รมว.ศธ.ส่ง”ไกรเสริม”ลงพื้นที่ร้อยเอ็ด เปิดศูนย์บริการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย “ซ่อม สร้าง ล้าง ใหม่”

(4 ก.ย.62) นายไกรเสริม โตทับเที่ยง เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้รับมอบหมายจากนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ พร้อมด้วยนายสุภัทร จำปาทอง เลขาธิการ สกศ.​, นายประเสริฐ บุญเรือง รองปลัด ศธ., นางสาวอุษณีย์ ธโนศวรรย์ เลขาธิการ ก.ค.ศ., นายศรีชัย พรประชาธรรม เลขาธิการ กศน.​ และนายธนุ วงษ์จินดา ผู้ช่วยเลขาธิการ กพฐ. ลงพื้นที่ อ.โพนทอง และ อ.เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด เพื่อมอบสิ่งของช่วยเหลือประชาชน พร้อมทั้งตรวจเยี่ยมนักศึกษาอาชีวะ และ กศน. ที่เปิดศูนย์บริการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากพายุโพดุล ตามโครงการ​ “กระทรวงศึกษาธิการเพื่อประชาชน ซ่อม สร้าง ล้าง ใหม่” โดยมีนายดำรงค์ สิริวิชย อิ่มวิเศษ รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง​ ผู้นำท้องถิ่น และประชาชนให้การต้อนรับ

ภารกิจที่ อ.โพนทอง

นายประเสริฐ บุญเรือง รองปลัด ศธ. กล่าวว่า จังหวัดร้อยเอ็ดเกิดน้ำท่วมในหลายพื้นที่ โดยอำเภอโพนทองเป็นอำเภอหนึ่งที่ได้รับกระทบดังกล่าว มีโรงเรียน​ได้รับความเสียหาย​ 172 แห่ง​ ปิดเรียน​ 79​ แห่ง​ หมู่บ้านได้รับผลกระทบ 196 หมู่บ้าน จำนวน 9,638 ครัวเรือน ประชาชนได้รับความเดือดร้อนกว่า 68,611 คน

กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) จึงได้จัดบุคลากรจิตอาสาเข้าทำการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน โดยเปิดศูนย์ “ซ่อม สร้าง ล้าง ใหม่” ณ​ วิทยาลัย​เทคนิค​การอาชีพโพนทอง​ และจัดเครื่องอุปโภคบริโภค เพื่อดูแลบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนในอำเภอโพนทอง จำนวน 2,000 ชุด

ภารกิจที่ อ.เสลภูมิ

ต่อมาเลขานุการ​ รมว.ศึกษาธิการ​ พร้อมคณะ​ เดินทางไปโรงเรีย​นบ้านนาแซง​ อ.เสลภูมิ​ จ.ร้อยเอ็ด​ เพื่อพบปะประชาชน​ที่ได้รับ​ผลกระทบ​จากอุทกภั​ย​ โดย​ในส่วน​ของ​อำเภอเสลภูมิ​ จังหวัด​ร้อยเอ็ด​ได้รับผลกระทบจากพายุโพดุล ทำให้เกิดน้ำท่วมในหลายพื้นที่สร้างความเดือดร้อนในการดำรงชีวิตตามปกติ ที่อยู่อาศัยและพื้นที่ทำกินได้รับความเสียหายรวมทั้งการสัญจรไปมาด้วย​ ซึ่งจากการสำรวจมีหมู่บ้านได้รับผลกระทบจำนวน 81​ หมู่บ้าน 12,545 ครัวเรือน ประชาชน​กว่า 48,400 คน ได้รับความเดือดร้อน ไร่นา ทรัพย์สินเสียหาย

กระทรวงศึกษาธิการ จึงจัดบุคลากรจิตอาสาเข้าทำการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน​ที่ได้รับความเดือดร้อนดังกล่าวในแนวทาง “ศูนย์ซ่อม สร้าง​ ล้างใหม่”โดย​ สอศ. และสำนักงาน กศน. ตลอด​จนร่วมกับสำนักงาน​คณะกรรมการ​การศึกษา​ขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)​ จัดเครื่องอุปโภคบริโภค เพื่อดูแลบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนในอำเภอเสลภูมิ​ จำนวน 1,000 ชุด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในครั้งนี้

นายไกรเสริม​ โตทับเที่ยง​​ กล่าว​ว่า​ได้ทราบข้อมูล​ว่าประชาชนจังหวัดร้อยเอ็ด​ ได้รับผลกระทบจากพายุโพดุล ทำให้เกิดน้ำท่วมในหลายพื้นที่สร้างความเดือดร้อนในการดำรงชีวิต​ ที่อยู่อาศัยได้รับผลกระทบรวมทั้งการสัญจรไปมาไม่สะดวก​ และการดำรงชีวิตตามปกติ

