สพฐ.แจ้งแนวทางปฏิบัติจัดสรรอัตราข้าราชการครูที่เกษียณอายุราชการ เมื่อสิ้นปีงบประมาณ 2562

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) มีหนังสือแจ้งสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติการจัดสรรอัตราข้าราชการครูฯ ในสถานศึกษาที่เกษียณอายุราชการเมื่อสิิ้นปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 โดยให้ไปจัดสรรคืนให้แก่ทุนโครงการต่างๆ ก่อน เช่น โครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น แล้วรายงานสำนักงบประมาณภายใน 30 วัน ส่วนกรณีตัดโอนตำแหน่งข้ามเขตพื้นที่การศึกษา ต้องให้ ก.ค.ศ.อนุมัติก่อน

นอกจากนี้ มีหนังสือแจ้งสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด กรณีนักศึกษาทุนโครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ไม่สามารถบรรจุฯ ได้ทันในวันที่ 4 ต.ค.62 เพราะมีพิธีพระราชทานปริญญาบัตรในวันดังกล่าว ให้พิจารณาบรรจุแต่งตั้งตามความเหมาะสม

Upskill Reskill 47อาชีวะเกษตรอาหารกลางวันปลอดสารพิษ

ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เยี่ยมชมห้องปฏิบัติการแผนกอาหารและโภชนาการ ผลงานสถาบันและผลงานของนักศึกษา เมื่อเร็ว ๆ นี้ที่ วิทยาลัยอาชีวศึกษามหาสารคาม

รมช.ศึกษาธิการ ได้เน้นย้ำถึงการ Upskill Reskill (หรือการเสริมทักษะใหม่ : Upskilling และการพัฒนาทักษะที่มีอยู่ : Reskilling) ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญสำหรับคนทำงานในอนาคต โดยเน้นไปวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี 47 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งเป็นนโยบายที่สำคัญของกระทรวงศึกษาธิการเพื่อมุ่งเน้นให้อาชีวะเกษตร เป็นแหล่งผลิตอาหารกลางวันที่ปลอดสารพิษ และยังเป็นการสร้างงาน สร้างเงิน สร้างคุณภาพชีวิต ด้วยวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีเเละนวัตกรรม (STi) อีกด้วย

ขอบคุณภาพถ่าย: คณะทำงาน รมช.ศธ.

ศธ.ปลื้มปิติในหลวงโปรดเกล้าฯ พระราชทานผ้าไตรในโครงการบรรพชาสามเณรเฉลิมพระเกียรติฯ ณ วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานผ้าไตร จำนวน 1 ไตร ในโครงการบรรพชาสามเณรเฉลิมพระเกียรติ และถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จำนวน 68 รูป เมื่อวันอังคารที่ 1 ตุลาคม 2562 เวลา 13.00 น. ณ พระอุโบสถวัดบวรนิเวศราชวรวิหาร เขตพระนคร กรุงเทพฯ

ทั้งนี้ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มอบหมายนายไกรเสริม โตทับเที่ยง เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานฝ่ายฆราวาส โครงการบรรพชาสามเณรครั้งนี้ เพื่อให้นักเรียนได้แสดงความจงรักภักดี กตัญญูกตเวทิตา และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ อีกทั้งเพื่อให้นักเรียนได้ใช้เวลาในช่วงปิดภาคเรียน ศึกษาพระธรรมวินัย ปฏิบัติตามหลักธรรมคำสอนในพระพุทธศาสนา ส่งผลให้นักเรียนเกิดการพัฒนาจิตใจให้มีคุณธรรม ตลอดจนนำไปเป็นแนวทางปรับใช้ในการดำเนินชีวิตได้อย่างเหมาะสม

ในการนี้ ได้รับความเมตตาจากท่านเจ้าคุณพระเทพสังวรญาณ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศราชวรวิหาร ให้เกียรติเป็นประธานพิธีฝ่ายสงฆ์ และเป็นองค์อุปัชฌาย์ นับเป็นมงคลของชีวิตของนักเรียนอย่างยิ่ง

ภาพ/ข่าว : คณะทำงานเลขานุการ รมว.ศธ.

