ศธ.เปิดตัวแอป “ช่างอาชีวะ” นำทีมช่างพันธุ์ R อาชีวะจิตอาสา บริการฟรีถึงบ้าน 100 ศูนย์ทั่วประเทศ

(20 ตุลาคม 2564) นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดการใช้งานแอปพลิเคชัน “ช่างอาชีวะ” (ช่างพันธุ์ R อาชีวะซ่อมทั่วไทย) พร้อมด้วยนายสุทธิชัย จรูญเนตร ที่ปรึกษา รมว.ศธ., นางสาวอรพินทร์ เพชรทัต เลขานุการ รมว.ศธ., นายสุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.), นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี โดยมีผู้บริหารศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชน (Fix It Center) แบบถาวร 100 ศูนย์เข้าร่วมงานผ่านระบบออนไลน์ Zoom Cloud Meeting จากวิทยาลัยเทคนิคปทุมธานี

รมว.ศธ. กล่าวว่า การดำเนินงานศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชน (Fix It Center) แบบถาวร ที่ผ่านมาได้เสียงชื่นชมตอบรับจากประชาชน หน่วยงานภาครัฐ และเอกชนอย่างต่อเนื่อง สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่วงการอาชีวศึกษา ตลอดจนสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) เป็นอย่างมาก

ศธ.เล็งเห็นความสำคัญในการพัฒนาการให้บริการได้เข้าถึงได้อย่างสะดวกมากยิ่งขึ้น จึงมอบหมายให้ สอศ. พัฒนาเป็นแอปพลิเคชัน “ช่างอาชีวะ” สำหรับการให้บริการศูนย์ Fix It Center แบบถาวร จำนวน 100 ศูนย์ทั่วประเทศ ซึ่งเป็นการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในกระบวนการจัดการการสอนและยกระดับมาตรฐานการให้บริการ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการให้บริการได้สะดวก รวดเร็ว ลดเวลา ลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง โดยไม่ต้องนำเครื่องมือและอุปกรณ์ที่ไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้มาที่ศูนย์บริการ

อีกทั้งยังสอดคล้องกับสภาพสังคม และวิถีชีวิตยุคใหม่ (New Normal) สร้างความมั่นใจการใช้บริการช่างอาชีวะ และยังเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดี สร้างความภาคภูมิใจให้แก่ผู้เรียน ที่ใช้ทักษะจากการลงมือปฏิบัติช่วยเหลือประชาชน

ตลอดระยะเวลาที่ได้เข้ามาทำหน้าที่กำกับดูแลด้านการศึกษา ในส่วนของอาชีวะ ได้ให้ความสำคัญในเรื่องของการพัฒนาทักษะแก่ผู้เรียนให้สอดรับกับทิศทางของโลกในศตวรรษที่ 21 ซึ่งเป็นโลกยุคไร้พรมแดนที่มีการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว ดังนั้น จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องปรับกลยุทธ์ในการจัดการศึกษา การฝึกทักษะให้เกิดความชำนาญเชี่ยวชาญในวิชาชีพ การเสริมสร้างจิตสำนึกของการเป็นจิตอาสา การให้บริการประชาชนของนักศึกษาอาชีวะ

ซึ่งเรื่องนี้เป็นไปตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ ด้านการพลิกโฉมระบบการศึกษาไทย ด้วยการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ในการจัดการศึกษาทุกระดับ และวาระเร่งด่วนด้านการพัฒนาทักษะอาชีพ ส่งเสริมการจัดการศึกษาที่เน้นพัฒนาทักษะอาชีพผู้เรียน เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต สร้างอาชีพและรายได้ที่เหมาะสม ตลอดจนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

ในการนี้ รมว.ศธ. ได้มอบเกียรติบัตร โล่รางวัลชนะเลิศ และรองชนะเลิศระดับชาติ จากการตรวจประเมินศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชน (Fix It Center) แบบถาวร ประจำปีงบประมาณ 2563 ทั้งสิ้น 5 รางวัล โดยรางวัลชนะเลิศได้แก่ วิทยาลัยเทคนิคพัทลุง

เลขาธิการ กอศ. กล่าวเพิ่มเติมว่า การให้บริการซ่อมบำรุงเครื่องใช้ไฟฟ้า และเครื่องจักรกลทางการเกษตรแก่ประชาชน ของศูนย์ Fix It Center จำนวน 100 ศูนย์ทั่วประเทศ ผ่านแอปพลิเคชัน ”ช่างอาชีวะ” มีวัตถุประสงค์เพื่อให้นักเรียน นักศึกษาได้นำความรู้ทักษะวิชาชีพมาใช้ปฏิบัติได้จริง เกิดทักษะความชำนาญในวิชาชีพ สามารถแก้ไขปัญหาจากสถานการณ์จริง สร้างจิตอาสาบริการชุมชนและสังคม ยกระดับการจัดการศึกษาอาชีวศึกษาให้มีความทันสมัย, เป็นเครื่องมือในการเข้าถึงการให้บริการประชาชน และการรายงานข้อมูลสภาพปัญหาความต้องการของประชาชนและศูนย์บริการได้อย่างรวดเร็ว, สามารถให้บริการประชาชนได้อย่างเต็มศักยภาพและทั่วถึงมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ ประชาชนที่สนใจใช้บริการช่างพันธุ์ R อาชีวะซ่อมทั่วไทย สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน โดยค้นหาชื่อ “ช่างอาชีวะ” ได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ซึ่งรองรับทั้งระบบปฏิบัติการ iOS และ Android โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