รัฐบาลได้ตระหนักถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน และมอบหมายให้ส่วนราชการต่าง​ ๆ​ เข้าทำการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน กระทรวงศึกษาธิการจึงได้มอบหมายให้หน่วยงานในสังกัด​ ดำเนินการช่วยเหลือพี่น้องอย่างเต็มที่ โดยฉพาะอย่างยิ่ง​ สอศ.​ สพฐ.และสำนักงาน​ กศน. เป็นหน่วยงานที่มีความพร้อมด้านบุคลากรจิตอาสา​ เร่งเข้าช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อน ซ่อมแซมปรับปรุงสิ่งของที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม โดยประชาชนสามารถ​แจ้งขอความช่วยเหลือเพื่อรับบริการจากบุคลากรของกระทรวงศึกษาธิการเหล่านี้ได้อย่างเต็มที่​ ซึ่งมีครู​ เจ้าหน้าที่​ส่วนราชการ​ จิตอาสา​จากหน่วยงานในสังกัด​ ศธ.​ ทั่วทั้งภาค​ตะวันออกเฉียงเหนือ​ร่วมดูแลประชาชน​ครั้งนี้​ รวมถึง​เป็นกำลังใจให้ประชาชน​ผ่านภัยพิบัติ​ไปได้ด้วยดี​ และขอบคุณผู้เกี่ยวข้อง​ทุกฝ่ายที่ร่วมแรงร่วมใจกันช่วยเหลือ​ประชาชน​

ต่อมาเลขานุการ​ รมว.ศึกษาธิการ​ พร้อม​คณะ​ ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยม​โรงเรียน​บ้านบุ่งเบ้าห้วยเจริญ​ อ.เสลภูมิ​ จ.ร้อยเอ็ด​ ซึ่งได้รับผลกระทบ​จากน้ำท่วมจนไม่สามารถ​เปิดการเรียน​การ​สอน​ได้​ และกล่าวว่าการลงพื้น​ที่ในวันนี้เพื่อช่วยเหลือ​ประชาชน​ที่ประสบอุทกภัย​ รวมถึง​ตรวจสอบ​สภาพความเสียหาย​ของโรงเรีย​นที่ถูกน้ำท่วม​ ซึ่ง​ขณะนี้​เป็นการช่วยเหลือประชาชน​เฉพาะหน้าก่อน​ ส่วนในระยะต่อไปจะมีการหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง​​ เพื่อจัดสรร​งบประมาณ​และสิ่งจำเป็น​ในการฟื้นฟู​สภาพ​โรงเรียน​ให้สามารถ​เปิดเรียนได้ตามปกติ​ พร้อมยืนยัน​ว่า​ ศธ.ให้ความสำคัญ​กับการศึกษา​และเร่งหาแนวทางเยียวยาผู้​ได้รับ​ผลกระทบ​ทุกภาค​ส่วนเพื่อให้การจัดการศึกษา​สามารถ​ดำเนิน​การได้อย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้​ สพฐ. รายงานสรุป​จำนวนสถานศึกษา​และนักเรียน​ที่ได้รับ​ผลกระทบ​จากพายุโพดุล โดยมีโรงเรียน​ที่ปิดเรียนจำนวน​ 7​ จังหวัด​ ได้แก่​ กาฬสินธุ์​ ยโสธร​ ร้อยเอ็ด​ ศรีสะเกษ​ อุบลราชธานี​ อำนาจเจริญ​ และพิจิตร​ รวมจำนวน​ 29​ โรงเรียน​ มีนักเรียน​ที่ได้รับผลกระทบจากการปิดเรียนรวมจำนวน​ 1,855 คน​ ขณะที่จำนวนโรงเรียน​ที่ได้รับผลกระทบมี​ 9​ จังหวัด​ จำนวนรวม​ 264 โรงเรียน​ และมีนักเรียนได้รับผลกระทบ​รวมจำนวน​ 3,927 คน

โอกาสนี้ ​นายไกรเสริม โตทับเที่ยง เลขานุการ รมว.ศึกษาธิการ ได้เดินทางไปให้กำลังใจครอบครัว นายภิญญา สุวรรณภิญญา อายุ 65 ปี ซึ่งเสียชีวิตจากเหตุการณ์น้ำท่วม เมื่อวันที่ 2 กันยายน 62 ตั้งศพอยู่ที่บ้านเลขที่ 1 หมู่ 2 ต.นาแซง อ.เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด

อิชยา กัปปา, ปารัชญ์​ ไชย​เวช​/ สรุป​
ธนภัทร​ จันทร์​ห้างหว้า, กิตติกร​ แซ่​หมู่​/ ถ่ายภาพ​

รมว.ศธ.เปิดการแข่งขันกีฬาอาชีวะเกมส์ ระดับชาติ ครั้งที่ 14 ที่ลพบุรี

(3 กันยายน 2562) นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดการแข่งขันกีฬาอาชีวะเกมส์ ระดับชาติ ครั้งที่ 14 “ละโว้เกมส์” โดยมีนายสุปกิต โพธิ์ปภาพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ตลอดจนผู้บริหารสถานศึกษา คณาจารย์ และนักเรียนนักศึกษาอาชีวะ เข้าร่วมงานกว่า 4,000 คน ณ สนามกีฬาพระราเมศวร จังหวัดลพบุรี