ผลการประชุม ก.ค.ศ.ครั้งที่ 9/2562

นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะประธานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) เปิดเผยผลการประชุม ก.ค.ศ. ครั้งที่ 9/2562 เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2562 ว่าที่ประชุมได้มีการพิจารณาเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่สำคัญ ดังนี้

เห็นชอบให้นำหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการบรรจุทายาทของข้าราชการพลเรือนสามัญที่เสียชีวิต ทุพลภาพ หรือพิการจนต้องออกจากราชการ อันเนื่องมาจากการปฏิบัติหน้าที่ราชการ หรือการปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดี เข้ารับราชการเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญ

ซึ่งเป็นหลักเกณฑ์ฯ ตามหนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร 1004/ ว14 ลงวันที่ 29 กันยายน 2559 มาบังคับใช้โดยอนุโลม เข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) และอนุมัติให้ผู้มีอำนาจตามมาตรา 53 แห่งพระราชบัญญัติข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547 และที่แก้ไขเพิ่มเติมเป็นผู้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการ เงื่อนไขที่กำหนดและให้ดำเนินการสั่งบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งได้โดยอนุมัติของ กศจ. หรือ อ.ก.ค.ศ. ที่ ก.ค.ศ. ตั้ง

เห็นชอบ (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการโอนข้าราชการและบุคลากรทางการศึกษา ผู้ดำรงตำแหน่งครู สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ มาบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งครู ในสังกัดส่วนราชการอื่น ในกระทรวงศึกษาธิการ

โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้้

  • สถานศึกษาที่จะรับโอน ต้องมีเหตุผลความจำเป็นที่จะรับโอน เพื่อประโยชน์ของทางราชการและพัฒนาคุณภาพการศึกษา
  • ต้องมีความเห็นของคณะกรรมการสถานศึกษาเพื่อประกอบการพิจารณาของ กศจ. หรือ อ.ก.ค.ศ. ที่ ก.ค.ศ. ตั้ง
  • ต้องไม่มีบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ หรือผู้ได้รับคัดเลือกรอการบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งครูผู้ช่วยในกลุ่มวิชา หรือทาง หรือสาขาวิชาเอก ที่จะรับโอน ของ กศจ. หรือ อ.ก.ค.ศ. ที่ ก.ค.ศ. ตั้ง
  • ต้องไม่มีผู้ยื่นคำร้องขอย้ายมาดำรงตำแหน่งครูในกลุ่มวิชา หรือทาง หรือสาขาวิชาเอก ในสถานศึกษาที่จะรับโอน
  • ต้องได้รับความยินยอมให้โอนจากผู้มีอำนาจตามมาตรา 53
  • ตำแหน่งที่จะรับโอน ต้องเป็นตำแหน่งครูที่ว่าง มีอัตราเงินเดือนและมิใช่เป็นตำแหน่งที่รอการเลิกหรือยุบ หรือตำแหน่งที่มีเงื่อนไขตามที่คณะกรรมการ คปร. กำหนด หรือตำแหน่งที่สงวนไว้
  • สถานศึกษาที่รับโอน ต้องไม่อยู่ในแผนยุบเลิกของส่วนราชการต้นสังกัด และมีจำนวนตำแหน่งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สายงานการสอน ไม่เกินเกณฑ์อัตรากำลังที่ ก.ค.ศ. กำหนด ณ วันที่ กศจ. หรือ อ.ก.ค.ศ. ที่ ก.ค.ศ. ตั้งแล้วแต่กรณีพิจารณา
  • กศจ. หรือ อ.ก.ค.ศ. ที่ ก.ค.ศ. ตั้ง แล้วแต่กรณี เป็นผู้พิจารณารับโอน โดยอาจพิจารณากำหนดองค์ประกอบในการคัดเลือกได้ตามความเหมาะสม
  • การได้รับเงินเดือน ให้ได้รับเงินเดือนหรือเงินวิทยฐานะเท่าเดิม
  • การรับโอนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่มีวิทยฐานะเชี่ยวชาญพิเศษ ให้ กศจ. หรือ อ.ก.ค.ศ. ที่ ก.ค.ศ. ตั้ง แล้วแต่กรณีเป็นผู้พิจารณาหากเห็นว่าสมควรที่จะรับโอนให้เสนอ ก.ค.ศ.พิจารณาต่อไป

อนุมัติจัดสรรคืนอัตราว่างจากผลการเกษียณอายุราชการของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา เมื่อสิ้นปีงบประมาณปี พ.ศ. 2562

