นายกรัฐมนตรี "ประยุทธ์ จันทร์โอชา" พูดและฝากอะไร? ในวันครู ปี 2563

(16 มกราคม 2563) กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) โดยสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา จัดงานวันครู ครั้งที่ 64 พ.ศ.2563 “โลกก้าวไกล ครูไทยก้าวทัน สร้างสรรค์คุณภาพเด็กไทย” โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธีและให้ข้อคิดแก่ครูทั่วประเทศ

ย้ำครูถือเป็นอาชีพสำคัญ ต้องเป็นแบบอย่างและแรงบันดาลใจให้เด็ก

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ส่วนตัวระลึกถึงและผูกพันกับครูตั้งแต่เกิด จวบจนถึงปัจจุบัน เพราะคุณแม่และภรรยาก็เป็นครู อีกทั้งตลอดชีวิตที่รับราชการในกองทัพกว่า 40 ปี ก็เป็นครูสอนนักเรียนนายสิบทหารบก สอนทั้งวิชาการ วิชาการรบ และการดำรงชีวิต เพราะฉะนั้นครูถือเป็นอาชีพที่สำคัญ

ซึ่งนอกจากหน้าที่หลักที่จะสอนให้เด็กจบการศึกษาแล้ว ครูยังต้องปลูกฝังวัฒนธรรมอันดีงาม อบรมคุณธรรมจริยธรรม สิ่งไหนควรกระทำ สิ่งไหนไม่ควรกระทำ รวมไปถึงการเป็นแบบอย่างที่ดีในทุก ๆ ด้าน เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้เด็กปฏิบัติตาม เพื่อที่เติบโตขึ้นจะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศต่อไป

“ครู” พ่อแม่คนที่ 2 ของเด็ก ที่จะช่วยแต่งแต้ม “ผ้าขาว”

ครูเปรียบเสมือนพ่อแม่คนที่สอง เด็กทุกคนเปรียบเสมือนผ้าขาว ที่ครูมีส่วนสำคัญจะแต่งแต้มให้ผ้าขาวนั้นมีศักยภาพ ทั้งในด้านวิชาการ คุณธรรมจริยธรรม รู้หน้าที่การเป็นพลเมืองที่ดี รู้จักคิดวิเคราะห์เป็นกระบวนการ เป็นทรัพยากรที่มีคุณภาพของประเทศ และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ให้ศิษย์สามารถนำความรู้ความสามารถไปใช้ประกอบอาชีพ อยู่ร่วมกับผู้อื่นได้ในสังคม

ฝากเรื่องการปลูกฝัง “กระบวนการคิดและความเข้าใจ” ให้เด็ก

ครูจึงถือเป็นอาชีพที่มีเกียรติอย่างสูงสุดในนานาอารยประเทศที่พัฒนาแล้ว เพราะมาจาก “ทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพ” ซึ่งทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพก็มาจาก “การจัดระบบการศึกษาและครูผู้สอนที่มีคุณภาพ” โดยขณะนี้ประเทศไทยอยู่ในระหว่างการเปลี่ยนแปลงประเทศ เพื่อเดินหน้าไปสู่การพัฒนา

สิ่งสำคัญต้องมี “กระบวนการคิดและความเข้าใจ” ถ้าไม่มีสองสิ่งนี้จะทำอะไรจะพัฒนาอะไรก็ไม่ประสบผลสำเร็จ ขอฝากเรื่องนี้ให้กระทรวงศึกษาธิการด้วยว่า การที่จะประสบความสำเร็จได้นั้นต้องทำงานร่วมกัน

ครูต้องสอนให้เด็กเข้าใจ ไม่ใช่แค่ท่องจำ ยกตัวอย่างการสอนเรื่องศีล 5 เข้าใจว่าเด็กทุกคนจำได้ว่ามีอะไรบ้าง แต่การนำไปปฏิบัติอย่างไรนั้น เป็นเรื่องที่ครูต้องแนะนำ เพราะเมืองไทยเป็นเมืองพุทธ มีศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ ต้องให้เด็กไทยมีความรู้ควบคู่ไปกับศีลธรรมอันดี มีหลักคิด มีทัศนคติที่ดี และรักประเทศไทย ซึ่งรัฐบาลพร้อมให้การสนับสนุนการศึกษาอย่างเต็มที่

ครูต้องเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เพื่อสร้างเด็กให้รู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของโลก

