองปลัด ศธ. กล่าวว่า จากสถานการณ์ปัจจุบันที่เด็กและเยาวชนต้องเผชิญกับภัยคุกคามที่มีความซับซ้อน และเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว หรือ “ภัยเชิงซ้อน 10 มิติ” ที่สถานศึกษาต้องเร่งจัดการ ได้แก่ ความเสี่ยงด้านกายภาพ, ความเสี่ยงด้านความรุนแรง, ความเสี่ยงด้านการกลั่นแกล้ง, ความเสี่ยงด้านสุขภาพจิต, ความเสี่ยงด้านเพศ, ความเสี่ยงด้านสภาพแวดล้อมทางสังคม, ความเสี่ยงด้านดิจิทัล, ความเสี่ยงด้านภัยพิบัติ และความเสี่ยงด้านการหลุดออกจากระบบการศึกษา จากข้อมูลสถิติระบุว่ามีนักเรียนอายุ 13-15 ปี ถึง 1 ใน 3 ทั่วโลกที่ถูกกลั่นแกล้ง และ 1 ใน 5 ถูก Cyberbullying ในขณะที่การทำงานของหน่วยงานภาครัฐที่ผ่านมายังประสบปัญหาความซ้ำซ้อน ภารกิจกระจายอยู่หลายหน่วยงาน และระบบข้อมูลยังไม่เชื่อมโยงกัน

ทั้งนี้ที่ประชุมได้นำเสนอ ร่างโมเดล MOE SHIELD และ AOC Model เพื่อบูรณาการการทำงานให้เป็นระบบเดียว ซึ่งประกอบด้วย 6 กลไกสำคัญ คือ

  • S (Scan and Surveillance System): การสแกนและเฝ้าระวังความเสี่ยง
  • H (Harm Prevention System): การป้องกันอันตรายเชิงรุก
  • I (Intelligence and Incident Detection System): ระบบข่าวสารอัจฉริยะและการตรวจพบเหตุ
  • E (Emergency Response System): ระบบตอบสนองภาวะฉุกเฉิน
  • L (Legal Protection and Rights Protection System): ระบบคุ้มครองสิทธิและกระบวนการยุติธรรม
  • D (Data Analytics and Policy Development System): ระบบวิเคราะห์ข้อมูลและพัฒนานโยบาย

การทำงานนี้จะขับเคลื่อนผ่านกลไก “AOC MODEL” ที่ประกอบด้วย Advocacy (การสนับสนุน), Operations (การปฏิบัติการ) และ Connection (การเชื่อมโยงเครือข่าย) โดยมีศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัย (Operations Center) ที่พร้อมรับเรื่องและช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง 7 วัน รองปลัด วรัท กล่าว

นอกจากนี้ รองปลัด ศธ. ยังเผยว่า เตรียมดึง “พนักงานเจ้าหน้าที่ส่งเสริมความประพฤตินักเรียนและนักศึกษา หรือ พสน.” เป็นกำลังรบด่านหน้า หัวใจสำคัญของการปฏิบัติการในพื้นที่ คือการใช้กำลัง เจ้าหน้าที่ พสน. ที่มีอยู่ประมาณ 30,000 คนทั่วประเทศ ทำหน้าที่เป็น “กำลังปฏิบัติการภาคสนามของกระทรวงศึกษาธิการ” เจ้าหน้าที่ พสน. จึงเป็นด่านหน้าในการสแกนความเสี่ยง เฝ้าระวัง รับแจ้งเหตุ ลงพื้นที่ตอบสนองเหตุฉุกเฉิน และให้การช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ โดยกระทรวงศึกษาธิการ มีเป้าหมายในการยกระดับบทบาท พสน. สู่การเป็น “เจ้าหน้าที่คุ้มครองทางการศึกษา” เพื่อสร้างความปลอดภัยให้เด็กไทยในทุกพื้นที่

การบูรณาการความร่วมมือข้ามหน่วยงานในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของกระทรวงศึกษาธิการ ในการสร้างสภาพแวดล้อมทางการศึกษาที่ปลอดภัย ปราศจากการละเมิด และเคารพในสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐาน เพื่อเป็นรากฐานที่สำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและการศึกษาของเยาวชนไทย ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายทางการศึกษา ข้อที่ 4 ของ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ที่ว่า โรงเรียนต้องเป็นพื้นที่ปลอดภัย ปกป้องนักเรียนและบุคลากรจากการบูลลี่ ความรุนแรง รวมถึงการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานให้ได้มาตรฐาน โดยตั้งศูนย์พิทักษ์สิทธิและเสรีภาพ ยกระดับจากโมเดล AOC ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง

คณะทำงานรองปลัด ศธ. / ภาพ-ข่าว

ภาพเพิ่มเติม