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า การกีฬาเป็นปัจจัยสำคัญประการหนึ่ง ที่จะส่งเสริมพัฒนาให้นักเรียนนักศึกษาอาชีวศึกษาเป็นบุคคลที่มีสุขภาพดี มีความแข็งแรงทั้งร่างกายและจิตใจ กระทรวงศึกษาธิการจึงได้สนับสนุนให้มีการจัดการแข่งขันกีฬาอาชีวะเกมส์ตั้งแต่ระดับสถานศึกษา ระดับจังหวัด ระดับภาค และระดับประเทศ เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนอาชีวศึกษาได้พัฒนาตนเองทางร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม และสติปัญญา ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนสามารถสร้างงาน สร้างอาชีพ และพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันกับนานาอารยประเทศได้

นอกจากนี้ รมว.ศึกษาธิการ ได้กล่าวให้กำลังใจนักเรียนนักศึกษาและผู้ฝึกสอนที่เข้าร่วมการแข่งขันกีฬา ความว่า นักเรียนนักศึกษาอาชีวศึกษาเป็นแรงบันดาลใจให้กระทรวงศึกษาธิการจัดการเรียนการสอน เพื่อสนับสนุนนักเรียนอาชีวศึกษาที่เป็นกำลังคนสำคัญของประเทศชาติ โดยยืนยันว่าการบริหารงานของกระทรวงศึกษาธิการให้ความสำคัญกับนักเรียนนักศึกษาอาชีวศึกษาเช่นเดียวกับประเทศที่เจริญแล้ว เช่น ญี่ปุ่น เยอรมนี เป็นต้น ที่มีเป้าหมายเพื่อให้มีจำนวนเด็กที่สนใจมาเรียนอาชีวศึกษาเพิ่มมากขึ้น และพัฒนากำลังคนเหล่านี้ให้กับเป็น “กระดูกสันหลัง” ของประเทศต่อไป

การแข่งขันกีฬาอาชีวะเกมส์ ระดับชาติ ครั้งที่ 14 “ละโว้เกมส์” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 2-8 กันยายน 2562 มีสถานศึกษาจากทุกภาคส่งนักกีฬาเข้าร่วมแข่งขันใน 10 ชนิดกีฬา ประกอบด้วย ฟุตบอล ฟุตซอล วอลเลย์บอล บาสเกตบอล เซปักตะกร้อ เปตอง มวยไทยสมัครเล่น มวยสากลสมัครเล่น หมากล้อม และกรีฑา ซึ่งมีนักกีฬาและผู้ฝึกสอนเข้าร่วมแข่งขันประมาณ 3,500 คน รวมทั้งผู้บริหาร ครู และเจ้าหน้าที่ จำนวน 1,000 คน โดยมีสถานศึกษารัฐและเอกชน หน่วยงาน มูลนิธิ และห้างร้านต่าง ๆ ให้การสนับสนุนการจัดการแข่งขันกีฬาในครั้งนี้ เพื่อให้บรรลุตามเป้าหมายที่กำหนดไว้

อรพรรณ ฤทธิ์มั่น: สรุป
นวรัตน์ รามสูต: เรียบเรียง/กราฟิก
ยุทธพงศ์ เลือกกลั่นดี: ถ่ายภาพ
กลุ่มประชาสัมพันธ์ สร.: รายงาน
4/9/2562

ภาพเพิ่มเติม: Facebook

เสมา 2 สั่งการตั้งโรงครัวอาชีวะเกษตร พื้นที่อุทกภัย

(3 ก.ย.62) ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมคณะ ลงพื้นที่เยี่ยมเยียน ให้กำลังใจ มอบสิ่งของ ถุงยังชีพ แก่ผู้ประสบอุทกภัย อ.เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด และ จ.มหาสารคาม

ทั้งนี้ ได้สั่งการให้วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีร้อยเอ็ด และสถาบันการอาชีวศึกษาเกษตรภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ตั้งอยู่ที่ จ.ร้อยเอ็ด) ตั้งโรงครัว โดยนำผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรมาทำเป็นอาหารให้แก่ผู้ประสบอุทกภัยทั่วพื้นที่อีสานในครั้งนี้ด้วย

ส่วนเช้าวันนี้ (4 ก.ย.62) ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รมช.ศึกษาธิการ พร้อมคณะ ได้ลงพื้นที่วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีร้อยเอ็ด เพื่อตรวจเยี่ยมโรงครัวอาชีวะ และประกอบอาหารบรรจุกล่อง แจกจ่ายให้แก่ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ จ.ร้อยเอ็ด และในเขตพื้นที่อีสาน