โดยคืนอัตราว่างให้กับส่วนราชการต่าง ๆ รวมทั้งสิ้น 24,319 อัตรา ได้แก่

สพฐ. รวม  23,086  อัตรา
– ผอ.สถานศึกษา จำนวน 2,312 อัตรา
– รอง ผอ. สถานศึกษา จำนวน 335 อัตรา
– ครูผู้ช่วย จำนวน  20,439 อัตรา

สอศ. รวม 1,023 อัตรา
– ผอ.สถานศึกษา จำนวน 70  อัตรา
– รอง ผอ. สถานศึกษา จำนวน 81  อัตรา
– ครูผู้ช่วย จำนวน 872  อัตรา

สำนักงาน กศน. รวม 154 อัตรา
– ผอ.กศน.จังหวัด จำนวน 7  อัตรา
– รอง ผอ.กศน.จังหวัด จำนวน 5  อัตรา
– ผอ.สถานศึกษา จำนวน 69  อัตรา
– รอง ผอ. สถานศึกษา จำนวน 1  อัตรา
– ครูผู้ช่วย จำนวน 58  อัตรา
– ศึกษานิเทศก์ จำนวน 14 อัตรา

สป.ศธ. รวม  51 อัตรา
– ครูผู้ช่วย จำนวน   1 อัตรา
– ศึกษานิเทศก์ จำนวน   49 อัตรา
– เจ้าหน้าที่บริหารการศึกษา จำนวน 1 อัตรา

สช. รวม  5 อัตรา
– ผอ.สนง.เอกชนจังหวัด จำนวน  1 อัตรา
– รอง ผอ.สนง.เอกชนจังหวัด จำนวน 1 อัตรา
– ผอ.สนง.เอกชนอำเภอ จำนวน  3 อัตรา

อนึ่ง ในการอนุมัติจัดสรรคืนอัตราว่างของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ให้ส่วนราชการเกลี่ยอัตรากำลังที่ได้รับอนุมัติไปกำหนดตำแหน่งในหน่วยงานการศึกษา ตามหลักเกณฑ์ ดังนี้

  1. ให้กำหนดจำนวนและประเภทตำแหน่งตามเงื่อนไขที่ คปร.กำหนดโดยเคร่งครัด
  2. ตำแหน่งที่กำหนดต้องมีจำนวนและประเภทตำแหน่งตามที่ ก.ค.ศ. อนุมัติ
  3. ให้กำหนดตำแหน่งในหน่วยงานการศึกษาที่มีอัตรากำลังต้องไม่เกินกรอบอัตรากำลังหรือเกณฑ์มาตรฐานอัตรากำลังที่ ก.ค.ศ. กำหนด
  4. การใช้อัตราที่ได้รับจัดสรรคืนอัตราว่างจากการเกษียณอายุราชการเมื่อสิ้นปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 ให้ใช้อัตรากำลังได้ไม่ก่อนวันที่ 1 ตุลาคม 2562 และไม่ก่อนวันที่ ก.ค.ศ. มีมติอนุมัติ

ทั้งนี้ ให้ สพฐ. สอศ. และ กศน. สงวนอัตราตำแหน่งครูผู้ช่วยที่ได้รับการจัดสรรคืนจากผลการเกษียณอายุราชการ เมื่อสิ้นปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 จำนวน 5,253 อัตรา จำนวน 40 อัตรา และจำนวน 10 อัตรา ตามลำดับ เพื่อรองรับการบรรจุบุคคลตามโครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ตามมติคณะรัฐมนตรีและที่ประชุมกระทรวงศึกษาธิการ คือ จัดสรรอัตราตำแหน่งข้าราชการที่เกษียณอายุราชการไม่เกินร้อยละ 25 ของอัตราตำแหน่งข้าราชครูที่เกษียณอายุราชการในรอบ 10 ปี (ปี พ.ศ. 2559-2568) โดยให้เป็นไปตามข้อตกลงของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมกับส่วนราชการนั้น ๆ

ศรายุทธ  มาทัพ
หัวหน้ากลุ่มประชาสัมพันธ์และการเผยแพร่ สำนักงาน ก.ค.ศ. / สรุป
บัลลังก์ โรหิตเสถียร / รายงาน

รมว.ศธ.จี้ทุกหน่วยงานบริหารจัดการงบปี’63 เน้นการทำงานด้วย‘ทีมกระทรวงศึกษาธิการ’

(2 ตุลาคม 62 ) นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมหัวหน้าส่วนราชการ กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ครั้งที่ 1/2562 ที่ห้องราชวัลลภ โดยคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช และนางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ รวมทั้งผู้บริหารฝ่ายการเมือง และผู้บริหารส่วนราชการทุกสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ เข้าร่วมประชุม

รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า การประชุมครั้งนี้เป็นการติดตามงานและข้อมูลเรื่องสำคัญที่ได้ดำเนินการในช่วงระยะเวลา 2 เดือนที่ผ่านมา รวมถึงวางแผนการทำงานในอนาคต เนื่องจากขณะนี้ ศธ.มีผู้บริหารสูงสุดครบทุกหน่วยงานแล้ว จึงมาหารือกันถึงแนวทางการทำงานให้มีความเข้าใจตรงกันชัดเจนระหว่าง รมว.ศึกษาธิการ, รมช.ศึกษาธิการทั้ง 2 ท่าน กับผู้บริหาร ศธ.

กำชับการใช้จ่าย “รัดเข็มขัดงบประมาณ ศธ.”

ทั้งนี้ ได้กำชับเรื่องการใช้จ่ายงบประมาณ โดยขอความร่วมมือให้ทุกหน่วยงานในกระทรวงศึกษาธิการ “รัดเข็มขัดงบประมาณ ศธ.” ใน 4 เรื่องที่สำคัญ “งด-ลด-ยกเลิก-ทบทวน” ดังนี้

งด การศึกษาดูงานต่างประเทศ 1 ปี
ลด การจัดประชุมสัมมนาที่ใหญ่โต เพราะสามารถทดแทนได้ด้วยเทคโนโลยี
ยกเลิก การจัดงานที่มีค่าใช้จ่ายสูง หรืองานลักษณะอีเว้นท์ (Event)
ทบทวน งบประมาณที่ซ้ำซ้อน โดยเน้นการลงทุนด้านเทคโนโลยี นำระบบเทคโนโลยีของทุกหน่วยงานเข้ามาอยู่ส่วนกลางเพื่อง่ายต่อการบริหารจัดการข้อมูลไม่ให้เกิดความทับซ้อนกัน ทำให้ข้อมูลมีความเป็นเอกภาพ

ชูนโยบายการทำงาน “ทีมกระทรวงศึกษาธิการ”

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวด้วยว่า ต้องการผลักดันการทำงานให้เป็นทีมเดียวกัน เลิกแบ่งเป็นแท่ง ลดพิธีรีตองต่าง ๆ ให้มีความเรียบง่าย โดยขอให้การทำงานเป็นหนึ่งทีม หนึ่งเดียวกัน คือ “ทีมกระทรวงศึกษาธิการ”

นอกจากนี้ ได้มอบให้ไปพิจารณา “การควบรวม” การทำงานที่อาจมีความทับซ้อนในแต่ละแท่ง ให้ทำงานด้วยมีความเอกภาพ เชื่อมงานกัน หรือสามารถใช้บุคลากรที่น้อยลงกว่านี้ได้ เช่น งานฝ่ายต่างประเทศ ประชาสัมพันธ์ เทคโนโลยี กฎหมาย เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งไม่กระทบต่ออัตรากำลังเดิม หรือสิทธิ์ที่มีอยู่ โดยมอบปลัด ศธ.ดำเนินการในส่วนกลางเป็นลำดับแรก และภูมิภาคตามลำดับ

ให้ความสำคัญการบริหารจัดการข้อมูล 1 เดือนต้องเสร็จ

การบริหารจัดการข้อมูล เป็นเรื่องที่สำคัญมาก ทุกหน่วยงานใน ศธ.ต้องร่วมบูรณาการทำงานให้เสร็จสิ้นภายใน 1 เดือน* ใน 5 เรื่องที่สำคัญ คือ

  • โรงเรียน*
  • พิกัดโรงเรียน
  • ผู้ปกครอง
  • จำนวนนักเรียนแยกรายชั้นเรียน
  • จำนวนครูวิชาหลัก/วิชาถนัด/กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน

วางเป้าสื่อสารกับครู-นักเรียน ลดความเหลื่อมล้ำด้วย Digital Technology

ศธ.ต้องการให้มีโครงสร้างพื้นฐานที่จะเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตทุกโรงเรียนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่ใช่เฉพาะห้องคอมพิวเตอร์หรือห้องใดห้องเดียวเท่านั้น โดยขอให้พิจารณาดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในเดือนพฤษภาคม 2563 หรือก่อนเปิดภาคเรียน นอกจากนี้ ควรวางระบบให้ครูสามารถใช้ปริมาณข้อมูลการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่มากพอจะสื่อสารได้ตลอดเวลา