ขั้นตอนการใช้งานแอปพลิเคชัน “ช่างอาชีวะ

– เข้าไปที่ Google Play Store หรือ App Store ค้นหาคำว่า “ช่างอาชีวะ” เลือกไปที่ Application “ช่างอาชีวะ” และกดติดตั้ง
– เปิด Application “ช่างอาชีวะ” กดอนุญาตเพื่อให้ App สามารถใช้งานแผนที่ เพื่อระบุพิกัดสถานที่ในการแจ้งซ่อม
– ในการใช้งานครั้งแรก ต้องกดสมัครสมาชิกก่อน โดยสามารถเลือกจังหวัด และเลือกศูนย์ซ่อมที่อยู่ใกล้เคียง เพื่อไปให้บริการซ่อมถึงบ้านได้
– พื้นหลังสีฟ้า เวอร์ชั่นสำหรับประชาชน

อานนท์ วิชานนท์ / สรุป
ประชาสัมพันธ์ สอศ. / ข้อมูล
กิตติกร แซ่หมู่ / ภาพ

รมว.ศธ.เปิดศูนย์บริหาร​เครือข่าย​การผลิต​และพัฒนากำลัง​คนอาชีวศึกษา​ สาขา​การท่องเที่ยว​ วิทยา​ลัยอาชีวศึกษา​เชียงราย​

จังหวัด​เชียงราย : เมื่อวันอาทิตย์ที่ 17 ตุลาคม​ 2564​ ณ วิทยา​ลัยอาชีวศึกษา​เชียงราย​, นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มอบนโยบายการจัดการศึกษา​ และเปิดศูนย์​บริหาร​เครือข่าย​การผลิต​และพัฒนากำลัง​คนอาชีวศึกษา​ สาขาวิชา​การท่องเที่ยว​ พร้อมด้วยนายสุทธิชัย จรูญเนตร ที่ปรึกษา รมว.ศธ., นางสาวอรพินทร์ เพชรทัต เลขานุการ รมว.ศธ., นาย​สุภัทร​ จำปา​ทอง​ ปลัด ศธ., นายสุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการ​ กอศ. และผู้บริหาร​กระทรวง​ศึกษาธิการ​ โดยมีนายภาสกร บุญญลักษม์ ผู้ว่าราชการจังหวัด​เชียงราย​ นายสัมฤทธิ์​ ไกล​ถิ่น ประธาน​กรรมการ​อาชีวศึกษา​จังหวัด​เชียงราย​ นางสาวอรพิน ดวงแก้ว​ ผอ.วิทยา​ลัย​อาชีวศึกษา​เชียงราย​ ผู้บริหารส่วนราชการ​ ครู และนักเรียน​นักศึกษา ​ร่วมให้การต้อนรับและจัดนิทรรศการความก้าวหน้าการอาชีวศึกษาของพื้นที่

นางสาวอรพิน ดวงแก้ว​ ผอ.วิทยา​ลัย​อาชีวศึกษา​เชียงราย กล่าวว่า วิทยาลัยอาชีวศึกษา​เชียงราย​ มุ่งเน้นการจัดการอาชีวศึกษาร่วมกับสถานประกอบการ หน่วยงานรับรองมาตรฐาน และหน่วยงานการศึกษาทั้งในและต่างประเทศ มีการพัฒนาหลักสูตรให้สอดคล้องกับมาตรฐานอาชีพ พัฒนาครูให้ได้รับการรับรองสมรรนะตามมาตรฐานอาชีพของสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ ปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดการเรียนรู้ด้วยดิจิทัลแพลตฟอร์ม ภายใต้รูปแบบการบริหารสถานศึกษา CVC Model

ในปีการศึกษา 2564 สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ได้ประกาศให้วิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงราย เป็นศูนย์บริหารเครือข่ายการผลิตและพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษา (Center of Vocational Manpower Networking Management : CVM) สาขาวิชาการท่องเที่ยว และสถานศึกษาที่มีความเป็นเลิศ (Excellent Center) สาขาวิชาอาหารและโภชนาการ โดยความร่วมมือของคณะอนุกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนในการผลิตกำลังคนอาชีวศึกษา (อ.กรอ.อศ.) กลุ่มอาชีพการโรงแรมและการท่องเที่ยว และกลุ่มอาชีพภาคธุรกิจและบริการอาหาร เพื่อผลิตและพัฒนากำลังคนให้มีสมรรถนะตามมาตรฐานอาชีพ เข้าสู่สถานประกอบการและตลาดแรงงาน เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศและในระดับนานาชาติ ตามนโยบายวาระเร่งด่วนของ ศธ.

รมว.ศธ.​ กล่าวตอน​หนึ่ง​ว่า การเรียนรู้ในช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดโรคโควิด 19 ถือเป็นความท้าทายอย่างยิ่ง ซึ่ง ศธ.ได้เร่งฉีดวัคซีนครูมากกว่า 70% และเร่งฉีดวัคซีนให้กับนักเรียน เพื่อเข้าสู่กระบวนการเปิดภาคเรียนให้ได้มากที่สุด ซึ่ง​ในส่วนของอาชีวศึกษาถือว่ามีการปรับตัวเป็นอย่างมากโดยเฉพาะการเรียน​ที่ต้องลงมือปฏิ​บัติงานจริง​

