ตราด – 25 พฤษภาคม 2569 / นายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ มอบหมายให้ นายสุรศักดิ์ อินศรีไกร รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานพร้อมบรรยายพิเศษ ในการประชุมเชิงปฏิบัติการการขับเคลื่อนการแก้ปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาให้กลายเป็นศูนย์ (Thailand Zero Dropout) ระดับจังหวัด ณ ห้องประชุมทรัพย์เจริญ อาคารเฉลิมพระเกียรติ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตราด
พร้อมร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือแก้ปัญหาฯ กับทุกหน่วยงานในพื้นที่ โดยมีนายพิริยะ ฉันทดิลก ผู้ว่าราชการจังวัดตราด นางกัลยาณี ศิวธรรมปัญญา ศึกษาธิการจังหวัดตราด นางอินทิรา บุญวาที ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตราด ผู้บริหาร ข้าราชการ ตลอดจนบุคลากรหน่วยงานทางการศึกษาในพื้นที่ให้การต้อนรับ
รองปลัด ศธ. กล่าวว่า การขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาให้กลายเป็นศูนย์ หรือ “Thailand Zero Dropout” ในพื้นที่จังหวัดตราดในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการร่วมกันขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของรัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการ ที่ให้ความสำคัญกับการสร้างโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียมและทั่วถึง เพื่อให้เด็กและเยาวชนที่หลุดออกจากระบบการศึกษากลายเป็น “ศูนย์”
รัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการสร้างโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียมและทั่วถึง เพราะเด็กและเยาวชนทุกคนคือทรัพยากรมนุษย์ที่สำคัญของประเทศ การปล่อยให้เด็กหลุดออกจากระบบการศึกษาจะส่งผลต่ออนาคตของเด็ก และยังส่งผลต่อการพัฒนาสังคมและประเทศในระยะยาว ส่วนหนึ่งของ “นโยบาย Thailand Zero Dropout เป็นภารกิจสำคัญที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานด้านการศึกษา หน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ชุมชน และครอบครัว ในการร่วมกันค้นหา ช่วยเหลือ ติดตาม และส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนทุกคนได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างเหมาะสม” ขอชื่นชมจังหวัดตราดที่แสดงให้เห็นถึงพลังความร่วมมือของทุกภาคส่วน ในการขับเคลื่อนงานด้านการศึกษา โดยเฉพาะบทบาทของผู้ว่าราชการจังหวัด องค์การบริหารส่วนจังหวัด และหน่วยงานทางการศึกษาที่ร่วมกันผลักดัน “การพัฒนาทุนมนุษย์” อย่างจริงจัง
ทั้งนี้ นโยบาย Thailand Zero Dropout ได้รับการยกระดับเป็น “วาระแห่งชาติ” ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2567 โดยมีเป้าหมายสำคัญในการแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนที่หลุดออกจากระบบการศึกษา ให้กลับเข้าสู่เส้นทางการเรียนรู้และการพัฒนาศักยภาพอย่างเหมาะสม เพื่อสร้าง “ทุนมนุษย์” ที่มีคุณภาพให้กับประเทศ สำหรับแนวทางการขับเคลื่อน ประกอบด้วย 4 มาตรการสำคัญ ได้แก่ 1. การค้นหาเด็กและเยาวชนนอกระบบ ผ่านการบูรณาการฐานข้อมูลร่วมกัน 2. การติดตามและช่วยเหลือรายบุคคล ตามสาเหตุและข้อจำกัดของเด็กแต่ละคน 3. การจัดการเรียนรู้แบบยืดหยุ่น เช่น Mobile School, Anywhere Anytime และระบบธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank) และ 4. การส่งเสริมทักษะอาชีพและการมีรายได้ ร่วมกับภาคเอกชนและภาคธุรกิจ
นอกจากนี้ ยังเน้นการใช้ระบบ Big Data หรือฐานข้อมูลกลางแห่งชาติ เพื่อให้ทุกหน่วยงานสามารถใช้ข้อมูลร่วมกันได้อย่างแม่นยำ ลดความซ้ำซ้อน และช่วยให้การช่วยเหลือเด็กเป็นไปอย่างตรงจุดและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ภายใต้แนวคิด “All for Education” การจัดการศึกษาจะต้องอาศัยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ทั้งกระทรวงมหาดไทย กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงแรงงาน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคประชาสังคม โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนระดับจังหวัด เพื่อบูรณาการทั้งงบประมาณและแผนการดำเนินงานให้เป็น “วาระจังหวัด” อย่างแท้จริง
สำหรับจังหวัดตราด ปัจจุบันมีเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาประมาณ 4,000 คน รวมถึงเด็กต่างชาติ ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สามารถบริหารจัดการและติดตามดูแลได้ หากทุกภาคส่วนร่วมกันทำงานเชิงรุกในระดับพื้นที่ ทั้งระดับตำบล หมู่บ้าน ผ่านกลไกกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน และเครือข่ายภาคประชาชน เพื่อเข้าถึงตัวเด็กและครอบครัวอย่างใกล้ชิด โดยตั้งเป้าหมายร่วมกันในการผลักดันให้ “เด็กนอกระบบเป็นศูนย์” ภายในปี 2570 การแก้ไขปัญหาเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษา จำเป็นต้องแก้ไขให้ตรงกับสาเหตุและความต้องการของเด็กแต่ละคน เนื่องจากเด็กแต่ละคนมีความต้องการไม่เหมือนกัน การช่วยเหลือจึงต้องเหมาะสม เพื่อให้เด็กสามารถกลับเข้าสู่ระบบการศึกษา
“การศึกษาไม่ใช่หน้าที่ของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง ไม่ใช่หน้าที่ของกระทรวงศึกษาธิการเพียงลำพัง แต่เป็นหน้าที่ของทุกคน เพราะการพัฒนาที่ดีที่สุด คือการพัฒนาคน การศึกษาจึงเป็นรากฐานสำคัญของการสร้างคน เพื่อให้คนสร้างชาติ”
การทำงานด้านการศึกษาในพื้นที่จะประสบความสำเร็จได้ ทุกหน่วยงานต้องร่วมมือกันอย่างเป็นหนึ่งเดียว ไม่แบ่งแยกบทบาทหรือเส้นแบ่งระหว่างหน่วยงาน เพราะหากต่างฝ่ายต่างทำ งานก็จะไม่เกิดพลังและไม่สามารถขับเคลื่อนได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ในพื้นที่ขอให้พวกเราเป็นหนึ่งเดียวกัน ภายใต้แนวคิด “MOE One Team กระทรวงศึกษาธิการหนึ่งเดียว” ร่วมกันทำงาน ช่วยกันแบ่งเบาภารกิจ และประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อร่วมกันพัฒนาการศึกษาของจังหวัดตราดให้เข้มแข็ง เดินหน้าไปในทิศทางเดียวกัน และสร้างโอกาสที่ดีที่สุดให้กับเด็กและเยาวชนทุกคน
อานนท์ วิชานนท์ / ข่าว-กราฟิก
ธนภัทร จันทร์ห้างหว้า / ภาพ
ภาพเพิ่มเติม