สิ่งที่เน้นไปยังนักเรียนและครูทั่วประเทศดังกล่าว จะช่วยให้ ศธ.สามารถสื่อสารร่วมกันได้ อันจะส่งผลให้ผู้บริหาร ครู นักเรียน เข้าถึงแหล่งข้อมูลการศึกษาจาก ศธ.ได้โดยตรง ซึ่งจะช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางด้านการศึกษาได้อีกทางหนึ่งด้วย

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวด้วยว่า การประชุมครั้งนี้เป็นการแจ้งให้ทุกส่วนราชการใน ศธ. รับทราบถึงแนวทางการทำงานในปีงบประมาณ พ.ศ.2563 ซึ่งจะเน้นการบริหารงบประมาณภายในของ ศธ.ให้มีประสิทธิภาพ สร้างความมั่นใจให้ภาครัฐ ภาคเอกชน รวมถึงนานาชาติ ที่ต้องการเข้ามาสนับสนุน ให้ได้เห็นความตั้งใจของเรา หาก ศธ.สามารถบูรณาการงบประมาณในกระทรวงได้ ความมั่นใจในการร่วมมือกันก็จะเพิ่มมากขึ้น

ทั้งนี้ ได้กำหนดให้มีการประชุมหัวหน้าส่วนราชการ ศธ. ในภาคเช้าทุกวันพุธแรกของเดือน เพื่อติดตามการปฏิบัติงานของทุกหน่วยงานให้เกิดความต่อเนื่อง เป็นการทำงานเชิงบูรณาการตามนโยบายรัฐบาล โดยเราทุกคนจะเป็นเฟืองที่มีขนาดใกล้เคียงกัน และเป็นเฟืองที่หมุนไปด้วยกัน.

อิชยา กัปปา, ปารัชญ์ ไชยเวช / สรุป
กิตติกร แซ่หมู่, ธนภัทร จันทร์ห้างหว้า (Video) / ถ่ายภาพ
บัลลังก์ โรหิตเสถียร / เรียบเรียง

ก.ค.ศ.อนุมัติจัดสรรคืนอัตราเกษียณฯ 24,319 อัตรา พร้อมบรรจุครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น

(2 ตุลาคม 2562) นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 9/2562 ว่าที่ประชุมมีมติอนุมัติจัดสรรคืนอัตราว่างจากผลการเกษียณอายุราชการของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา เมื่อสิ้นปีงบประมาณ พ.ศ.2562 ให้กับส่วนราชการต่าง ๆ จำนวน 24,319 อัตรา ดังนี้

  • สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 23,086 อัตรา
  • สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา 1,023 อัตรา
  • สำนักงาน กศน. 154 อัตรา
  • สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ 51 อัตรา
  • สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน 5 อัตรา

โดยให้ส่วนราชการเกลี่ยอัตรากำลังที่ได้รับอนุมัติไปกำหนดตำแหน่งในหน่วยงานการศึกษาตามหลักเกณฑ์ ดังนี้

  • ให้กำหนดจำนวนและประเภทตำแหน่งตามเงื่อนไขที่ คปร.กำหนด
  • ตำแหน่งที่กำหนดจะต้องมีจำนวนและประเภทตำแหน่งตามที่ ก.ค.ศ.อนุมัติ
  • ให้กำหนดตำแหน่งในหน่วยงานการศึกษาที่มีอัตรากำลังไม่เกินกรอบอัตรากำลัง หรือเกณฑ์มาตรฐานอัตรากำลังที่ ก.ค.ศ.กำหนด
  • ในการใช้อัตรากำลังที่ได้รับคืนจากผลเกษียณอายุราชการ ให้ใช้อัตรากำลังได้ไม่ก่อนวันที่ 1 ต.ค.2562 และไม่ก่อนวันที่ ก.ค.ศ.มีมติอนุมัติ

ทั้งนี้ ให้หน่วยงานสงวนอัตราตำแหน่ง “ครูผู้ช่วย” ที่ได้รับการจัดสรรคืนจากผลการเกษียณอายุราชการ เมื่อสิ้นปีงบประมาณ พ.ศ.2562 เพื่อรองรับการบรรจุบุคคลตามโครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น คือ สพฐ. 5,253 อัตรา สอศ. 40 อัตรา และสำนักงาน กศน. 10 อัตรา แต่บรรจุและแต่งตั้งได้ทั้งหมด 2,681 คน เนื่องจากส่วนที่เหลือไม่ผ่านเกณฑ์การคัดเลือกตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด จึงไม่ได้รับการบรรจุแต่งตั้ง และจะแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการบรรจุแต่งตั้งในวันที่ 4 ต.ค.นี้

