ครม.เห็นชอบแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิใน คกก.สภาการศึกษา

มติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2562 ที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ เห็นชอบแต่งตั้ง นายวณิชย์ อ่วมศรี เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านมาตรฐานและการประกันคุณภาพ และการวัดและประเมินผลการศึกษา ในคณะกรรมการสภาการศึกษา แทน รศ.จีรเดช อู่สวัสดิ์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่ลาออกก่อนครบวาระ

คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบและเห็นชอบตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเสนอ ดังนี้

  1. รับทราบกรณี รองศาสตราจารย์จีรเดช อู่สวัสดิ์ พ้นจากตำแหน่งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านมาตรฐานและการประกันคุณภาพการศึกษา และการวัดและประเมินผลการศึกษา ในคณะกรรมการสภาการศึกษา
  2. เห็นชอบแต่งตั้ง นายวณิชย์ อ่วมศรี เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านมาตรฐานและการประกันคุณภาพการศึกษา และการวัดและประเมินผลการศึกษา ในคณะกรรมการสภาการศึกษา แทนกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่พ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ (ตามข้อ 1.) และให้ผู้ที่ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งแทนอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน โดยให้การแต่งตั้งมีผลตั้งแต่วันที่ 17 ธันวาคม 2562 เป็นต้นไป

ทั้งนี้ ให้กระทรวงศึกษาธิการดำเนินการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการสภาการศึกษาในครั้งต่อไป ให้เป็นไปตามกรอบระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้อย่างเคร่งครัด ตามนัยมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2559 (เรื่อง การดำเนินการแต่งตั้งกรรมการในคณะกรรมการต่าง ๆ ตามที่กฎหมายบัญญัติให้เป็นไปตามกรอบระยะเวลาตามกฎหมาย)

บัลลังก์ โรหิตเสถียร
สรุป/รายงาน

ครม.อนุมัติแต่งตั้งผู้บริหารระดับสูง ศธ. 3 ราย (ก.ค.ศ. สกศ. สพฐ.)

(11 ธ.ค. 62) นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญ สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง 3 ราย ดังนี้

  1. นางสาวอุษณีย์ ธโนศวรรย์ เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สำนักงานปลัดกระทรวง ดำรงตำแหน่ง รองเลขาธิการสภาการศึกษา สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา
  2. นางวัฒนาพร ระงับทุกข์ รองเลขาธิการสภาการศึกษา สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ดำรงตำแหน่ง รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
  3. นายอัมพร พินะสา รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ดำรงตำแหน่ง เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สำนักงานปลัดกระทรวง

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นต้นไป เพื่อสับเปลี่ยนหมุนเวียน

ปารัชญ์ ไชยเวช / สรุป

มติ ครม.3 ธันวาคม 2562 ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ

สรุปมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2562 ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ 2 เรื่อง คือ การแต่งตั้งกรรมการในคณะกรรมการสภาการศึกษา และการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติสู่การปฏิบัติ

รับทราบการแต่งตั้งกรรมการในคณะกรรมการสภาการศึกษา แทนกรรมการที่เป็นผู้แทนองค์กรศาสนาอื่น ที่พ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ

คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบ และเห็นชอบตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเสนอ ดังนี้

  1. รับทราบกรณี นายกิตติพันธ์ ใจดี พ้นจากตำแหน่งกรรมการที่เป็นผู้แทนองค์กรศาสนาอื่นในคณะกรรมการสภาการศึกษา
  2. เห็นชอบแต่งตั้ง บาทหลวงเดชา อาภรณ์รัตน์ เป็นกรรมการที่เป็นผู้แทนองค์กรศาสนาอื่นในคณะกรรมการสภาการศึกษา แทนกรรมการที่พ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ

และให้ผู้ที่ได้รับแต่งตั้งอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 3 ธันวาคม 2562 เป็นต้นไป

เห็นชอบแนวทางการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติสู่การปฏิบัติ

คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ เสนอมติคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติในการประชุมครั้งที่ 2/2562 เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2562 ดังนี้