ทั้งนี้ ได้สั่งการให้วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี ช่วยฟื้นฟูชาวบ้านหลังระดับน้ำลด เช่น ดูแลช่วยเหลือพ่อแม่พี่น้อง ผู้ประสบอุทกภัย ซ่อม สร้าง เครื่องมือเครื่องใช้ เครื่องจักรกลการเกษตร ฯลฯ อีกด้วย

ภาพ/ข่าว: MOE one team

สู่ก้าวใหม่ ว.เกษตรฯ​ “Smart Farming 47 Aggie by STI”

(30 สิงหาคม 2562) คุณหญิงกัลยา​ โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานพิธีเปิดงาน “Smart Farming 47 Aggie by​ STI” โดยมีนายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา รวมทั้งผู้บริหารวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี และวิทยาลัยประมง​ ตลอดจนนักศึกษา​ ผู้สนใจการเกษตร​ เข้าร่วมงานจำนวนมาก ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่า นครราชสีมา

ประเด็นสำคัญ
– ปัจจุบันธุรกิจ​ทางการเกษตร​ไม่เป็นที่สนใจของสังคม​ ผู้ประกอบอาชีพนี้​ลดลง
– สอศ.จึงจัดโครงการ Smart Farming 47 Aggie by STI
– “STI” เป็น​การทำเกษตร ด้วยวิทยาศาสตร์-เทคโนโลยี-นวัตกรรม อย่างมี “สติ”
– หวังช่วยยกระดับ ว.เกษตรฯ และ ว.ประมง 47 แห่งในไทย ก้าวสู่ยุคเกษตร 4.0

นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการ​ กอศ. กล่าวว่า​ ปัจจุบัน​ประเทศไทย​มีผู้ประกอบอาชีพ​เกษตรกร​มากกว่า​ 20​ ล้านคน​ มีรายได้หมุนเวียนกว่า​ 15​ ล้านล้านบาท​ แต่คุณภาพ​ชีวิตของเกษตรกร​ไทยกลับถดถอยลง​ ธุรกิจ​ทางการเกษตร​ไม่เป็นที่สนใจของสังคม​ ส่งผลให้ผู้ต้องการประกอบอาชีพเกษตรกร​ลดลง

สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) จึงได้จัดโครงการ​ Smart Farming 47 Aggie by STI ผ่านการจัดกิจกรรม STI : Scicnce, Technology, Innovation โดยใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีสร้างนวัตกรรม เช่น การบริหารจัดการน้ำให้มีใช้ตลอดทั้งปี กับโครงการต้นแบบแก้มลิงพวง ที่หมู่บ้านลิ่มทอง อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์, การ​ ReSkill Upskill สร้างคน สร้างเงิน สร้างคุณภาพชีวิต ภายใต้หลักการใคร ๆ ก็เรียนได้ ที่วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี​ และวิทยาลัยประมง​ สามารถเรียนรู้การเกษตรที่ทันสมัย มีรายได้ตั้งแต่วันที่เริ่มเรียน มีความสุขตั้งแต่เริ่มลงมือทำ

คุณ​หญิง​กัลยา​ โสภณ​พนิช รมช.ศึกษาธิการ​ กล่าวว่า​​ กระทรวง​ศึกษาธิการ​ (ศธ.)​ โดยสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา​ (สอศ.)​ ได้รับทราบถึงสภาพปัญหาของอาชีพเกษตรไทยในปัจจุบันที่มีความน่าเป็นห่วงอย่างมาก​ โดย​ ศธ.ได้พยายามวางแผนและสร้างโครงการที่มีกิจกรรมต่าง​ ๆ​ เพื่อพัฒนาศักยภาพและยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรไทยให้ดียิ่งขึ้น​ จึงเป็นที่มาของโครงการ Smart farming 47 Aggie by​ STI โดยมีแนวคิดการใช้วิทยาศาสตร์​ (Science)​ เทคโนโลยี​ (Technology)​ และนวัตกรรม​ (Innovation)​

ขณะเดียวกันคำว่า STI ยังอ่านออกเสียงได้ว่า​ “สติ​” ซึ่งหมายถึง​ การทำเกษตรด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมอย่างมีสติ เพื่อสร้างทักษะที่มีอยู่ให้ขึ้นสูงขึ้น​ (UpSkill)​ รวมถึงเปลี่ยนทักษะที่เคยทำให้ทันสมัยยิ่ง​ (ReSkill) โดยเกษตรกร​ นักเรียน​ และผู้ที่สนใจการทำเกษตร​ยุคใหม่​ จะ​ได้รับความรู้​ สามารถสร้างนวัตกรรมเพื่อการเกษตร​ เช่น​ การบริหารจัดการน้ำให้มีใช้ตลอดทั้งปี​ การทำธนาคารน้ำใต้ดิน​ การเลี้ยงสัตว์​ การจัดหลักสูตร​ทวิภาคี​ ไทย-อิสราเอล​ ARAVA​ เป็นต้น​ เพื่อเป็นการต่อยอดอาชีพได้อย่างยั่งยืน​ ผ่านกิจกรรมต่าง​ ๆ​ จากผู้มีประสบการณ์ และผู้ที่ประสบความสำเร็จในอาชีพเกษตรกรรม​ ซึ่งเปรียบเสมือนได้เรียนรู้จากครูมืออาชีพ