ศรายุทธ มาทัพ, บัลลังก์ โรหิตเสถียร / สรุป
กิตติกร แซ่หมู่ / ถ่ายภาพ

ครม.เห็นชอบมาตรการภาษีช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากพายุโซนร้อนโพดุล-คาจิกิ

(1 ตุลาคม 2562) คณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบมาตรการลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับค่าซ่อมแซมอสังหาริมทรัพย์ และมาตรการลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับค่าซ่อมแซมรถ และเห็นชอบหลักการของร่างกฎกระทรวงฯ ฉบับที่ .. (พ.ศ. ….) ออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร จำนวน 1 ฉบับ (มาตรการลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับค่าซ่อมแซมอสังหาริมทรัพย์ และมาตรการลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับค่าซ่อมแซมรถ)

สาระสำคัญ เนื่องจากประเทศไทยได้รับอิทธิพลจากพายุโซนร้อนโพดุล และพายุโซนร้อนคาจิกิประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ทำให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินของประชาชนในหลายพื้นที่ ดังนั้น เพื่อเป็นการบรรเทาภาระภาษีให้แก่ผู้มีเงินได้ กระทรวงการคลังจึงเห็นควรกำหนดมาตรการภาษีเพื่อช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากพายุโซนร้อนโพดุล พายุโซนร้อนคาจิกิ และมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ดังนี้

1. มาตรการลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับค่าซ่อมแซมอสังหาริมทรัพย์

ให้หักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับค่าซ่อมแซมหรือค่าวัสดุหรืออุปกรณ์ในการซ่อมแซมอาคารหรือทรัพย์สินที่ประกอบติดตั้งกับตัวอาคารหรือในที่ดินอันเป็นที่ตั้งของอาคาร หรือในการซ่อมแซมห้องชุดในอาคารชุดหรือทรัพย์สินที่ประกอบติดตั้งกับห้องชุดในอาคารชุด และได้จ่ายระหว่างวันที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2562 ถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ.2562 ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่รวมกันทั้งหมดแล้ว ไม่เกิน 100,000 บาท ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

                             1.1 ทรัพย์สินนั้นเป็นทรัพย์สินที่ได้รับความเสียหายจากพายุโซนร้อนโพดุล พายุโซนร้อนคาจิกิ และมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ และอยู่ในพื้นที่ที่ทางราชการประกาศให้เป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยหรือเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน

                             1.2 ผู้มีเงินได้ต้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ ผู้เช่า หรือผู้ใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินนั้น เพื่อเป็นที่อยู่อาศัย ใช้ประกอบกิจการ หรือใช้ประโยชน์อื่น

                             1.3 กรณีที่ผู้มีเงินได้ได้จ่ายค่าซ่อมแซมหรือค่าวัสดุหรืออุปกรณ์ในการซ่อมแซมทรัพย์สินมากกว่าหนึ่งแห่ง ให้รวมคำนวณค่าซ่อมแซมหรือค่าวัสดุหรืออุปกรณ์ในการซ่อมแซมทรัพย์สินทุกแห่งเข้าด้วยกัน

2. มาตรการลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับค่าซ่อมแซมรถ

ให้หักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับค่าซ่อมแซมหรือค่าวัสดุหรืออุปกรณ์ในการซ่อมแซมรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์หรือกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบกหรืออุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกในรถ และได้จ่ายระหว่างวันที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2562 ถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่รวมกันทั้งหมดแล้วไม่เกิน 30,000 บาท ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

                             2.1 รถหรืออุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกในรถนั้น ได้รับความเสียหายจากพายุโซนร้อนโพดุล พายุโซนร้อนคาจิกิ และมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ในขณะที่รถดังกล่าวอยู่ในพื้นที่ที่ทางราชการประกาศให้เป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยหรือเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน

                             2.2 ผู้มีเงินได้ต้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์หรือผู้เช่าซื้อรถนั้น

                             2.3 ในกรณีที่ผู้มีเงินได้ได้จ่ายค่าซ่อมแซมหรือค่าวัสดุหรืออุปกรณ์ในการซ่อมแซมรถหรืออุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกในรถมากกว่าหนึ่งคัน ให้รวมคำนวณค่าซ่อมแซมหรือค่าวัสดุหรืออุปกรณ์ในการซ่อมแซมรถทุกคันเข้าด้วยกัน