สิ่งสำคัญสำหรับเด็ก คือ การรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของโลก ครูจึงต้องเรียนรู้สิ่งใหม่ตลอดเวลา ปรับตัวให้เข้ากับเทคโนโลยี ชี้แนะ นำแนวทางการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมให้กับผู้เรียนอย่างเข้าใจ และพร้อมที่จะทุ่มเทวิชาความรู้ด้วยวิธีการสมัยใหม่ ตามธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลง คุณภาพของครูจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องได้รับการพัฒนาให้มีศักยภาพสูงสุดในทุกมิติ ควบคู่ไปกับการมีมาตรฐานและจรรยาบรรณของวิชาชีพ เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่ศิษย์ให้มีคุณภาพ

ดึงศักยภาพเด็กออกมาให้มากที่สุด พร้อมกระตุ้นให้ฝึกฝนตนเอง

ครูต้องดึงศักยภาพเด็กให้ออกมาให้มากที่สุด สังเกตว่าเด็กสนใจด้านใดเป็นพิเศษ เพราะความสนใจความอยากรู้อยากเห็นในวัยเด็ก จะพัฒนามาเป็นความชอบ เมื่อประกอบกับความใฝ่รู้ จะนำไปสู่การฝึกฝนจนเกิดเป็นความชำนาญ และถ้าได้รับการสนับสนุนที่ดีจากครู รวมทั้งผู้ปกครอง สถานศึกษา และภาครัฐ ภาคเอกชน ก็จะสามารถนำความรู้ความสามารถต่าง ๆ ที่มี ไปใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ตนเอง สังคม และประเทศชาติได้ในอนาคต

ฝากครูบรรจุใหม่ อย่ารีบสร้างหนี้

นายกรัฐมนตรียังได้ฝากข้อคิดเรื่องการเป็นหนี้ ขณะนี้กระทรวงศึกษาธิการได้เร่งแก้ไขปัญหาหนี้สินครูอย่างเร่งด่วน เพราะถือว่าเป็นขวัญและกำลังใจที่สำคัญ ขอฝากไปยังครูจบใหม่ อย่าเพิ่งสร้างหนี้สิน รู้จักประเมินค่าใช้จ่ายของตนเองด้วย รวมถึงต้องการให้ครูมีวุฒิการศึกษาตรงกับสาขาวิชาที่สอน ต้องประเมินตนเองว่าจบสาขาวิชานั้นมาแล้ว สามารถถ่ายทอดได้ดีหรือไม่อย่างไร

แนะให้ครูสอนเชิงลึกมากขึ้น ให้เด็กทันสมัยควบคู่ไปกับการมีคุณธรรม

ปัจจุบันรัฐบาลกำลังดำเนินการแก้ปัญหาการผลิตครู ร่วมกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เพราะเห็นว่าเด็กไทยยังไม่รู้จักวิทยาศาสตร์ดีพอ ส่วนการเรียนการสอนวิชาประวัติศาสตร์ ต้องการให้ครูสอนในเชิงลึกมากขึ้น ให้เด็กรู้ความเป็นมาของประวัติศาสตร์ ตัวอย่าง “พระนเรศวรกลับมากู้ชาติเมื่อปี พ.ศ.2135 แล้วจบ ท่านไปอยู่ต่างประเทศกี่ปี ทำไมท่านไม่กลมกลืนไปอยู่ที่นั่นเลย ทำไมท่านถึงกลับมาอีกตั้ง 15 ปีแล้วมากู้ชาติ” ต้องสอนอย่างนี้ “พันท้ายนรสิงห์ นายท้ายเรือที่คลองโคกขามถูกลงโทษตัดศีรษะ พระเจ้าเสือทรงให้อภัยแล้ว แต่ทำไมพันท้ายนรสิงห์ยังให้ตัดศีรษะอีก เพราะรักษากฎระเบียบ กติกากฎหมาย” ต้องสอนอย่างนี้ .. และหากครูสามารถพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ด้านไอทีควบคู่ความรู้ด้านคุณธรรมจริยธรรมได้นั้น ยิ่งถือว่าประสบผลสำเร็จสูงสุด

ให้ทุกคนมองปัญหาและช่วยกันแก้ไข เพราะนี่คือ “บ้านของเรา”

สำหรับปัญหาชายแดนภาคใต้นั้น คนไทยทุกคนต้องช่วยกันให้ดีขึ้น อย่าบอกว่าเป็นเรื่องที่ไม่ดี เพราะถ้าเป็นการต่อสู้ในเรื่องของความคิด ก็เป็นเรื่องที่ยาก รวมไปถึงมีคนจํานวนหนึ่งที่ดำเนินการในเรื่องดังกล่าวทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งเราต้องช่วยกัน เพราะนี่คือบ้านของเรา ทุกคนต้องมองกระจก มองให้สะท้อนให้เห็นว่า ตนเองนั้น วันนี้จะทำอะไร คิดอะไร จะอธิบายในสังคมว่าอย่างไร ส่วนกฎหมายจะต้องไม่กระทบกับใคร ทุกคนอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ จึงมาขัดแย้งกันไม่ได้ หากมีความคิดว่าจะเปลี่ยนแปลง จะต้องคำนึงด้วยว่าจะส่งผลกระทบต่อใครอย่างไรบ้าง