จึงขอชื่นชม​การขับเคลื่อนนโยบายการจัดการศึกษา โดยเฉพาะเรื่องการปรับปรุงหลักสูตรและกระบวนการเรียนรู้ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกในศตวรรษที่ 21 เชื่อมโยงการจัดอาชีพเข้ากับกรอบคุณวุฒิวิชาชีพแห่งชาติ (NQF) และกรอบคุณวุฒิอ้างอิงอาเซียน (AQRF) สู่การปฏิบัติ ในการผลิตและพัฒนากำลังคนของประเทศให้มีขีดความสามารถในการแข่งขันในเวทีโลกได้

ทั้งนี้ ​การพัฒนากำลังคน ต้องทำให้มีสมรรถนะสอดรับกับความต้องการของสถานประกอบการในพื้นที่​และภาคเศรษฐกิจ เพื่อให้เยาวชนเรียนจบแล้วสามารถประกอบอาชีพได้ โดยทางอาชีวศึกษาต้องให้ความสำคัญในการร่วมมือกับภาคเอกชนและเครือข่ายต่าง ๆ ขณะเดียวกัน​ทางส่วนกลางได้เร่งดำเนินการด้านความร่วมมือกับภาคเอกชนหลายส่วนเช่นกัน ขอให้ทุกฝ่ายร่วมแรงร่วมใจกันขับเคลื่อนการศึกษาให้เยาวชนมีงานทำและพัฒ​นา​เศรษฐกิจประเทศ​ต่อไป

โอกาสนี้ รมว.ศธ. ได้มอบเกียรติ​บัตร​รางวัล​ Excellence Award แก่ผู้บริหาร​ ครู และนักศึกษา​ ในการส่งผลงานเข้าประกวด “นวัตกรรม​การท่องเที่ยว​นานาชาติ” สำหรับ​นักศึกษา​มหาวิทยาลัย​จีน-อาเซียน​ โดยมหาวิทยาลัย​การท่องเที่ยว​กุ้ยหลิน​ และคณะกรรมการ​บริหาร​เมือง​ชายฝั่งกัมพูชา​

ปารัชญ์ ไชย​เวช ​/ สรุป
ศุภณัฐ​ วัฒนมงคล​ลาภ / ถ่ายภาพ​

นายกรัฐมนตรีตรวจเยี่ยมศูนย์ให้บริการผู้ประสบภัยน้ำท่วมจังหวัดอุบลราชธานี รวมพลังอาชีวะเมืองดอกบัว

(15 ตุลาคม 2564) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วย น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, นายสุทธิชัย จรูญเนตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, นายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และคณะผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการ ลงพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี เยี่ยมให้กำลังใจ มอบกล่องธารน้ำใจ และมอบความห่วงใยให้แก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วม ในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี โดยมีนายสุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และคณะผู้บริหารจากสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา อาชีวศึกษาจังหวัดอุบลราชธานี และอาชีวศึกษาจังหวัดศรีสะเกษ ให้การต้อนรับ ณ ศาลาประชาวาริน อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี

ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวชื่นชมนักเรียน นักศึกษาอาชีวศึกษา ที่ได้ช่วยเหลือประชาชนในยามเกิดภัยพิบัติ

ขณะที่ รมว.ศธ.กล่าวว่า จากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดต่าง ๆ กระทรวงศึกษาธิการได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา นำทีมศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชุน (Fix It Center) จัดตั้งจุดบริการเพื่อบรรเทาภัย และช่วยเหลือฟื้นฟูผู้ประสบภัย โดยให้เตรียมพร้อม และจัดทำแผนการให้ความช่วยเหลือประชาชนทุกพื้นที่ หากเกิดภัยพิบัติในที่ต่าง ๆ ซึ่งนอกจากได้ช่วยเหลือประชาชนแล้ว นักเรียนนักศึกษายังได้ใช้ช่วงวิกฤต สร้างโอกาส และประสบการณ์ในการเรียนรู้จากสถานการณ์จริง  ซึ่งเป็นการส่งเสริม พัฒนาให้นักเรียน นักศึกษา ได้นำความรู้ ความสามารถ ทักษะในวิชาชีพสาขาวิชาต่าง ๆ มาใช้ มีจิตอาสา และเสริมทักษะชีวิต และการช่วยเหลือประโยชน์ต่อสังคม

อย่างไรก็ตาม ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด 19 ศูนย์ Fix It Center จะต้องคำนึงถึงความปลอดภัยสูงสุด ตามมาตรการของสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด ควบคู่ไปด้วยกัน

เลขาธิการ กอศ. กล่าวว่า นักเรียนนักศึกษาอาชีวะได้ช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยให้บริการซ่อมแซมเครื่องมือเครื่องใช้ในครัวเรือนและอุปกรณ์อื่น ๆ สำหรับการประกอบอาชีพของประชาชนที่ชำรุดเสียหายจากภัยน้ำท่วม นอกจากนี้ยังจัดทำอาหารกล่อง จำนวน 250 กล่อง พร้อมน้ำดื่ม จำนวน 600 ขวด แจกจ่ายให้กับประชาชนที่ประสบภัยในครั้งนี้ด้วย

แนวทางการปรับปรุงพัฒนาหลักสูตรและการจัดการเรียนรู้อาชีวศึกษาแนวใหม่

ดร.สุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดเผยว่า จากนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ “นางสาวตรีนุช เทียนทอง” ให้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ทบทวน ปรับปรุง หลักสูตร และการจัดการเรียนการสอนในระดับอาชีวศึกษา ให้มีความทันสมัย รับการเปลี่ยนแปลงกับโลกอาชีพ ตั้งเป้าหมายเริ่มใช้ในปีการศึกษา 2565  นั้น