โครงการ​ Smart farming 47 Aggie by​ STI ยังช่วยยกระดับวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี​ และวิทยาลัยประมงทั้ง 47 แห่งในประเทศไทย​ ให้มีการเรียนการสอนให้มีความน่าสนใจ​ โดดเด่น​ มีองค์ความรู้​ และมีเทคโนโลยีที่ทันสมัยในการทำการเกษตร​ การเลี้ยงสัตว์​ และอีกหลากหลายสาขาวิชา​ โดยได้รับความร่วมมือจากมหาวิทยาลัยต่าง​ ๆ​ ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการพัฒนาส่งเสริมให้อาชีพเกษตรกรรมไทยเป็นอัตลักษณ์และความภาคภูมิใจอย่างหนึ่งของคนไทย​ ตลอดจนให้สังคมเกษตรกรรมไทยก้าวไปสู่ยุคเกษตร 4.0 ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน​

อิชยา กัปปา, ปารัชญ์​ ไชย​เวช​ /สรุป
ธนภัทร​ จันทร์​ห้างหว้า​ /ถ่ายภาพ​

ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศ สอศ.กำหนดเครื่องแบบปฏิบัติการ และเครื่องแบบพิธีการ อาชีวศึกษาเอกชน

ราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2562 เผยแพร่ประกาศสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เรื่อง การกำหนดลักษณะเครื่องแบบปฏิบัติการ และเครื่องแบบพิธีการของผู้อำนวยการ รองผู้อำนวยการ ครู และบุคลากรทางการศึกษา โรงเรียนในระบบ ประเภทอาชีวศึกษา พ.ศ. 2562

ประกาศ ณ วันที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2562
บุญรักษ์ ยอดเพชร
เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

รายละเอียด: http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2562/E/205/T_0007.PDF

“78 ปี อาชีวะ” เดินหน้าจัดการศึกษาด้านอาชีพ เตรียมคนไทยสู่ศตวรรษที่ 21

(15 ส.ค. 62) คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดงานวันคล้ายวันสถาปนาสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา “กรมอาชีวศึกษา ครบรอบ 78 ปี” ณ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ โดยมีนายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา พร้อมด้วยผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาเข้าร่วมงาน

รมช.ศธ. กล่าวว่า อาชีวศึกษามีความสำคัญและมีบทบาทต่อระบบเศรษฐกิจมากขึ้นทุกวัน จนมีคำกล่าวไว้ว่า “อาชีวะสร้างคน สร้างชาติ” แต่จากการลงพื้นที่เห็นว่า ควรเพิ่มเติมเป็น “อาชีวะแก้จน สร้างคน สร้างชาติ” เพราะการจัดการศึกษาของอาชีวะทำให้ผู้เรียนมีอาชีพ มีรายได้ สามารถสร้างคนนำพาประเทศชาติให้ไปรอด จึงควรส่งเสริมการจัดการศึกษาด้านอาชีพในทุกด้าน โดยเฉพาะด้านการเกษตร ซึ่งเป็นอาชีพหลักของประชากรของประเทศ ควรมีการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ มาประยุกต์ใช้กับการเรียนการสอนที่มีอยู่และดีอยู่แล้วให้ดียิ่งขึ้นอีก เพื่อเตรียมคนไทยสู่ศตวรรษที่ 21

นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการ กอศ. กล่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาครบรอบ 78 ปี ในวันที่ 19 สิงหาคม 2562 ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาเดิม คือ กรมอาชีวศึกษา จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2484 มีภารกิจในการจัดการเรียนรู้ ด้านส่งเสริมการศึกษาวิชาชีพจากรูปแบบโรงเรียนการช่างสตรีและโรงเรียนการช่างชาย จนพัฒนามาเป็นวิทยาลัยเทคนิคและวิทยาลัยอาชีวศึกษา และเมื่อกรมอาชีวศึกษาได้ปรับเปลี่ยนเป็น สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และมีการจัดการเรียนการสอนด้านวิชาชีพ

ต่อมาเมื่อปี พ.ศ.2555 ได้มีการประกาศกฎกระทรวงศึกษาธิการจัดตั้งสถาบันการอาชีวศึกษา 19 แห่ง และสถาบันการอาชีวศึกษาเกษตร จำนวน 4 แห่ง เพื่อรองรับการจัดการศึกษาในระดับปริญญาตรีสายเทคโนโลยีหรือสายปฏิบัติการที่มีเอกลักษณ์เฉพาะทางเน้นการเรียนในภาคปฏิบัติ

ปัจจุบันมีสถานศึกษาอาชีวศึกษาทั้งภาครัฐและเอกชนในการดูแลของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาจำนวนทั้งสิ้น 941 แห่ง ที่จะร่วมกันพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษาให้มีปริมาณคุณภาพเพียงพอต่อความต้องการของภาคเศรษฐกิจ ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมสมัยใหม่ต่อไป

อิชยา กัปปา / สรุป

ขอบคุณภาพถ่าย / ประชาสัมพันธ์ สอศ.