ฝากสร้างศิษย์ให้มีทัศนคติที่ดี รักชาติบ้านเมือง จงรักภักดีต่อสถาบัน

นายกรัฐมนตรี ได้ฝากเรื่อง “ครูสร้างศิษย์” เพื่อให้เด็กมีทัศนคติที่ดี ไม่ใช่เพียงรักตนเอง แต่ต้องรักชาติบ้านเมือง ยึดมั่นจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นหลักของประเทศ

ฝากไปยังครูและทุกกระทรวง ในการดำเนินกิจกรรมต่างๆ เช่น การไปศึกษาดูงาน ขอให้ได้ประโยชน์ ไม่ใช่การไปเที่ยว และย้ำว่าให้ทุกคนใช้ความคิดใช้สมองให้มาก ๆ เพราะสมองของทั้งตนเอง และทุก ๆ คนนั้น ฉลาดกว่าคอมพิวเตอร์ แค่ต้องใช้ให้ครบทุกด้าน ช่วยกันคิดให้มาก ๆ เพื่อให้เกิดความเข้าใจนำพาประเทศก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง.

รูปภาพนี้มี Alt แอตทริบิวต์เป็นค่าว่าง ชื่อไฟล์คือ 1612563-be_e0b992e0b990e0b990e0b991e0b991e0b996_0002.jpg

โอกาสนี้ “ครูวีระ เดชพันธุ์” ครูของนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ฯ เรียนหนังสือที่โรงเรียนวัดนวลนรดิศ ซึ่งขณะนั้นยังเป็นโรงเรียนชายล้วน เมื่อปี 2518 ในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 เมื่อเกิดมาเป็นลูกผู้ชาย ก็อยากจะเรียนอยู่ 2 อย่าง คือ เข้าโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา หรือเข้าโรงเรียนเตรียมทหาร แต่ พล.อ.ประยุทธ์ ถือว่าเป็นคนเก่งที่สามารถสอบเข้าเรียนต่อที่โรงเรียนเตรียมทหารได้ หลังสำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6

“ถ้าจะให้บอกในฐานะครู ก็ขอบอกว่าเราไม่เคยเห็นตัวเราเอง เพราะดูกระจกก็เห็นแค่เงา แต่ถ้ามีคนมาบอกเราให้ฟังว่า คุณพูดไม่เพราะ เป็นคนโมโหคนง่าย หรือเป็นคนที่แสดงกิริยาท่าทางอะไรที่ไม่เหมาะสม เพราะเราไม่รู้ แต่คนที่บอกเขารู้ เขาเห็น และที่เขาบอกเราแสดงว่าเขาได้ชี้ขุมทรัพย์ให้เรา”

วันนี้โลกมีการเปลี่ยนแปลง สังคมมีความเจริญก้าวหน้า มีการใช้เทคโนโลยีเข้ามา ซึ่งมีความเจริญเร็วกว่าที่คนธรรมดาควรจะรู้ได้ เพราะฉะนั้นคนที่เป็นครูจะต้องมีการพัฒนาและปรับปรุงตัวเอง นำอุปกรณ์เทคโนโลยีเข้ามาใช้ อาจจะทำให้เด็กเข้าใจได้ดีมากกว่าเดิม คนเป็นครูจะต้องรู้เท่าทันเทคโนโลยี ต้องมีความรัก มีความปรารถนาดี ต้องรักนักเรียน บุคลิกจะต้องเป็นคนที่น่ารัก น่าเคารพ คนเป็นครูต้องสอนเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย ไม่ปิดบังความรู้ ไม่ชักชวนลูกศิษย์ไปในทางที่ไม่ถูก ต้องชมเชยเมื่อเขาทำดีเมื่อมีโอกาสอันสมควรและเหมาะสม

อย่างวันนี้ ตนชมเชย พล.อ.ประยุทธ์ เพราะถึงเวลาที่ต้องชมเชย.