ขณะนี้ สอศ. ได้วางแนวทางการปรับปรุงพัฒนาหลักสูตรและการจัดการเรียนรู้อาชีวศึกษาแนวใหม่ เพื่อให้สอดคล้องและสามารถดำเนินการได้ในช่วงระยะเวลาการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 โดยจะนำไปใช้ทั้งในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) การจัดการศึกษาในระบบ นอกระบบ และระบบทวิภาคี

ซึ่งจะปรับหลักสูตรให้มีความยืดหยุ่น และเชื่อมโยงการสำเร็จการศึกษา และการมีงานทำ โดยปรับลดรายวิชาสามัญ เพิ่มรายวิชาชีพที่สร้างสมรรถนะให้แก่ผู้เรียน และบูรณาการวิชาสามัญและวิชาชีพในชุดวิชาเดียวกัน ที่เรียกว่าการจัดหลักสูตรแบบโมดูล (Modular System) เพื่อส่งเสริมผู้เรียนในด้านสมรรถนะของงานอาชีพ และจัดการเรียนรู้แบบสะสมหน่วยการเรียนรู้ หรือเรียกว่าธนาคารหน่วยกิต หรือเครดิตแบงก์ (Credit Bank) ที่จะเป็นการเพิ่มโอกาสการเรียนรู้ โดยกำหนดรูปแบบการจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่นตามความต้องการของผู้เรียน สามารถสะสมผลการเรียนรู้ในแต่ละวิชา แต่ละทักษะ องค์ความรู้ที่ต้องการ และนำมาสะสมไว้เพื่อการศึกษาต่อในระดับต่าง ๆ

พร้อมทั้งส่งเสริมจัดการเรียนรู้แบบต่อเนื่อง Block Course และพัฒนาหลักสูตรเพื่อรองรับให้กับกลุ่มผู้ที่สำเร็จการศึกษาและยังไม่มีงานทำ กลุ่มผู้เรียนที่ตกหล่นจากระบบการศึกษา และคนวัยทำงาน หรือผู้ที่ต้องการ Up-Skill, Re-Skill รวมถึงการเรียนรู้ในห้องเรียน และการเรียนรู้แบบออนไลน์ เพื่อตอบโจทย์การเรียนรู้ของคนรุ่นใหม่ ให้สอดคล้องกับสถานะการณ์ทางเศรษฐกิจที่มีการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว มีความซับซ้อน โดยการเพิ่มทักษะใหม่ที่จำเป็น และการทบทวนทักษะความชำนาญ ให้มีมิติในห่วงโซ่คุณค่าของสาขาอาชีพ ทั้งด้านตำแหน่งงาน งานวิกฤติ สมรรถนะกำลังคนและความสามารถทางด้านเทคโนโลยี ฯลฯ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

ทั้งนี้ สอศ.ได้เร่งดำเนินการจัดทำร่างและแนวทางการปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตรเพื่อนำเสนอให้กับคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) ผ่านคณะอนุกรรมการฯ ทั้ง 4 คณะ ได้แก่ 1) คณะอนุกรรมการฯ ด้านหลักสูตรอาชีวศึกษาและมาตรฐานคุณภาพการจัดการอาชีวศึกษา 2) ด้านการกำหนดนโยบายเป้าหมายการผลิตและพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษาและกฎหมาย 3) ด้านความร่วมมือในการผลิตและพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษา 4) ด้านการติดตามและประเมินผลการอาชีวศึกษาและการมีงานทำ รวมถึงคณะอนุกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน เพื่อผลิตและพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษา (อ.กรอ.อศ.)

พร้อมทั้งการดำเนินการในส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติการอาชีวศึกษา พ.ศ. 2551 รวมทั้งกฎกระทรวง ระเบียบ ประกาศหลักเกณฑ์ และข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการอาชีวศึกษา เพื่อให้สามารถดำเนินการประกาศใช้หลักสูตร และรูปแบบการจัดการเรียนการสอนอาชีวศึกษาแนวใหม่ในปีการศึกษา 2565 ต่อไป

ดร.สุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา 

คุณหญิงกัลยา เผยความร่วมมืออาชีวะไทย-จีน เตรียมเปิดหลักสูตรระยะสั้น ด้านภาษา วัฒนธรรมกลุ่มวิชาชีพ ภาคเรียนที่ 2/2564

(5 ตุลาคม 2564) ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมติดตามความร่วมมือด้านอาชีวศึกษาไทย-จีน ณ ห้องประชุมสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

รมช.ศึกษาธิการ เปิดเผยว่า ขณะนี้ความร่วมมือด้านอาชีวศึกษาระหว่างประเทศไทยกับสาธารณรัฐประชาชนจีน อยู่ในขั้นตอนการประสานงาน เพื่อร่วมมือเปิด “หลักสูตรระยะสั้น” ให้กับนักศึกษาและประชาชนทั่วไปอย่างเป็นทางการ ประกอบด้วยการฝึกอบรมหลักสูตรระยะสั้นวิชาภาษาและวัฒนธรรมจีน และการฝึกอบรมหลักสูตรระยะสั้นกลุ่มวิชาชีพ ได้แก่ งานผลิตชิ้นงานด้วยเครื่องกลึงซีเอ็นซี งานผลิตชิ้นงานด้วยเครื่องกัดซีเอ็นซี งานติดตั้งไฟฟ้าในอาคาร และงานติดตั้งไฟฟ้านอกอาคาร โดยใช้สถานที่ของไทย และขอรับการสนับสนุนวิทยากรจากจีน คาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ในภาคเรียนที่ 2/2564