  1. เห็นชอบการกำหนดหน่วยงานเจ้าภาพและภารกิจ ในการขับเคลื่อนประเด็นแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ หน่วยงานเจ้าภาพขับเคลื่อนเป้าหมายระดับประเด็นของแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ และหน่วยงานเจ้าภาพขับเคลื่อนเป้าหมายระดับแผนย่อยของแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ และมอบหมายให้หน่วยงานเจ้าภาพประสานและบูรณการการดำเนินงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาให้บรรลุเป้าหมายที่กำหนดตามแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ
  2. เห็นชอบแนวทางการจัดทำแผนระดับที่ 3 ในส่วนของแผนปฏิบัติการด้าน…. และมอบหมาย สศช. พิจารณากำกับการดำเนินการตามแนวทางดังกล่าว เพื่อให้เกิดการถ่ายระดับของแผนทั้งสามระดับอย่างเป็นรูปธรรม รวมทั้งเห็นชอบให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน เร่งดำเนินการจัดทำแผนปฏิบัติราชการ แผนวิสาหกิจ และแผนปฏิบัติการ ตามลำดับ และขอความร่วมมือให้หน่วยงานของรัฐอื่น ๆ ดำเนินการจัดทำแผนปฏิบัติราชการ โดยให้ใช้ชื่อตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะทำให้เกิดการถ่ายทอดเป้าหมายตามยุทธศาสตร์ชาติ และแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติไปสู่การปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมทั้งนำเข้าแผนในระบบการติดตามและประเมินผลแห่งชาติ (Electronic Monitoring and Evaluation System of National Strategy and Country Reform : eMENSCR)
  3. เห็นชอบให้คณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ สำนักงบประมาณ (สงป.) สศช. ร่วมกับหน่วยงานของรัฐ ในการจัดทำโครงการสำคัญ นำไปสู่การก่อให้เกิดการสนับสนุนการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติและแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติให้บรรลุผลตามเป้าหมายและวิสัยทัศน์ที่วางไว้ได้อย่างเป็นรูปธรรม และใช้เป็นคำของบประมาณประจำปี 2564 ต่อไป
  4. มอบหมายให้หน่วยงานของรัฐดำเนินการ ดังนี้ 4.1 นำเข้าข้อมูลผลการดำเนินโครงการ/การดำเนินงานในความรับผิดชอบในระบบ eMENSCR ให้แล้วเสร็จก่อนสิ้นเดือนธันวาคม 2562 และ 4.2 นำเข้าข้อมูลสถิติ สถานการณ์ หรือข้อมูลอื่นใดในระบบ eMENSCRสำหรับการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติและแผนการปฏิรูปประเทศ ให้เกิดการขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายเดียวกันอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป รวมทั้งเชื่อมโยงระบบข้อมูลสารสนเทศในความรับผิดชอบ โดยเฉพาะระบบข้อมูลสารสนเทศด้านงบประมาณของ สงป. และกรมบัญชีกลางเข้ากับระบบ eMENSCRนอกจากนี้ให้หน่วยงานที่อยู่ระหว่างหรือจะดำเนินการพัฒนาระบบการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลใช้ระบบ eMENSCRในการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผล ก่อนที่จะมีการพัฒนาระบบ
  5. เห็นชอบการปรับปรุงแผนการปฏิรูปประเทศให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ และมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง และมอบหมายคณะกรรมการปฏิรูปประเทศดำเนินการตามขั้นตอนและกรอบระยะเวลาของกฎหมาย ทั้งนี้ ในการรับฟังความคิดเห็นของภาคส่วนต่าง ๆ ให้ดำเนินการร่วมกัน เพื่อประสิทธิภาพในการดำเนินการ การประหยัดเวลาและงบประมาณต่อไป

สำหรับหน่วยงานที่รับผิดชอบในการดำเนินการอนุมัติแผนงาน/โครงการผ่านระบบติดตามและประเมินผลแห่งชาติ (eMENSCR) ของผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ คือ กลุ่มขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (กลุ่ม ป.ย.ป.) กระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งเป็นหน่วยงานมีฐานะเทียบเท่าระดับสำนัก สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ โดยนายธีรพงษ์ สารแสน รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ปฏิบัติหน้าที่ผู้นำกลุ่ม ป.ย.ป.ศธ.