รูปภาพนี้มี Alt แอตทริบิวต์เป็นค่าว่าง ชื่อไฟล์คือ 1612563-be_e0b992e0b990e0b990e0b991e0b991e0b996_0015.jpg

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวถึงการจัดงานวันครูครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อระลึกถึงพระคุณบูรพาจารย์ ส่งเสริมสามัคคีธรรมระหว่างครู และความเข้าใจอันดีระหว่างครูกับประชาชน และส่งเสริมยกย่องเชิดชูเกียรติผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาที่ประกอบคุณงามความดีหรือทำคุณประโยชน์ต่อวงการศึกษาให้เป็นที่ประจักษ์แก่สาธารณชน และเป็นแบบอย่างให้เยาวชนรุ่นหลังได้ยึดถือปฏิบัติตาม

โดยกระทรวงศึกษาธิการขอความร่วมมือให้สถานศึกษาจัดกิจกรรมสัปดาห์วันครู ระหว่างวันที่ 11 – 17 มกราคม 2563 เพื่อให้ครู นักเรียน ครูภูมิปัญญาและชุมชน ร่วมมือกันทำกิจกรรมสาธารณประโยชน์ กิจกรรมจิตอาสา กิจกรรมครูเยี่ยมบ้านเด็ก และกำหนดคำขวัญประจำสถานศึกษา เป็น “หนึ่งคำขวัญ หนึ่งสถานศึกษา” ที่สอดคล้องเหมาะสมกับบริบทของสถานศึกษา รวมทั้งจัดชุมนุมครู เพื่อให้ครูทุกคนได้มีโอกาสกล่าวคำปฏิญาณตน แสดงถึงการให้คำมั่นในการประกอบวิชาชีพ รับผิดชอบต่อเยาวชนและการศึกษาของชาติอีกด้วย

ตลอดระยะเวลา 5 เดือนที่ผ่านมา ตนเองได้เดินทางไปโรงเรียนหลายแห่งทั่วประเทศ ได้เห็นถึงความมุ่งมั่นตั้งใจของคุณครูเป็นจำนวนมาก เห็นจิตวิญญาณของการเป็นครู แต่สิ่งที่ยังต้องเพิ่มเติมคือ การพัฒนาศักยภาพครูให้ก้าวทันเทคโนโลยีในศตวรรษที่ 21 จึงขอความกรุณาจากนายกรัฐมนตรีได้พิจารณาสนับสนุนให้มีการพัฒนาคุณครูได้เกิดขึ้นอย่างทั่วถึงและรวดเร็ว

สำหรับการจัดงานวันครู ครั้งที่ 64 พ.ศ.2563 “โลกก้าวไกล ครูไทยก้าวทัน สร้างสรรค์คุณภาพเด็กไทย” ส่วนกลางกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 16-17 มกราคม 2563 ณ บริเวณหอประชุมคุรุสภา โดยมีกิจกรรมสำคัญ อาทิ การปาฐกถาพิเศษ หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล ครั้งที่ 3 เรื่อง “ความฉลาดรู้ และจิตวิญญาณความเป็นครู” โดยได้รับเกียรติจากศาสตราจารย์กิตติคุณสุมน อมรวิวัฒน์ เป็นองค์ปาฐก, การเสวนา เรื่อง “โลกก้าวไกล ครูไทยก้าวทัน สร้างสรรค์คุณภาพเด็กไทย”, การจัดแสดงนิทรรศการผลงานของกระทรวงศึกษาธิการ เนื่องในโอกาสวันครู ประกอบด้วย 4 โซน ได้แก่

1) โลกก้าวไกล ประกอบด้วย 6 ความฉลาดรู้ เพื่อเท่าทันโลก
2) ครูไทยก้าวทัน ประกอบด้วย ภาพรวมของ PLC และ E-PLC TSIP ระบบกูเกิลตามระบบการบริหารโรงเรียน
3) สร้างสรรค์คุณภาพเด็กไทย ประกอบด้วย ผลงานนักเรียนที่มีทักษะ หรือสมรรถนะต่างๆ ที่โดดเด่น
4) ยกย่องผลงานวิจัย และนวัตกรรม เพื่อการเรียนรู้ และการบริหาร

สำหรับงานวันครูปีนี้ มีผู้บริหารเข้าร่วม อาทิ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, นายอนุชา บูรพชัยศรี เลขานุการ รมว.ศธ., นายประเสริฐ บุญเรือง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ, นายสุภัทร จำปาทอง เลขาธิการสภาการศึกษา, นายณรงค์ แผ้วพลสง เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา, นางรักขณา ตัณฑวุฑโฒ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ, นางวัฒนาพร ระงับทุกข์ ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการคุรุสภา รวมทั้งผู้บริหารระดับสูง ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ข้าราชการจำนวนมาก เข้าร่วมพิธี ณ หอประชุมคุรุสภา

รูปภาพนี้มี Alt แอตทริบิวต์เป็นค่าว่าง ชื่อไฟล์คือ 1612563-be_e0b992e0b990e0b990e0b991e0b991e0b996_0009.jpg