ส่วนความร่วมมือในระยะต่อไป จะจัดให้มีหลักสูตรระยะยาว เสนอการจัดการเรียนการสอนหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) สาขาวิชาไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ และเทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัล

ทั้งนี้ จะมีการหารือแนวทางการตั้งคณะกรรมการร่วมกันทั้งฝ่ายไทยและจีน เพื่อร่วมกันพัฒนาหลักสูตรระยะยาว โดยอาจจัดตั้งเป็นศูนย์การเรียนรู้ชั่วคราวก่อน หากมีความก้าวหน้าหรือมีการพิจารณาเงื่อนไขที่เหมาะสมอาจจะพัฒนาเป็นการก่อตั้งวิทยาลัยอาชีวศึกษาต่อไป

ปารัชญ์ ไชยเวช /สรุป
อธิชนม์ สลางสิงห์ / ภาพ

ปรับหลักสูตรอาชีวะทั้งระบบ สอดคล้องให้ผู้เรียนมีโลกอาชีพ มีสมรรถนะสูงสุดตรงตามสถานประกอบการต้องการ

รมว.ศึกษาธิการ “ตรีนุช เทียนทอง” มอบนโยบายสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ตั้งรับการเปลี่ยนแปลงโลกอาชีพ ทบทวนการจัดการเรียนการสอนอาชีวศึกษาทั้งระบบ ระดับปวช.-ปวส. ให้ผู้เรียนมีสมรรถนะสูงสุดตรงตามที่สถานประกอบการต้องการ เรียนจบหลักสูตรโดยไม่ออกกลางคัน ตั้งเป้าเริ่มใช้ในปีการศึกษา 2565

นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในโลกของอาชีพ ที่มีอาชีพและเทคโนโลยีใหม่ ๆ เกิดขึ้น ศธ. มีความคาดหวังว่านักเรียน นักศึกษาต้องปรับตัวได้ทันกับโลกของอาชีพที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ประกอบกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ซึ่งคาดว่าเราต้องอยู่ร่วมกับโรคติดเชื้อโควิด 19 ไปอีกระยะหนึ่ง

จากการที่ได้ลงพื้นที่ติดตามการจัดการศึกษา ก็ได้รับเสียงสะท้อนจากผู้เรียน สถานศึกษา และประชาชน ว่ามีนักเรียนนักศึกษาออกกลางคันเป็นจำนวนมาก โดยสาเหตุหนึ่ง คือ ความแข็งตัวของหลักสูตร และการจัดการเรียนการสอน ดังนั้น จึงต้องมีการปรับปรุงการจัดการเรียนการสอนอาชีวศึกษาใหม่ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ต่าง ๆ เพื่อให้มั่นใจว่าผู้เรียนมีคุณภาพ มีสมรรถนะสูงสุดตรงตามที่สถานประกอบการ หรือตลาดแรงงานต้องการ

“ดิฉันได้มอบนโยบายให้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ทบทวนเรื่องการจัดการเรียนการสอนของอาชีวศึกษาทั้งระบบ ตั้งแต่หลักสูตรระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) และประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) การจัดการเรียนรู้ การจัดเวลาเรียน การฝึกประสบการณ์สมรรถนะวิชาชีพ การฝึกอาชีพ การประเมินผลการเรียนรายวิชา ตลอดจนการฝึกอาชีพในระบบทวิภาคี รวมถึงเรื่องสื่อที่ใช้ในการจัดการเรียนการสอน เพื่อให้มั่นใจว่าผู้เรียนสายวิชาชีพ สามารถจบออกไปอย่างมีคุณภาพ มีสมรรถนะสูงสุดตรงตามที่สถานประกอบการ หรือตลาดแรงงานต้องการ และที่สำคัญสามารถเรียนจนจบหลักสูตรโดยไม่ออกจากหลักสูตรกลางคัน ซึ่งการปรับปรุงนี้ควรจะดำเนินการให้แล้วเสร็จทันใช้ในปีการศึกษา 2565 นี้” รมว.ศึกษาธิการ กล่าว

“ตรีนุช” ลุยน้ำท่วมสิงห์บุรี ตั้งทีม Fix it Center อาชีวะจิตอาสา ช่วยผู้ประสบอุทกภัย

รมว.ศึกษาธิการ “ตรีนุช เทียนทอง” ลุยน้ำท่วม ตั้งทีม Fix it Center อาชีวะจิตอาสา ซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า-อุปกรณ์ทำมาหากิน ช่วยผู้ประสบอุทกภัย ฟรี! ไม่เสียค่าใช้จ่าย พกแค่บัตรประชาชนใบเดียว พร้อมมอบกล่องยังชีพให้ประชาชน 3 ตำบลในอำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี

(29 กันยายน 2564) นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานพิธีเปิดโครงการ “กระทรวงศึกษาธิการ รวมใจช่วยภัยน้ำท่วม” พร้อมด้วยนายสุทธิชัย จรูญเนตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, นางสาวอรพินทร์ เพชรทัต เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, นายสุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา, นายชำนาญวิทย์ เตรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี ตลอดจนประชาชนในพื้นที่ เข้าร่วมเปิดโครงการ ณ องค์การบริหารส่วนตำบลประศุก อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ในนามของรัฐบาล “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี” มีความห่วงใยประชาชนอย่างมาก เพราะนอกจากจะต้องประสบกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 แล้ว ยังต้องเผชิญกับอุทกภัยอีกด้วย ศธ.มีความห่วงใยความเป็นอยู่ของชุมชน นักเรียน นักศึกษา บุคลากรเป็นอย่างมาก จึงจัดโครงการ Fix it Center เพื่อช่วยบรรเทาทุกข์ของประชาชนที่กำลังได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัย และส่งเสริมให้นักเรียน นักศึกษา นำความรู้ความชำนาญด้านงานช่างมาให้บริการ ซึ่งเป็นการเสริมสร้างและพัฒนาความรู้ความสามารถของนักเรียน นักศึกษาจากประสบการณ์จริง ได้ซ่อมของที่ชำรุดเสียหายจากผู้ประสบภัยจริง และนับให้เป็นเวลาเรียนด้วย