บัลลังก์ โรหิตเสถียร / สรุป

ครม.เห็นชอบการดำเนินโครงการโรงเรียนประชารัฐจังหวัดชายแดนภาคใต้ ปีงบประมาณ63–66

มติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2562 ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ / เห็นชอบการดำเนินโครงการโรงเรียนประชารัฐจังหวัดชายแดนภาคใต้ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 – 2566 จำนวน 3,416.54 ล้านบาท เพื่อให้สามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่องจนนักเรียนจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน รวมทั้งยกเลิกมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2541 ในส่วนของการแต่งตั้งผู้บริหารเทคโนโลยีสารสนเทศระดับสูงประจำกระทรวง (CIO)

เห็นชอบโครงการโรงเรียนประชารัฐ จชต. ปี 63-66

คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบในหลักการ ให้มีการดำเนินโครงการโรงเรียนประชารัฐจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตามที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เสนอ โดยมีกรอบงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 – 2566 จำนวน 3,416.54 ล้านบาท ประกอบด้วย งบเงินอุดหนุนค่าใช้จ่ายรายหัว งบดำเนินงาน งบลงทุน โดยมีแหล่งงบประมาณ ดังนี้

  • งบประมาณปี 2563 ให้ใช้จ่ายจากงบประมาณรายจ่ายของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 ไปพลางก่อน และงบประมาณปี พ.ศ. 2563 เมื่อพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ประกาศใช้บังคับแล้ว
  • งบประมาณปี 2564 – 2566 ขอให้ สพฐ. ขอรับการจัดสรรงบประมาณฯ โดยจัดทำรายละเอียดประมาณการค่าใช้จ่ายเพื่อประกอบการพิจารณาของสำนักงบประมาณให้เหมาะสม สอดคล้องกับจำนวนนักเรียนที่มีอยู่จริง โดยคำนึงถึงความคุ้มค่าและประหยัด ประสิทธิภาพและผลสัมฤทธิ์เป็นสำคัญด้วย ตามความเห็นของสำนักงบประมาณ

สาระสำคัญของเรื่อง   ศธ. เสนอคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบหลักการดำเนินโครงการโรงเรียนประชารัฐจังหวัดชายแดนภาคใต้ในพื้นที่จังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา จังหวัดนราธิวาส และ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา (อำเภอจะนะ อำเภอเทพา อำเภอนาทวี และอำเภอสะบ้าย้อย) โดยปรับให้โรงเรียนระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาในพื้นที่ของแต่ละอำเภอ อำเภอละ 1 แห่ง เป็นโรงเรียนประจำพักนอน จำนวน 65 หลัง

วัตถุประสงค์หลักเพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนที่ยากจน นักเรียนที่ถูกทอดทิ้งไม่มีผู้อุปการะ และนักเรียนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้เข้ารับบริการทางการศึกษาขั้นพื้นฐานอย่างทั่วถึงอันจะเป็นการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และยกระดับคุณภาพการศึกษาในพื้นที่เป้าหมายอย่างเป็นรูปธรรมซึ่งจะนำไปสู่การแก้ปัญหาในพื้นที่ต่อไป

ทั้งนี้ สพฐ. ได้เริ่มดำเนินโครงการโรงเรียนประชารัฐจังหวัดชายแดนภาคใต้มาตั้งแต่ปีการศึกษา 2561 จนถึงปัจจุบันมีโรงเรียนที่อยู่ในโครงการทั้งสิ้น 64 โรงเรียน และมีการเบิกจ่ายจากงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2561 – 2562 แล้ว จำนวน 408.83 ล้านบาท ดังนั้น เพื่อให้โครงการดังกล่าวสามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่องจนนักเรียนจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน และสามารถรองรับจำนวนนักเรียนที่คาดการณ์ว่าจะสมัครเข้าร่วมโครงการมากขึ้นในอนาคต ศธ. จึงขอรับการจัดสรรงบประมาณประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 – 2566 ในกรอบวงเงิน 3,416.54 ล้านบาท