อานนท์ วิชานนท์ / สรุป
บัลลังก์ โรหิตเสถียร / เรียบเรียง, กราฟิก
ทีมประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา / ถ่ายภาพ

ศธ.เป็นเจ้าภาพสวดพระอภิธรรมศพ ‘พ.อ.ประพัฒน์ จันทร์โอชา’ บิดานายกฯ

เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 12 มกราคม 2563 ที่ศาลา 9 วัดโสมนัสราชวรวิหาร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ / กระทรวงศึกษาธิการ นำโดยนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นเจ้าภาพสวดพระอภิธรรมศพ พ.อ.ประพัฒน์ จันทร์โอชา บิดา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โดยมีคณะผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการเข้าร่วมในงาน อาทิ ปลัดกระทรวง รองปลัดกระทรวง ผู้ตรวจราชการ เลขาธิการ รองเลขาธิการ

ภาพ : กิตติกร แซ่หมู่

ผอ.สสวท.โพสต์ Facebook ให้ทุกฝ่ายร่วมมือพิมพ์หนังสือเรียนถึงมือเด็กทันเปิดเทอม

(29 ธันวาคม 2562) ศาสตราจารย์ชูกิจ ลิมปิจํานงค์ ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ต้องการเห็นทุกฝ่ายร่วมมือกันช่วยทำให้หนังสือเรียนคุณภาพของ สสวท. ถึงมือนักเรียนทันเปิดเทอม พ.ค. 63

“ตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมได้รับการร้องขอ ให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกระบวนการจัดพิมพ์และส่งหนังสือเรียน สสวท. ในช่วงปี 2562 ที่ผ่านมา จากทั้งหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง องค์การค้าฯ ของ สกสค. สำนักพิมพ์จุฬาลงกณ์มหาวิทยาลัย และสื่อมวลชน รวมถึงปัญหาภายในที่เกิดขึ้นกับองค์กรที่เกี่ยวข้องที่คงพอได้เห็นกันแล้วในข่าว

ผมหนักใจมากกับเรื่องนี้ เนื่องจากหลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอาจส่งผลกระทบสร้างความล่าช้าต่อการดำเนินการส่งหนังสือเรียนให้ทันเปิดเทอม พ.ค. 63

สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) มีภารกิจหลักในการทำให้ครูไทย มีหนังสือเรียนคุณภาพ เพื่อใช้ประกอบการจัดการเรียนการสอนวิชาวิทยาศาสตร์ วิชาคณิตศาสตร์ และ วิชากลุ่มเทคโนโลยี ตั้งแต่ระดับประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 6 รวมทั้งสิ้น 12 ชั้นปี เป็นจำนวน 120 เล่ม

พนักงาน สสวท. 350 คน คุณครูและอาจารย์มหาวิทยาลัยจากทั่วประเทศอีกหลายร้อยคน ทำงานกันอย่างทุ่มเท ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา ในการยกร่าง เขียนและพิจารณาความถูกต้อง ลงพื้นที่วิจัย ทดลองสอนจริง และปรับปรุงเนื้อหาให้มีความสอดคล้องกับบริบทโดยทั่วไปของเมืองไทย เพื่อให้นักเรียนไทยกว่า 7 ล้านคน ได้มีตำราดีๆ เป็นสื่อการเรียนรู้หลัก เสริมทักษะการคิดวิเคราะห์อย่างมีเหตุมีผลตามแนวทางการสร้างสมรรถนะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เราได้นำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาประยุกต์ใช้ในหนังสือเรียนรุ่นใหม่ เช่น AR เพื่อการเห็นภาพ 3 มิติ QR code ไปแหล่งข้อมูลเพิ่มเติม และระบบคลังข้อสอบออนไลน์ เป็นต้น

แม้ว่าเดิมพันต่อการพัฒนาประเทศครั้งนี้จะสูงมาก แต่สิ่งที่พวกเราทำได้เป็นเพียงแค่ “ต้นฉบับ”

เราไม่ใช่นักธุรกิจ เราไม่รู้วิธีการทำการตลาด เราไม่รู้วิธีการขายแบบมืออาชีพ

ผมเป็นนักวิชาการ พี่น้องชาว สสวท. ก็เป็น นักวิชาการ

องค์การค้าของ สกสค. และสำนักพิมพ์จุฬาฯ​ ช่วยสนับสนุน สสวท. ในการนำ “ต้นฉบับ” ของเรานำเข้าสู่โรงพิมพ์ เป็นผู้ประสานสิบทิศ ให้การจัดพิมพ์หนังสือหลายสิบล้านเล่ม ออกมาจากโรงพิมพ์และกระจายสู่ตัวแทนจำหน่าย ถึงโรงเรียนและถึงมือนักเรียนได้ สสวท. ไม่ได้เป็น “ผู้ว่าจ้าง” ให้พิมพ์หนังสือ เราไม่เคยมีสัญญาจ้าง เรามีเพียงแต่บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ หรือ MoU เพื่อวัตถุประสงค์ในการนำต้นฉบับของเราให้ถึงมือนักเรียน เท่านั้น