ทั้งนี้ เป็นไปตามวิธีการและเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด

อย่างไรก็ตาม การดำเนินมาตรการฯ คาดว่าจะส่งผลกระทบ 2 ส่วนคือ 1) บรรเทาภาระภาษีให้แก่ผู้มีเงินได้ ซึ่งเป็นผู้ได้รับความเสียหายในทรัพย์สินจากพายุโซนร้อนโพดุล พายุโซนร้อนคาจิกิ และมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ 2) คาดว่าจะสูญเสียรายได้ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจากมาตรการในข้อ 1 ประมาณ 30 ล้านบาท และจากมาตรการในข้อ 2 ประมาณ 1,020 ล้านบาท

ภาพถ่าย/กราฟิก : กลุ่มสารนิเทศ สป.ศธ.
ขอบคุณภาพประกอบด้านล่าง watchers.news

รมว.ศธ.ตอบกระทู้ถามในที่ประชุมสภาฯ “นโยบายสถาบันการอาชีวศึกษา”

ราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2562 เผยแพร่กระทู้ถามและคำตอบของนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งได้ตอบกระทู้ถามนายบัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เรื่อง ขอให้กระทรวงศึกษาธิการเร่งรัดนโยบาย แผนงานโครงการ จัดสรรงบประมาณ ให้แก่สถาบันการอาชีวศึกษา

สำหรับประเด็นที่ รมว.ศึกษาธิการ ตอบกระทู้ดังกล่าว คือ

  • คำถามที่ 1 แผนงานและโครงการบรรจุข้าราชการที่เป็นผู้บริหาร อาจารย์ และครูประจำสถาบันอาชีวศึกษาทั้ง 23 แห่ง ตลอดจนวิทยาลัยอาชีวศึกษาต่าง ๆ ที่ยังขาดแคลนให้ครบตามกรอบอัตรากำลังของคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.)
  • คำถามที่ 2 นโยบาย แผนงานและโครงการที่จะจัดสรรงบประมาณ ลงทุนก่อสร้างอาคารสถาบันอาชีวศึกษาที่เป็นที่ตั้งส านักงานใหญ่ของสถาบันอาชีวศึกษาทั้ง 23 แห่ง เพื่อการบริหารงานสถาบันและบริการวิชาการแก่นักศึกษา
  • คำถามที่ 3 นโยบาย แผนงานและโครงการจัดทุนการศึกษาเพื่อส่ง ผู้บริหาร อาจารย์ และครูของสถาบันอาชีวศึกษาและวิทยาลัยอาชีวศึกษาต่าง ๆ ไปศึกษาต่อหรือ ฝึกอบรมภายในประเทศหรือต่างประเทศ
  • คำถามที่ 4 นโยบาย แผนงานและโครงการที่จะให้สถาบันอาชีวศึกษาทำหน้าที่อาชีวศึกษาจังหวัดอีกตำแหน่งหนึ่ง และกำกับดูแลสถานศึกษาอาชีวศึกษาทุกแห่ง ทั้งภาครัฐและเอกชน
  • คำถามที่ 5 นโยบายจัดตั้งกองทุนเพื่อพัฒนาการอาชีวศึกษาและการฝึกอบรมวิชาชีพขึ้นในสำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา

อ่านรายละเอียด / ราชกิจจานุเบกษา
ภาพประกอบ / สถาบันการอาชีวศึกษาภาคเหนือ4

เสมา2 เปิดงานชุมนุมลูกเสือ เนตรนารี ยุวกาชาดสัมพันธ์ เทิดไท้องค์ราชัน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

(30 กันยายน 2562) ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดงานชุมนุมลูกเสือ เนตรนารี ยุวกาชาดสัมพันธ์ เทิดไท้องค์ราชัน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ณ ค่ายลูกเสือแก่นนคร อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น

โดยมีผู้ร่วมงานชุมนุมในครั้งนี้กว่า 1,000 คน จาก 20 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และเพื่อให้ลูกเสือ เนตรนารี สมาชิกยุวกาชาด ได้ร่วมปฏิบัติกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านทักษะ ประสบการณ์ และวัฒนธรรม รวมทั้งสร้างสัมพันธภาพที่ดีซึ่งกันและกัน ตลอดจนได้นำความรู้ ประสบการณ์ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน และการเรียนการสอนในสถานศึกษาของตนให้เกิดประโยชน์ในการพัฒนากิจการลูกเสือ และยุวกาชาดต่อไป

ภาพ/ข่าว : คณะทำงาน รมช.ศธ.

