(7 กรกฎาคม​ 2566)​ นายยศพล​ เวณุโกเศศ​ รองปลัดกระทรวง​ศึกษาธิการ และหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต (ศปท.) กระทรวงศึกษาธิการ เป็น​ประธานเปิดกิจกรรมการเสริมสร้างและพัฒนาจริยธรรมของบุคลากรสำนักอำนวยการ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ​ ณ ห้องประชุมศาสตราจารย์ หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล​ ชั้น 3 อาคารรัชมังคลาภิเษก

นายธัชกร​ วงศ์​เพ็ง​ ผู้อำนวยการสำนัก​อำนวยการ​ สป.ศธ.​ กล่าว​รายงาน​ว่า​ การดำเนินกิจกรรมในครั้งนี้ สืบเนื่องจากพระราชบัญญัติมาตรฐานทางจริยธรรม พ.ศ. 2562​ มาตรา 5 ได้บัญญัติให้เจ้าหน้าที่ของรัฐ นำหลักเกณฑ์การประพฤติปฏิบัติตนอย่างมีคุณธรรม รวมถึงสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.) ได้นำมาตรฐานดังกล่าว มากำหนดกรอบแนวทางการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (ITA) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566​ ตามเครื่องมือแบบวัดการเปิดเผยข้อมูลสาธารณะ (OIT) ตัวชี้วัดที่ 10 การป้องกันการทุจริต ตัวชี้วัดย่อยที่ 10.2 มาตรการส่งเสริมคุณธรรมและความโปร่งใส มาตรการเสริมสร้างมาตรฐานทางจริยธรรม ข้อ 4. การขับเคลื่อนจริยธรรม

ดังนั้น สำนักอำนวยการ สป.ศธ. จึงกำหนดจัดกิจกรรมในครั้งนี้ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อขับเคลื่อนและส่งเสริมมาตรฐานทางจริยธรรมแก่บุคลากรในหน่วยงาน ให้มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับมาตรฐานทางจริยธรรม สามารถประพฤติปฏิบัติตน และทำงานบนหลักคุณธรรมจริยธรรม มีความเป็นมืออาชีพ มีความเที่ยงธรรมในหน้าที่ ชื่อสัตย์สุจริต มีทัศนคติที่ดีในการให้บริการประชาชน ไม่เลือกปฏิบัติและปฏิบัติหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพ และมีกลุ่มเป้าหมายเป็นบุคลากรในสังกัดสำนักอำนวยการ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ จำนวน 200 คน

นายยศพล​ เวณุโกเศศ​ รองปลัด ศธ. กล่าว​ว่า​ พระราชบัญญัติมาตรฐานทางจริยธรรม พ.ศ. 2652 มาตรา 5 ได้บัญญัติว่า มาตรฐานทางจริยธรรม คือ หลักเกณฑ์การประพฤติปฏิบัติอย่างมีคุณธรรมจริยธรรมของเจ้าหน้าที่ของรัฐ​ ได้แก่

  1. การยึดมั่นในสถาบันหลักของประเทศ อันได้แก่ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข
  2. ซื่อสัตย์ สุจริตมีจิตสำนึกที่ดี และรับผิดชอบต่อหน้าที่
  3. กล้าตัดสินใจและกระทำในสิ่งที่ถูกต้องชอบธรรม
  4. คิดถึงประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตัว และมีจิตสาธารณะ
  5. มุ่งผลสัมฤทธิ์ของงาน
  6. ปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นธรรมและไม่เลือกปฏิบัติ
  7. ดำรงตนเป็นแบบอย่างที่ดีและรักษาภาพลักษณ์ของทางราชการ

ซึ่งองค์กรกลางบริหารงานบุคคลประเภทต่าง ๆ เช่น ก.พ. หรือ ก.ค.ศ. ฯลฯ ใช้เป็นหลักเกณฑ์การประพฤติปฏิบัติตนในการปฏิบัติงาน การตัดสินความถูกผิด การปฏิบัติที่ควรหรือไม่ควรกระทำของเจ้าหน้าที่ของรัฐ​ เป็นเครื่องมือสำคัญที่จะส่งเสริมให้เจ้าหน้าที่ของรัฐ มีการรักษาจริยธรรมและมีพฤติกรรมที่เหมาะสม เช่น มีความซื่อสัตย์สุจริต มีความรับผิดชอบ มุ่งมั่นตั้งใจปฏิบัติงานให้เกิดผลสำเร็จ​ คำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนมากกว่าประโยชน์ส่วนตัวและพวกพ้อง มีความเป็นธรรม เป็นต้น​ ซึ่งจะส่งผลให้ประชาชนได้รับการบริการที่สะดวก รวดเร็ว ไม่เลือกปฏิบัติ ทำให้การปฏิบัติราชการเกิดความโปร่งใส เป็นธรรม และไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน ซึ่งทำให้การให้บริการของภาครัฐมีประสิทธิภาพและจะส่งผลให้คุณภาพชีวิตของประชาชนดีขึ้น

“หวังว่ากิจกรรมในครั้งนี้​จะส่งเสริม​ให้บุคลากรของสำนักอำนวยการ สป.​ สามารถเพิ่มพูนความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับมาตรฐานทางจริยธรรม​ ประพฤติปฏิบัติตนและทำงานบนหลักคุณธรรมจริยธรรม มีความซื่อสัตย์สุจริต​ มีทัศนคติที่ดีในการให้บริการประชาชนโดยไม่เลือกปฏิบัติ และปฏิบัติหน้าที่ราชการได้อย่างมีประสิทธิภาพ​” นายยศพล​ กล่าว

การจัดกิจกรรมครั้งนี้ นายยศพล เวณุโกเศศ ได้เป็นวิทยากรบรรยายให้ความรู้ในเรื่อง การเสริมสร้างและพัฒนาจริยธรรมของบุคลากร และได้ร่วมรับฟังความคิดเห็น แลกเปลี่ยนความรู้ในกิจกรรมครั้งนี้ตลอด 3 ชั่วโมงเต็ม โดยมีนางสาวจิตฤดี ขวัญพุฒ รองหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต (ศปท.) กระทรวงศึกษาธิการ และคณะ ร่วมเป็นวิทยากรในกิจกรรมครั้งนี้

ปารัชญ์​ ไชย​เวช​ / สรุป
ณัฐ​พล​ สุกไทย / ถ่ายภาพ​