สสวท. มีบอร์ด สสวท. กำกับดูแลการดำเนินงานตามภารกิจของ สสวท. และเรื่องนี้ ผมก็ได้รายงานความก้าวหน้าให้คณะกรรมการทราบอย่างใกล้ชิด ในปีที่ผ่านมา องค์การค้าของ สกสค. ได้รับสิทธิ์ในการจัดพิมพ์และขายหนังสือเรียนของ สสวท. ระดับประถมศึกษา ในขณะที่สำนักพิมพ์จุฬาฯ ได้รับสิทธิ์เฉพาะระดับมัธยมศึกษา ซึ่งเป็นสัดส่วนที่น้อยกว่าองค์การค้าของ สกสค. ทั้งนี้เมื่อต้นเดือน ธ.ค. 62 นี้ บอร์ด สสวท. ได้รับทราบผลการดำเนินงานในปีที่ผ่านมา และแผนการดำเนินงานปี 63 ระหว่าง สสวท. กับองค์การค้าฯ และสำนักพิมพ์จุฬาฯ โดยดำเนินการตามแผนงานเดิมคล้ายของปี 62 แต่มีแผนงานที่รัดกุมขึ้น มีการกำหนดตัวชี้วัดในแต่ละช่วงเวลาที่ชัดเจน เพื่อให้นักเรียนได้รับหนังสือทันเวลา

ทุกอย่างเดินมาตามแผนด้วยดี จนกระทั่งมีการร้องขอให้ตรวจสอบคุณภาพของกระดาษ การขอให้พิจารณาปรับสัดส่วนการพิมพ์ การร้องเรียนของบุคลากรขององค์กร การโต้ตอบที่เกิดขึ้นตามข่าว สร้างความกังวลใจให้ผม ในฐานะผู้อำนวยการ สสวท. เป็นอย่างยิ่ง

ผมคิดว่าทางออกเดียวคือ ขอให้ทุกฝ่ายมองผลประโยชน์ที่นักเรียนและครูจะได้รับ ให้เห็นเป้าหมายเดียวกัน และพยายามหาทางออกร่วมกัน

สิ่งแรกที่ผมจะทำในปี 2563 คือ หาวิธีการเชิญ สพฐ. ในฐานะผู้มีหน้าที่ตรวจสอบคุณภาพตำราเรียน ผู้ออกประกาศและให้การอนุญาตจัดจำหน่ายหนังสือเรียน รวมทั้งองค์การค้าของ สกสค. และสำนักพิมพ์จุฬาฯ ในฐานะผู้รับสิทธิ์จาก สสวท. ไปผลิตและจัดจำหน่าย ให้หาทางออกร่วมกัน

ขอให้ปัญหาที่เกิดขึ้นนี้จากลาไปพร้อมกับปี 2562 และก้าวสู่สิ่งที่ดีในปีใหม่ 2563

ขอให้ทุกคนช่วยเป็นกำลังใจให้เราผ่านวิกฤตนี้ไปได้ด้วยดีนะครับ”

แหล่งที่มา : เฟซบุ๊ก

รัฐมนตรี-ผู้บริหาร ศธ.ร่วมถวายแจกันดอกไม้และลงนามถวายพระพร กรมสมเด็จพระเทพฯ และพระองค์โสม

วันเสาร์ที่ 19 ตุลาคม 2562 เวลา 15.30 น. นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช และนางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นำแจกันดอกไม้ถวายเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์และร่วมลงนามถวายพระพร สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ให้ทรงหายจากพระอาการประชวรในเร็ววัน ณ อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

โดยมีผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ ร่วมลงนามถวายพระพร อาทิ นายประเสริฐ บุญเรือง รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ รักษาราชการแทนปลัดกระทรวงศึกษาธิการ, นายอำนาจ วิชยานุวัติ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ รักษาราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, นายณรงค์ แผ้วพลสง ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ รักษาราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา, นายศรีชัย พรประชาธรรม เลขาธิการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย, นางสาวอุษณีย์ ธโนศวรรย์ เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา, นางปัทมา วีระวานิช ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ ฯลฯ

ภาพ/ข่าว #ทีมกระทรวงศึกษาธิการ

พิธีบำเพ็ญกุศลและกิจกรรมเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต รัชกาลที่ 9

รัฐบาลจัดพิธีบำเพ็ญกุศลและกิจกรรมเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันที่ 13 ตุลาคม 2562