รมว.ศธ.แถลงข่าวโครงการ Share For Child “เดิน วิ่ง ปั่น เพื่อฝันน้อง”

(9 สิงหาคม 2562) นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทวงศึกษาธิการ เป็นประธานแถลงข่าวเปิดโครงการ Share For Child เดิน วิ่ง ปั่น เพื่อฝันน้อง ครั้งที่ 1 ณ บริเวณหน้าอาคาร สพฐ. โดยมนายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ในฐานะผู้แทนมูลนิธิคุณพุ่ม, นายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, นายการุณ สกุลประดิษฐ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยผู้บริหาร นักเรียน และดารานักแสดงร่วมเชิญชวนให้ประชาชนเข้าร่วมโครงการในครั้งนี้

รมว.ศธ. กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 14 ปี ที่มูลนิธิคุณพุ่มจัดตั้งขึ้น ได้สนับสนุนการพัฒนาศักยภาพเด็กและเยาวชนให้เป็นคนเก่ง คนดี มีคุณธรรม สงเคราะห์ผู้ที่มีความบกพร่อง และมีความต้องการพิเศษให้ได้รับโอกาสทางการศึกษา บริการพื้นฐานทางการแพทย์ และทางสังคมที่ถูกต้อง ได้มาตรฐานทั่วถึงและเท่าเทียม ตรงกับแนวทางของกระทรวงศึกษาธิการที่ให้ความสำคัญต่อการจัดกิจกรรมและจัดการศึกษาเพื่อคนพิการ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำของเยาวชนในทุกด้าน

การจัดกิจกรรมครั้งนี้ จึงถือเป็นโอกาสที่กระทรวงศึกษาธิการเชิญชวนประชาชนให้มีส่วนร่วมสนับสนุนเด็กที่มีความต้องการพิเศษต่อไป

นายบุญรักษ์ ยอดเพชร กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้เป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนและหน่วยงานทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาสนับสนุนการดำเนินงานของมูลนิธิฯ ที่มุ่งมั่นทำเพื่อสาธารณประโยชน์ตลอดมา โดยโครงการ Share For Child เดิน วิ่ง ปั่น เพื่อฝันน้อง ครั้งที่ 1 จะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 17 สิงหาคม 2562 ที่กระทรวงสาธารณสุข

นายสุเทพ ชิตยวงษ์ กล่าวเพิ่มเติมถึงโครงการ Share For Child เดิน วิ่ง ปั่น เพื่อฝันน้อง ครั้งที่ 1 มีหลายหน่วยงานที่ให้การสนับสนุน โดยจะมีกิจกรรรมเดินการกุศลร่วมกับเด็กออทิสติก การวิ่งการกุศล Fun Run ระยะทาง 4.4 กิโลเมตร และกิจกรรมการปั่นจักรยาน Fun Bike ระยะทาง 11 กิโลเมตร นอกจากนี้ ภายในงานยังมีบูธบริการซ่อมจักรยานของนักศึกษาอาชีวะ บริการฟรีให้กับผู้เข้าร่วมกิจกรรมด้วย

ผู้สนใจร่วมสมทบทุนมูลนิธิฯ โดยการสมัครร่วมกิจกรรม สามารถสมัครได้ที่ www.zipeventapp.com รายได้หลังหักค่าใช้จ่าย สมทบทุนเข้าโครงการเพื่อระดมทุน และสนับสนุนมูลนิธิคุณพุ่ม เพื่อช่วยเหลือเด็กพิการเป็นทุนการศึกษาและพัฒนาชีวิต

อิชยา กัปปา : สรุป/ถ่ายภาพ

รมช.ศธ.(กนกวรรณ วิลาวัลย์) หารือความร่วมมือหลักสูตรขนส่งทางราง

คณะผู้บริหาร อาจารย์ และนักศึกษาจากวิทยาลัยอาชีวศึกษาเอกชน 4 แห่ง เข้าคารวะเพื่อแสดงความยินดีกับนางกนกวรรณ วิลาวัลย์ ในโอกาสเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ รวมทั้งรายงานความก้าวหน้าในการจัดการศึกษาในการผลิตบุคลากรด้านอาชีวศึกษาภายใต้นโยบายประเทศไทย 4.0 เพื่อรองรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย First S-Curve และ New-S Curve ในโครงการความร่วมมือหลักสูตรขนส่งทางราง อาชีวศึกษา (ทวิวุฒิ) เรียนจบรับวุฒิ 2 ประเทศ ระหว่างสถาบัน Liuzhou Railway Vocational and Technical College ร่วมกับวิทยาลัยอาชีวศึกษาเอกชน พร้อมทั้งหารือเกี่ยวกับการสนับสนุนและส่งเสริมการจัดการศึกษา เมื่อวันจันทร์ที่ 29 กรกฎาคม 2562 เวลา 11.30 น. ณ ประชุมห้องราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ

โครงการความร่วมมือหลักสูตรขนส่งทางราง อาชีวศึกษา (ทวิวุฒิ) ระหว่างสถาบัน LIUZHOU RAIWAY VOCATIONAL TECHNICAL COLLEGE สาธารณรัฐประชาชนจีน ร่วมกับวิทยาลัยอาชีวศึกษาเอกชน ได้แก่ วิทยาลัยเทคโนโลยีพณิชยการอยุธยา วิทยาลัยเทคโนโลยีพณิชยการนครนายก วิทยาลัยเทคโนโลยีชลบุรี และวิทยาลัยเทคโนโลยีฐานเทคโนโลยี ซึ่งได้ดำเนินการมาตั้งแต่ ปี พ.ศ.2558 ใน 2 สาขา คือ สาขางานเทคนิคเครื่องกลระบบขนส่งทางราง และ สาขางานบำรุงรักษาระบบไฟในระบบขนส่งทางรางระบบทวิวุฒิ (ทวิภาคี) นักศึกษาเรียนจบได้วุฒิระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) 2 ใบ เรียนในประเทศไทย 1 ปี และเรียนพร้อมฝึกงานที่ Liuzhou Railway Vocational and Technical College สาธารณรัฐประชาชนจีน 1.5 ปี โดยมีกำหนดจบการศึกษา ดังนี้

รุ่นที่ 1 จำนวน 28 คน ปัจจุบันศึกษาอยู่ที่ Liuzhou Railway Vocational and Technical College ระดับปวส.2 และจะจบการศึกษาในตุลาคม 2562

รุ่นที่ 2 จำนวน 47 คน เข้าเรียนภาษาจีนที่ กุ้ยหลิง วันที่ 4 ธันวาคม 2561 จำนวน 3 เดือน และจะเข้าเรียนที่ Liuzhou Railway Vocational and Technical College วันที่ 1 มีนาคม 2562

รุ่นที่ 3 วิทยาลัยทั้ง 4 แห่งจะเปิดรับนักศึกษาทั้งหมดจำนวน 90 คน ใน 3 สาขา ดังนี้
1. Railway signal auto control จำนวน 30 คน
2. Railway engineering technology จำนวน 30 คน
3. การจัดการบนสถานีรถไฟ จำนวน 30 คน

ในการหารือเกี่ยวกับการจัดการศึกษาในครั้งนี้ มีสาระสำคัญ ดังนี้

  • ขอการสนับสนุนและส่งเสริมจากกระทรวงศึกษาธิการ ให้เกิดความร่วมมือระหว่างกระทรวงคมนาคม สภาอุตสาหกรรมฯ และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา โดยจัดประชุมร่วมกันระหว่างผู้ประกอบการด้านระบบขนส่งทางราง กับผู้บริหารทั้ง 4 วิทยาลัย เพื่อจับคู่ทางการศึกษาในการวางแผนผลิตบุคลากรและเตรียมงานรองรับนักศึกษาระบบขนส่งทางรางที่จะจบการศึกษาในปี 2562
  • ขอการสนับสนุนงบประมาณ ด้านการเรียนและอบรมภาษาจีนให้กับนักศึกษา ก่อนที่จะเดินทางไปศึกษาที่สาธารณรัฐประชาชนจีน
  • สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาพิจารณาอนุมัติให้ทั้ง 4 วิทยาลัย ได้เข้าร่วมโครงการอาชีวะพรีเมียม ทั้ง 5 สาขาวิชา ประกอบด้วย 1. สาขาช่างอากาศยาน 2. สาขาเทคนิคควบคุมและซ่อมบำรุงระบบขนส่งทางราง 3. สาขาเมคคาทรอนิกส์และหุ่นยนต์ 4. สาขาการจัดการโลจิสติกส์ 5. สาขาการท่องเที่ยว และโรงแรม และอนุมัติให้ทั้ง 4 วิทยาลัยได้พัฒนาหลักสูตร สาขายานยนต์ไฟฟ้า และสาขาการจัดการบนสถานีรถไฟ
  • การส่งเสริมพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาทั้ง 5 สาขาวิชา
  • ขอรับการสนับสนุนด้านครุภัณฑ์และสื่อการเรียนการสอน

ในการนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้กล่าวชื่นชมและพร้อมสนับสนุนการจัดการศึกษาที่จะนำไปสู่การพัฒนาเยาวชนอย่างเต็มรูปแบบ โดยจะนำเรื่องดังกล่าวไปหารือร่วมกับคณะทำงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาข้อสรุปในการสนับสนุนและส่งเสริมการจัดการศึกษาเพื่อรองรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย First S-Curve และ New S-Curve เพราะถือว่าเป็นเรื่องที่ดีในการผลักดันให้การศึกษาก้าวไปข้างหน้าและสามารถแข่งขันได้ สอดคล้องกับนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลที่เตรียมความพร้อมคนไทยเข้าสู่ศตวรรษที่ 21 และยกระดับศักยภาพของแรงงานไทยอย่างแท้จริงต่อไป

รมช.ศธ.(ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ) ตรวจเยี่ยมสถานศึกษาที่ลพบุรี

จังหวัดลพบุรี – เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2562 ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ตรวจเยี่ยมสถานศึกษา 4 แห่งในจังหวัดลพบุรี

เวลา 10.30 น. รมช.ศธ.และคณะ ได้ตรวจเยี่ยมวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีลพบุรี อ.พัฒนานิคม โดยเยี่ยมชมแหล่งการเรียนรู้โรงงานผลิตภัณฑ์นมพาสเจอไรส์ ทักษะการตรวจหาเชื้อและสารปนเปื้อนในน้ำนม

จากนั้นเวลา 13.00 น. ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมวิทยาลัยเทคโนโลยีละโว้ อ.เมืองฯ โดยได้เยี่ยมชมสิ่งประดิษฐ์ของนักศึกษา อาทิ เครื่องรดน้ำต้นไม้อัตโนมัติ, รถตัดหญ้าบังคับวิทยุ, เรือรดน้ำในร่องสวนบังคับวิทยุ, เครื่องฝานกล้วยฉาบ, เครื่องปอกกระเทียม, เตาไร้ควันชีวะมวล, เครื่องขุดมันสำปะหลัง, เตาเผาถ่าน ถัง 200 ลิตร, เตาเผาข้าวหลาม เป็นต้น

เวลา 14.30 น. ตรวจเยี่ยมวิทยาลัยเทคนิคลพบุรี อ.เมืองฯ โดยเยี่ยมชมห้องเรียนโครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการกระบวนการ PLC (Programmable Logic Controller) ซึ่งเป็นโครงการการเรียนการสอน Coding โดยตรงของครูสถาบันเทคโนโลยีกำปงสปือ ครูสถาบันเทคโนโลยีกำปงเฌอเตียล และครูสังกัด สอศ. ภายใต้โครงการพระราชทานความช่วยเหลือแก่ราชอาณาจักรกัมพูชา ตามพระราชดําริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15-24 กรกฎาคม 2562

จากนั้น ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช พร้อมด้วยนางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศธ. และคณะผู้บริหารส่วนกลาง ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมโรงเรียนวินิตศึกษา ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งเป็นโรงเรียนการกุศลของวัดในพระพุทธศาสนา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) โดยนายชลำ อรรถธรรม เลขาธิการ กช. และคณะผู้บริหาร ครู นักเรียน ร่วมให้การต้อนรับ

ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช กล่าวตอนหนึ่งว่า กระทรวงศึกษาธิการมีนโยบายในการส่งเสริมการเรียนการสอนด้านทักษะภาษาคอมพิวเตอร์ หรือ Coding เป็นภาษาที่ 3 ของหลักสูตรการศึกษาไทย นอกเหนือจากภาษาไทย และภาษาต่างประเทศ จึงต้องการผลักดันเข้าสู่หลักสูตรการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรมให้เร็วที่สุด

เนื่องจากเทคโนโลยีโลกยุคดิจิทัลเติบโตอย่างรวดเร็ว และเข้ามามีบทบาทมากในชีวิตประจำวันของทุกคน ทำให้วันนี้การเรียนภาษาไม่ได้ถูกจำกัดอยู่ที่ภาษาพูดของมนุษย์เท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงภาษาคอมพิวเตอร์ หรือการเรียนโค้ดดิ้ง (Coding) ที่จำเป็นสำหรับเด็กยุคใหม่ก้าวให้ทันโลก รวมทั้งผู้ประกอบการยุคใหม่ล้วนหันมาเป็นผู้เล่นในตลาดนี้ ดังนั้น Coding คือความจำเป็นทางด้านการศึกษาของประเทศไทย

“ขอฝากความหวังไว้กับนักศึกษา โดยเฉพาะนักศึกษาในระบบทวิภาคี ในเรื่องการศึกษา Coding อย่างจริงจัง เพราะต้องเตรียมพร้อมรองรับความผันผวนของสังคมในอนาคต โลกเราเปลี่ยนแปลงไปไวมาก จึงขอฝากความหวังและความห่วงใยในการจัดการศึกษาของสถานศึกษา เพื่อให้ก้าวทันโลก”

ปกรณ์ เรืองยิ่ง, อานนท์ วิชานนท์ / สรุป
บัลลังก์ โรหิตเสถียร / เรียบเรียง
อธิชนม์ สลางสิงห์ , ธนภัทร์ จันทร์ห้างหว้า , กิตติกร แซ่หมู่ /ถ่ายภาพ