สิ่งสำคัญที่อยากฝากคือ การดำเนินการต่าง ๆ ของสถานศึกษา จะต้องคำนึงถึงความปลอดภัยระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ของนักเรียน นักศึกษา ครู โดยต้องคำนึงถึงความปลอดภัยจากโควิด 19 เป็นอันดับแรก เพื่อให้มั่นใจว่ามีความปลอดภัยทั้งผู้ให้บริการและผู้เข้ารับบริการ

สำหรับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม ของหน่วยงานและสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ในขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานที่แน่ชัด เพราะสถานการณ์น้ำท่วมเริ่มขยายวงกว้างเพิ่มมากขึ้น แต่ในส่วนของ สพฐ.เบื้องต้นทราบว่ามีหน่วยงาน/สถานศึกษาของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากว่า 60 เขต ที่ได้รับผลกระทบ ซึ่ง ศธ.ได้จัดสรรงบประมาณช่วยเหลือเขตพื้นที่การศึกษาละ 300,000 บาท เพื่อช่วยซ่อมแซมอาคารสถานที่ที่ได้รับความเสียหายในเบื้องต้น

“นายกรัฐมนตรีมีความห่วงใย และฝากเน้นย้ำเรื่องการศึกษาด้านการจัดการเรียนการสอนภายใต้สถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด 19 โดยภายในเดือนตุลาคมนี้ รัฐบาลได้จัดสรรวัคซีนไฟเซอร์ ฉีดให้แก่นักเรียนนักศึกษาที่มีอายุ 12-18 ปี โดยกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) จะเร่งฉีดวัคซีนให้นักเรียนนักศึกษาโดยเร็ว เพื่อให้สามารถทันเปิดเรียนรูปแบบปกติ ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564 ที่จะเปิดวันที่ 1 พฤศจิกายนนี้”

ในการนี้ รมว.ศึกษาธิการ และคณะ ได้มอบกล่องยังชีพให้แก่ผู้ประสบอุทกภัย ให้แก่องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ประศุก จำนวน 240 กล่อง อบต.ทับยา 130 กล่อง และอบต.น้ำตาล 130 กล่อง รวมทั้งเยี่ยมชมโรงครัวอาหารปรุงสำเร็จ จัดทำข้าวกล่อง เพื่อช่วยเหลือประชาชน 200 กล่องต่อวัน พร้อมตรวจเยี่ยมศูนย์ซ่อมสร้าง Fix it Center ซึ่งสถานศึกษาอาชีวศึกษาจังหวัดสิงห์บุรี ทั้งภาครัฐและเอกชน รวม 7 แห่ง ได้ดำเนินภารกิจร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ รวมทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งเป็นการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างสถานศึกษากับชุมชนในช่วงภาวะวิกฤตได้เป็นอย่างดี มีนักศึกษาจิตอาสา มาให้บริการซ่อมรถยนต์ รถจักรยานยนต์ เครื่องจักรกลการเกษตร เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน งานเชื่อม มุ้งลวด  และซ่อมคอมพิวเตอร์ โดยเปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 29 กันยายน 2564 เป็นต้นไป จนกว่าน้ำจะลดทั้งหมด ตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 น. ที่หน้า อบต.ประศุก ประชาชนสามารถรับบริการได้ เพียงนำบัตรประชาชนมา โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น

จากนั้น รมว.ศึกษาธิการ และคณะ เดินทางด้วยเรือท้องแบนไปให้ขวัญและกำลังใจ พร้อมมอบกล่องยังชีพแก่ผู้ประสบภัย ที่ไม่สามารถเดินทางออกมารับกล่องยังชีพได้ด้วยตนเองที่ อบต.ประศุก เนื่องจากระดับน้ำท่วมขังบางแห่งสูงกว่า 1.50 เมตร

อานนท์ วิชานนท์ / ข่าว
กิตติกร แซ่หมู่, ปชส.สร. / ภาพ

ศธ.ห่วงสถานศึกษา-ประชาชน ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม มอบอาชีวะนำทีม Fix It Center จิตอาสาช่วยชุมชน

(27 กันยายน 2564) นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า ผลของพายุโซนร้อน “เตี้ยนหมู่” ซึ่งทำให้เกิดอุทกภัยใน 26 จังหวัด รวม 84 อำเภอ 219 ตำบล 908 หมู่บ้าน 5 เขตเทศบาล ประชาชนได้รับผลกระทบ 18,753 ครัวเรือน ซึ่งปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้ว 14 จังหวัด ยังคงมีน้ำท่วมในพื้นที่ 12 จังหวัด ได้แก่ พิจิตร ชัยภูมิ นครราชสีมา พระนครศรีอยุธยา สุโขทัย ชัยนาท นครสวรรค์ สิงห์บุรี ขอนแก่น ลำปาง ลำพูน และอุบลราชธานี นั้น

กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เป็นห่วงสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้น จึงได้มอบหมายให้ต้นสังกัดของสถานศึกษาทั่วประเทศ วางแผนป้องกันภัยจากน้ำท่วม เฝ้าระวัง เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น และให้สถานศึกษารายงานความเสียหายมายังต้นสังกัด เพื่อวางแผนแก้ไขปัญหา ซ่อมแซมอาคารสถานที่ อุปกรณ์ต่าง ๆ และช่วยเหลือสถานศึกษาอย่างเร่งด่วนต่อไป

ทั้งนี้ หลังจากน้ำลดแล้ว ได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ดำเนินโครงการศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชน (Fix It Center) ลงพื้นที่ที่ได้รับความเสียหาย เพื่อช่วยเหลือสถานศึกษา และประชาชนผู้ประสบอุทกภัย ซึ่งที่ผ่านมาศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชน โดยนักเรียน นักศึกษา ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) และประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ในสาขาวิชาต่าง ๆ ได้นำความรู้ความสามารถทางวิชาชีพ ออกให้บริการและประชาชน ชุมชน มาอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม ในการดำเนินการต่าง ๆ สถานศึกษาจะต้องคำนึงถึงความปลอดภัยระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ของนักเรียน นักศึกษา ครู เป็นสำคัญ รวมทั้งความปลอดภัยจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 อีกด้วย ทั้งนี้ ตนจะลงพื้นที่เพื่อให้ความช่วยเหลือสถานศึกษาที่ประสบอุทกภัยต่อไป

นายสุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวว่า สอศ.ได้ขอให้สถานศึกษาทุกแห่งที่ประสบภัย ได้สำรวจความเสียหายและรายงานแจ้งให้ สอศ. พร้อมทั้งให้สถานศึกษาในพื้นที่และพื้นที่ใกล้เคียงที่ไม่ได้รับผลกระทบ ได้จัดเตรียมความพร้อมช่วยเหลือไว้ 2 กรอบ ได้แก่ 1) ในสถานการณ์เผชิญเหตุอุทกภัย โดยศูนย์ Fix it Center จิตอาสา จะให้บริการด้านการขนย้ายสิ่งของ การตัดกระแสไฟฟ้าในพื้นที่ที่น้ำยังไม่ท่วมถึง และการจัดเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็น อาหารกล่อง น้ำดื่ม เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชน 2) ศูนย์ Fix it Center จิตอาสาจะดำเนินการให้บริการซ่อมเครื่องใช้ อุปกรณ์ สิ่งของภายในบ้าน ซ่อมรถจักรยานยนต์ รถยนต์ เครื่องจักรกล เครื่องมือเครื่องใช้ อุปกรณ์ทางการเกษตร ฯลฯ ต่อไป

รมว.ศธ. สั่งการ สพฐ.-สอศ.ขจัดเครียดเรียนออนไลน์

รมว.ศึกษาธิการ แจงผลวิจัยนักเรียนเครียดเรียนออนไลน์ ลั่น ศธ.ลุยแก้ปัญหาแล้ว สั่ง สพฐ.-สอศ. จี้เขตพื้นที่ฯ ติดตามให้ทุกสถานศึกษา ปฏิบัติตามนโยบายลดเวลาเรียนหน้าจอ-ลดการบ้าน-ลดการสอบ ให้เห็นภาพชัดเจน พร้อมเตรียมเปิดช่องทางรับฟังครูโดยตรง

นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวถึงผลการวิจัยของศูนย์พัฒนาองค์ความรู้ด้านกิจกรรมทางกายประเทศไทย (TPAK) สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ที่ได้สำรวจข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมและผลกระทบจากการเรียนออนไลน์ โดยระบุว่า จำนวนการบ้านมากขึ้น, เด็กมีพฤติกรรมเนือยนิ่ง, เครียด วิตกกังวล โดยเฉพาะนักเรียนชั้น ป.6 เตรียมศึกษาต่อ ม.1 และ ม.6 เตรียมศึกษาต่อมหาวิทยาลัย เพราะกังวลว่าจะไม่มีโรงเรียนที่ดีรับเข้าเรียนนั้น

ที่ผ่านมากระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวเนื่องกับการเรียนออนไลน์แล้ว เช่น มีนโยบายลดภาระผู้เรียน ทั้งสายสามัญศึกษา และอาชีวศึกษา โดยปรับเปลี่ยนตัวชี้วัดให้นักเรียนได้เรียนในสิ่งที่ต้องรู้ ลดเวลาเรียนหน้าจอ, ให้การบ้านเท่าที่จำเป็น โดยครูแต่ละวิชาร่วมบรูณาการในการให้การบ้าน, การวัดประเมินผลเน้นหลักฐานการเรียนรู้ มากกว่าการสอบ, เลิกใช้ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) เป็นองค์ประกอบของผลการตัดสินจบการศึกษาและการเข้าศึกษาต่อทั้งในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานและระดับอุดมศึกษา

นอกจากนี้ รัฐบาลได้มีมาตรการจ่ายเงินเยียวยานักเรียนทุกคน คนละ 2,000 บาท โดยผู้ปกครองรับเงินเต็มจำนวน ขณะเดียวกันกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้สนับสนุนอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์สำหรับการเรียนออนไลน์ด้วย เพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาของนักเรียนและผู้ปกครอง

“สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด 19 บีบบังคับให้การศึกษาไทยเปลี่ยนแปลงเข้าสู่ระบบการศึกษาทางไกล ซึ่งการสอนออนไลน์ เป็นช่องทางหนึ่งที่ต้องนำมาใช้จัดการศึกษาให้แก่ผู้เรียนในสถานการณ์นี้ ทำให้นักเรียน ครู และผู้ปกครองบางส่วนไม่สามารถปรับเปลี่ยนตนเองได้ทัน ไม่มีความพร้อมด้านอุปกรณ์ ซึ่ง ศธ.ทราบปัญหาเหล่านี้ โดยมีนโยบาย มาตรการ และแนวปฏิบัติต่าง ๆ เพื่อแก้ไขปัญหาให้ทุกกลุ่มมาโดยตลอด ซึ่งสถานศึกษาบางแห่งก็ปรับได้เร็ว แต่บางแห่งก็ไม่ปรับตัว จัดตารางสอนออนไลน์เหมือนที่เรียนในโรงเรียน ไม่ลดเวลาเรียน ครูยังให้การบ้านนักเรียนจำนวนมาก ซึ่งดิฉันได้สั่งการไปยังสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ให้กำชับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และติดตามสถานศึกษาเป็นรายโรงเรียน ได้ปฏิบัติตามนโยบายลดภาระผู้เรียน ซึ่งที่ผ่านมาทั้ง สพฐ. และ สอศ.ได้ประกาศแนวปฏิบัติการจัดการเรียนการสอนและการวัดประเมินผลที่ยืดหยุ่นในสถานการณ์โควิด 19 ไปแล้ว

โดยหลังจากนี้ เวลาเรียนหน้าจอ และการบ้านของนักเรียน ต้องลดลงอย่างชัดเจนเป็นรูปธรรม ซึ่งเร็ว ๆ นี้ ดิฉันจะเปิดช่องทางรับฟังปัญหาจากครูโดยตรง เพื่อให้ครูสามารถสะท้อนปัญหาการทำงานที่เกิดขึ้นจริงในบริบทที่แตกต่างกัน โดย ศธ.จะรับไปพัฒนาแนวทางช่วยเหลือให้มีประสิทธิภาพเหมาะสมกับแต่ละบริบทต่อไป” รมว.ศึกษาธิการ กล่าว

“อาชีวะเกษตรและประมงทั่วประเทศ” เร่งปลูกฟ้าทะลายโจรและกระชาย 2 แสนต้น เดินหน้าช่วยผู้ประสบภัยโควิด 19

(21 กรกฎาคม 2564) ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มอบ ดร.ศุภชัย ศรีหล้า ประธานคณะทำงานขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์อาชีวะเกษตรและประมง เดินหน้าช่วยผู้ประสบภัยโควิด 19 สั่งการ “อาชีวะเกษตรและประมงทั่วประเทศ” เร่งเพาะกล้าพืชสมุนไพรฟ้าทะลายโจร และกระชาย กว่า 2 แสนต้น แจกจ่ายให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบ พร้อมชื่นชมครู บุคลากร และนักเรียนนักศึกษา ที่ร่วมใจช่วยผู้ป่วยและผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด 19 มาอย่างต่อเนื่อง

ดร.ศุภชัย ศรีหล้า กล่าวว่า ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ได้มอบนโยบายเร่งด่วนให้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) โดยสถาบันการอาชีวศึกษาเกษตรทั้ง 4 ภาค วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี และวิทยาลัยประมงทั่วประเทศ ให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ได้รับผลกระทบจากโควิด 19 ในทุกชุมชนที่ได้รับความเดือดร้อน โดยนอกจากให้การช่วยเหลือด้านสถานที่และอาหารแล้ว ยังให้สถานศึกษาอาชีวะเกษตรฯ ทั้ง 47 แห่ง เพาะพันธุ์ปลานิล ซึ่งแพร่ขยายพันธุ์ง่าย มีรสชาติดี และดีต่อสุขภาพ รวมถึงพืชสมุนไพรไทยอย่างกระชาย และฟ้าทะลายโจร ซึ่งมีสรรพคุณทางการแพทย์ในการเสริมภูมิคุ้มกัน เพื่อแจกจ่ายให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด 19 เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน

“สืบเนื่องมาจากนโยบายของคุณหญิงกัลยา ให้เร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ได้รับผลกระทบจากโควิด 19 จึงได้จัดการประชุมหารือผ่านระบบ Zoom เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมาย โดยมี ดร.ชาติชาย เกตุพรหม ที่ปรึกษาด้านมาตรฐานอาชีวศึกษาเกษตรและประมง นายณรงค์ชัย เจริญรุจิทรัพย์ ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการอาชีวศึกษา ผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ผู้แทนสถาบันการอาชีวศึกษาเกษตรทั้ง 4 ภาค และผู้อำนวยการวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี และวิทยาลัยประมงทั่วประเทศ โดยวิทยาลัยเกษตรและประมงทั้ง 47 แห่งเตรียมดำเนินการ แจก-ปล่อย ปลานิลจำนวน 999,999 ตัว และเพาะ-แจกต้นกล้าฟ้าทะลายโจรจำนวนกว่า 2 แสนต้นภายในเดือนกันยายนนี้ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด 19” ดร.ศุภชัย กล่าว

ทั้งนี้ที่ผ่านมา คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจบุคลากรกระทรวงศึกษาธิการ ที่ทำงานร่วมกับบุคลากรทางการแพทย์ในหลายพื้นที่ เพื่ออำนวยความสะดวก พร้อมทั้งรับปัญหาความต้องการของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด้วย อีกทั้งขอชื่นชมครู บุคลากร และนักเรียนนักศึกษาที่ร่วมใจกัน โดยสถานศึกษาหลายแห่งได้จัดทำอาหารกลางวันในรูปแบบของข้าวกล่องพร้อมน้ำดื่ม มอบให้กับผู้ประสบภัยและบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด 19

WordPress.com.

Up ↑