โดยในภาคเช้า ที่ท้องสนามหลวง นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช และนางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ตลอดจนผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการ อาทิ นายประเสริฐ บุญเรือง รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ รักษาราชการแทนปลัดกระทรวงศึกษาธิการ, นางสาวดุริยา อมตวิวัฒน์ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ, นายอำนาจ วิชยานุวัติ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ รักษาราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, นายสุภัทร จำปาทอง เลขาธิการสภาการศึกษา ฯลฯ เข้าร่วมพิธีทำบุญตักบาตร สมเด็จพระราชาคณะ พระราชาคณะ พระสงฆ์และสามเณร จำนวน 489 รูป

จากนั้น ร่วมในพิธีวางพวงมาลาและพิธีถวายบังคม หน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

นอกจากกิจกรรมดังกล่าวแล้ว ยังมีกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาปรับภูมิทัศน์ ทำความสะอาดคู คลอง ถวายพระราชกุศล และน้อมรำลึกฯ ณ วัดธรรมาภิรตาราม เขตดุสิต

และในเวลา 19.00 น.​ พิธีจุดเทียนเพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณฯ โดยผู้ร่วมพิธีจุดเทียนและยืนสงบนิ่งเพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นเวลา 89 วินาที ที่ท้องสนามหลวง

ขณะที่การจัดกิจกรรมของกระทรวงศึกษาธิการ ได้จัดพิธีในภาคเช้า ณ สนามหน้ากระทรวงศึกษาธิการ โดยมีพิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศถวายพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และทำบุญตักบาตรพระสงฆ์และสามเณร โดยมีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นประธานพิธี พร้อมกับผู้บริหาร ข้าราชการ และบุคลากรทางการศึกษา ทุกสังกัดเข้าร่วมพิธี

ทั้งนี้ เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นหาที่สุดมิได้ ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ได้ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจน้อยใหญ่นานัปการ เพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ปวงชนชาวไทยมาโดยตลอด นับตั้งแต่เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ ตราบจนกระทั่งเสด็จสวรรคต.

บัลลังก์ โรหิตเสถียร / สรุป
ปกรณ์ เรืองยิ่ง / ถ่ายภาพ (สนามหลวง)
กิตติกร แซ่หมู่ / ถ่ายภาพ (ศธ.)

เสมา 2-3 พบปะทักทายข้าราชการ และรับประทานอาหารกลางวันร่วมกัน ที่ศูนย์อาหารกระทรวงฯ

วันนี้ (5 ก.ย.62) คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช และนางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยนายณรงค์ ดูดิง ที่ปรึกษา รมช.ศธ. (คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช) และนางเจิมมาศ จึงเลิศศิริ ผู้ช่วยเลขานุการ รมว.ศธ. พบปะทักทายกับแม่ค้า ข้าราชการ และบุคลากรกระทรวงศึกษาธิการ รวมทั้งรับประทานอาหารกลางวันร่วมกับนายประเสริฐ บุญเรือง รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และนายศรีชัย พรประชาธรรม เลขาธิการ กศน.

ปกรณ์ เรืองยิ่ง / ถ่ายภาพ

กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงลงพระนามาภิไธยในสมุดเยี่ยม พิพิธภัณฑ์การศึกษาไทย

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงลงพระนามาภิไธยในสมุดเยี่ยม ในการเสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดพิพิธภัณฑ์การศึกษาไทย และทอดพระเนตรอาคารราชวัลลภ วังจันทรเกษม กระทรวงศึกษาธิการ เมื่อวันจันทร์ที่ 19 สิงหาคม 2562

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดพิพิธภัณฑ์การศึกษาไทย ศธ.

วันนี้ (19 สิงหาคม 2562) เวลา 17.27 น. สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดพิพิธภัณฑ์การศึกษาไทย อาคารราชวัลลภ วังจันทรเกษม กระทรวงศึกษาธิการ โดยนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช และนางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ตลอดจนผู้บริหารและข้าราชการ ร่วมเฝ้ารับเสด็จฯ

นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ กราบบังคมทูลรายงานว่า วังจันทรเกษม อาคารราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ เดิมเป็นวังที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานให้สร้างเป็นที่ประทับของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชเจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ ในตอนเริ่มสร้างวังแห่งนี้ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคต  พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงมีพระราชดำริให้ดำเนินการก่อสร้างต่อจนแล้วเสร็จ โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ใช้เป็นโรงเรียนการเรือน และเป็นสถานพยาบาลสำหรับข้าราชการ ข้าราชบริพาร รวมทั้งที่ทำการของกรมมหรสพ ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทรได้ยกวังจันทรเกษมให้เป็นอาคารที่ทำการของกระทรวงธรรมการ ซึ่งต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น “กระทรวงศึกษาธิการ