รมว.ศธ.ยืนยันให้ความสำคัญโครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น พร้อมหารือผู้บริหาร ศธ.จัดสรรครูธุรการ

(1 ตุลาคม 2562) นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวถึงข้อกังวลของสังคมเกี่ยวกับกรณี “โครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น” ว่า ศธ.มีนโยบายให้ความสำคัญเรื่องการนำครูสู่ถิ่นบ้านเกิดอยู่แล้ว ซึ่งต้องพิจารณาความเหมาะสมของตำแหน่งที่จะลงในแต่ละพื้นที่ โดยดูว่าโรงเรียนมีคุณภาพหรือไม่ หากส่งครูคืนถิ่นกลับไปแล้วจะทำงานตรงสายงานหรือไม่ ซึ่งหากสอดคล้องกันก็อยากพิจารณาให้ครูคืนถิ่นเป็นอันดับต้น ๆ เนื่องจากสามารถสร้างประโยชน์ได้มาก คาดว่าหลังจากการประชุม ก.ค.ศ. ในวันที่ 2 ต.ค.62 จะมีคำตอบที่ชัดเจนขึ้น

ส่วนกรณีครูธุรการเรียกร้องขอปรับสถานภาพอัตราจ้างปฏิบัติงาน “ธุรการโรงเรียน” เป็น “พนักงานราชการ” นั้น ศธ.ได้มีการหารือร่วมกับ ผอ.สำนักงบประมาณในวันนี้ว่า เรื่องดังกล่าวเกี่ยวข้องกับอัตรากำลังที่มีอยู่ใน ศธ. ซึ่งจะนำข้อมูลทั้งหมดมาพิจารณาดูว่ามีความเหมาะสมอย่างไรบ้าง อัตรากำลังที่ควรจะลงแต่ละโรงเรียนเป็นอย่างไร โดยขณะนี้ข้อมูลอัตรากำลังที่เหมาะสมยังไม่ครบถ้วน แต่ได้ตั้งเป้าว่าจะพยายามทำเรื่องนี้ให้จบภายในระยะเวลา 1 เดือน ในช่วงที่โรงเรียนปิดเทอม เพื่อจะได้บริหารจัดการตามอัตรากำลังครูที่มีอยู่ ทั้งในส่วนของครูอัตราจ้างและครูที่ขึ้นบัญชีไว้ มั่นใจว่าหากได้ข้อมูลที่ละเอียดจริง ๆ จะไม่เกิดปัญหาในการวางแผนอัตรากำลังของ ศธ. ทั้งนี้ไม่อยากให้มีการเคลื่อนไหวหรือมากดดันในสิ่งที่ ศธ.กำลังพยายามดำเนินการให้อยู่แล้ว

ส่วนด้านการจัดหลักสูตรทวิภาคี จากเหตุการณ์นักศึกษาวิทยาลัยเทคนิคศรีสะเกษประสบอุบัติเหตุจนเสียชีวิตหลายรายนั้น ต้องยอมรับว่าเรายังไม่มีบริษัทเอกชนที่อยู่ใกล้กับสถานศึกษาอย่างเพียงพอ เป็นเรื่องที่ต้องมาพิจารณาความเหมาะสมระหว่างวิชาที่เรียนกับบริษัทที่รับทำงาน ซึ่ง สอศ.กำลังดูว่าจะสามารถบริหารจัดการศูนย์ปฏิบัติการที่อยู่ใกล้สถานศึกษาในแต่ละวิชาที่เหมาะสมได้อย่างไร เบื้องต้นวางแนวทางไว้ 17 ธุรกิจที่จะใช้เป็นหลักเพื่อตอบสนองความต้องการของเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และความต้องการของตลาด หลังจากนั้นจะค่อย ๆ ขยายกลุ่มธุรกิจเพิ่มเติม โดยไม่ต้องการให้ที่ตั้งไกลจากสถานศึกษามาก ทั้งนี้จะมอบหมายให้ สอศ.วางแผนเรื่องดังกล่าวต่อไป

ปารัชญ์ ไชยเวช / สรุป
กลุ่มสารนิเทศ สอ.สป.

WordPress.com.

Up ↑