ในปีพุทธศักราช 2559 กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เห็นว่าอาคารราชวัลลภมีสภาพทรุดโทรมตามกาลเวลา โครงสร้างหลังคาชำรุด วัสดุมุงหลังคา บานประตู หน้าต่าง วัสดุปูพื้น ผนังสีทั้งภายในและภายนอกอาคาร ระบบระบายน้ำ ภูมิทัศน์ โดยรอบเสื่อมสภาพ เพราะไม่มีการบูรณะครั้งใหญ่นับแต่ได้ก่อสร้างมาเป็นเวลากว่า 108 ปี การบูรณะและอนุรักษ์อาคารราชวัลลภ วังจันทรเกษม ได้กำหนดให้มีการดำเนินการขึ้นด้วยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน โดยท่านผู้หญิงบุตรี  วีระไวทยะ ประธานมูลนิธิพระบรมราชานุสรณ์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นประธานอำนวยการ ร่วมกับสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ กรมศิลปากร วชิราวุธวิทยาลัย สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล รวมทั้งบุคคล และหน่วยงานที่มีจิตศรัทธาร่วมบริจาค อาทิ มูลนิธิเอสซีจี  บริษัท คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี จำกัด  ธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน ) มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์ มูลนิธิสิริวัฒนภักดี บริษัท ฤทธา จำกัด

การบูรณะและอนุรักษ์อาคารราชวัลลภ วังจันทรเกษมได้แล้วเสร็จอย่างสมบูรณ์ สง่างามสมพระเกียรติ เป็นศรีสง่าแห่งกระทรวงศึกษาธิการ ภายในอาคารประกอบด้วยพิพิธภัณฑ์การศึกษาไทย, ห้องทำงานรัฐมนตรี ปลัดกระทรวง รองปลัดกระทรวง ผู้ช่วยปลัดกระทรวง, ห้องประชุมขนาดใหญ่และขนาดเล็ก โดยเฉพาะพิพิธภัณฑ์การศึกษาไทย จะเป็นแหล่งเรียนรู้บันทึกประวัติการศึกษาไทยตั้งแต่เริ่มต้นในสมัยสุโขทัย จนถึงปัจจุบัน

นายการุณ สกุลประดิษฐ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กราบบังคมทูลเบิกตัวผู้มีอุปการคุณสนับสนุนการบูรณะอาคารราชวัลลภ เข้าเฝ้า ฯ รับโล่และประกาศเกียรติคุณบัตรพระราชทาน จำนวน 18 ราย

จากนั้น สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงปลูกต้นจำปีสิรินธร และเสด็จพระราชดำเนินตัดแถบแพรเปิดพิพิธภัณฑ์การศึกษาไทยอย่างเป็นทางการ พร้อมทั้งทอดพระเนตรอาคารราชวัลลภ จากนั้นจึงเสด็จพระราชดำเนินกลับเมื่อเวลา 19.22 น.

VTR: https://www.youtube.com/watch?v=zoBEGojTRHM
Photos:
https://drive.google.com/drive/folders/1-0_hy5dFwRfIZFGn3w7mwuRVY9IrGpu7?usp=sharing
https://www.facebook.com/MOE360degree
https://www.facebook.com/EducationMinisterNewsline/

สำหรับนักเรียนนักศึกษาและประชาชนที่สนใจเข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์การศึกษาไทย กระทรวงศึกษาธิการ สามารถเข้าชมฟรี ตั้งแต่วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 8.00-16.30 น. หากต้องการเดินทางมาเยี่ยมชมเป็นหมู่คณะ ติดต่อศูนย์บริการประชาชน ศธ. โทร. 1579

สรุป: กลุ่มสารนิเทศ สป.ศธ.
ถ่ายภาพ: กลุ่มสารนิเทศ สป.ศธ. และกลุ่มประชาสัมพันธ์ สร.ศธ.
“MOE one team”

Message ของ รมว.ศธ.”ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ” ถึงครูทุกคน

“เป็นกำลังใจให้คุณครูทุกๆ คน
เชื่อมั่นในความตั้งใจ
ร่วมกันพัฒนาเยาวชนของไทย
ให้เป็นคนดีของประเทศ
คนไทยไม่แพ้ใคร :-)”

จากกิจกรรม “ครูดีจึงบอกต่อ” ในการประชุมทางวิชาการของคุรุสภา ประจำปี 2562 “ครูแห่งอนาคตเพื่อผู้เรียนแห่งอนาคต”

ขอบคุณข้อมูล : คุรุสภา