เห็นชอบหลักการแนวทางบริหารจัดการผู้บริหารเทคโนโลยีสารสนเทศระดับสูงภาครัฐ

คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบ ดังนี้

  1. เห็นชอบในหลักการแนวทางการบริหารจัดการผู้บริหารเทคโนโลยีสารสนเทศระดับสูงภาครัฐ (Government Chief Information Officer Management Guideline) โดยให้ยกเลิกมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2541 เรื่อง  การแต่งตั้งผู้บริหารเทคโนโลยีสารสนเทศระดับสูงประจำกระทรวง ทบวง  กรม  และการจัดทำแผนแม่บทเทคโนโลยีสารสนเทศของกระทรวง ในส่วนของการแต่งตั้งผู้บริหารเทคโนโลยีสารสนเทศระดับสูงประจำกระทรวง  ทบวง  กรม  และทบทวนมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2556 เรื่อง โครงการอบรมหลักสูตรรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริหารระดับสูง ในส่วนที่ให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) เป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการฝึกอบรมหลักสูตรรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริหารระดับสูง  ตามที่สำนักงาน ก.พ. เสนอ
  2. ให้สำนักงาน ก.พ. รับความเห็น  ข้อเสนอแนะ  และข้อสังเกตของหน่วยงานต่าง ๆ ไปหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาข้อสรุปในประเด็นต่าง ๆ  เช่น ประเด็นความซ้ำซ้อนขององค์ประกอบและหน้าที่ความรับผิดชอบระหว่างคณะกรรมการผู้บริหารเทคโนโลยีสารสนเทศระดับสูงภาครัฐกับคณะกรรมการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล ประเด็นการจัดอบรมหลักสูตรผู้บริหารเทคโนโลยีสารสนเทศระดับสูงภาครัฐให้เหมาะสมและสอดคล้องกับภารกิจของแต่ละหน่วยงานและไม่ซ้ำซ้อนกับหลักสูตรรัฐบาลอิเล็กทริอนิกส์สำหรับผู้บริหารระดับสูง  ก่อนแจ้งให้ส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐรับทราบและถือปฏิบัติ
  3. ให้สำนักงาน ก.พ. หารือร่วมกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม  สำนักงบประมาณคณะกรรมการบริหารพนักงานราชการ  และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เกี่ยวกับการจัดสรรกรอบอัตรากำลังพนักงานราชการเพิ่มเติมให้แก่ส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐ  เพื่อทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาผู้บริหารเทคโนโลยีสารสนเทศระดับสูงภาครัฐ  และผู้ปฏิบัติงานสนับสนุนผู้บริหารเทคโนโลยีสารสนเทศระดับสูงภาครัฐ  ตามแนวทางการบริหารจัดการดังกล่าวให้ได้ข้อยุติก่อนดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

บัลลังก์ โรหิตเสถียร
สรุป/รายงาน

ครม.อนุมัติแต่งตั้งผู้บริหารระดับสูง ศธ.6 ราย

สรุปมติคณะรัฐมนตรี ที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2562 มีมติอนุมัติแต่งตั้งข้าราชการให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหาร ระดับสูง (กระทรวงศึกษาธิการ) จำนวน 6 ราย ดังนี้

  1. นายสุเทพ แก่งสันเทียะ รองศึกษาธิการภาค (นักบริหาร ระดับต้น) สำนักงานศึกษาธิการภาค 14 สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงศึกษาธิการ ให้ดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการ (นักบริหาร ระดับสูง) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ
  2. นายสุทิน แก้วพนา ผู้ช่วยปลัดกระทรวง (นักบริหาร ระดับต้น) สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงศึกษาธิการ ให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง (นักบริหาร ระดับสูง) สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงศึกษาธิการ
  3. นายวีระ แข็งกสิการ รองศึกษาธิการภาค (นักบริหาร ระดับต้น) สำนักงานศึกษาธิการภาค 1 สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงศึกษาธิการ ให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง (นักบริหาร ระดับสูง) สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงศึกษาธิการ
  4. นายมณฑล ภาคสุวรรณ์ รองเลขาธิการ (นักบริหาร ระดับต้น) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงศึกษาธิการ ให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง (นักบริหาร ระดับสูง) สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงศึกษาธิการ
  5. นายสุรินทร์ แก้วมณี รองศึกษาธิการภาค (นักบริหาร ระดับต้น) สำนักงานศึกษาธิการภาค 17 สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงศึกษาธิการ ให้ดำรงตำแหน่งศึกษาธิการภาค (นักบริหาร ระดับสูง) สำนักงานศึกษาธิการภาค 5 สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงศึกษาธิการ
  6. นายยศพล เวณุโกเศศ รองเลขาธิการ (นักบริหาร ระดับต้น) สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงศึกษาธิการ ให้ดำรงตำแหน่งศึกษาธิการภาค (นักบริหาร ระดับสูง) สำนักงานศึกษาธิการภาค 8 สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงศึกษาธิการ

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นต้นไป

ศธ.ประชุมเตรียมความพร้อมการลงพื้นที่ ครม.สัญจร ที่กาญจนบุรี

(5 พ.ย. 62) นายประเสริฐ บุญเรือง รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ รักษาราชการแทนปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมร่วมกับผู้บริหารส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี และสุพรรณบุรี ณ วิทยาลัยอาชีวศึกษากาญจนบุรี เพื่อเตรียมการในการลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาลของรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ ในการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่ 1/2562 ในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 1 (กาญจนบุรี ราชบุรี และสุพรรณบุรี) ระหว่างวันที่ 11-12 พ.ย. 62

นายประเสริฐ บุญเรือง กล่าวว่า ในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ ทั้ง 3 รัฐมนตรีจะลงพื้นที่ในวันจันทร์ที่ 11 พ.ย. 62 ดังนี้

  • นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ ลงพื้นที่ จ.กาญจนบุรี เพื่อติดตามการดำเนินงานการแก้ไขปัญหาโรงเรียนขนาดเล็ก สังกัด สพฐ. ที่โรงเรียนวัดกร่างทองราษฎร์บูรณะ อ.ท่าม่วง และติดตามการจัดการศึกษาเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ และการศึกษาของนักเรียนชายขอบ รวมทั้งพบปะคณะครูนักเรียน ที่วิทยาลัยเทคนิคกาญจนบุรี อ.เมืองกาญจนบุรี
  • คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รมช.ศึกษาธิการ ลงพื้นที่ จ.ราชบุรี เพื่อเยี่ยมชมฟาร์มโคขุน เยี่ยมชมนิทรรศการการจัดการเรียนการสอน ผลงาน และพบปะพูดคุยกับนักศึกษา ที่วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีราชบุรี อ.โพธาราม จากนั้นไปเยี่ยมชมฟาร์มโคนมเกษตรกรดีเด่น อ.บ้านโป่ง
  • นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศึกษาธิการ ลงพื้นที่ จ.กาญจนบุรี เพื่อประชุมผู้บริหารและรับฟังผลดำเนินงานของสำนักงาน กศน.จังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี และสุพรรณบุรี ที่ศูนย์ กศน.อำเภอท่ามะกา จากนั้นไปติดตามผลการดำเนินงานการจัดการศึกษาโรงเรียนเอกชนที่มีคุณภาพยอดเยี่ยม ที่โรงเรียนดรุณากาญจนบุรี อ.เมืองกาญจนบุรี และติดตามการดำเนินงานโรงเรียนเอกชนการจัดการศึกษาที่มีปัญหา ที่โรงเรียนหมู่บ้านเด็ก อ.เมืองกาญจนบุรี

จากนั้นในวันอังคารที่ 12 พ.ย. 62 เวลา 08.30 น. รัฐมนตรีจะเข้าร่วมการประชุมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 1 (กาญจนบุรี ราชบุรี และสุพรรณบุรี) และเวลา 10.30 น.จะเข้าร่วมประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ณ มหาวิทยาลัยราชภัฎกาญจนบุรี ต่อไป

อิชยา กัปปา : สรุป/ภาพ

ครม.รับทราบการพัฒนาระบบการสอบภาค ก.ให้เป็นมาตรฐานเดียวกันสำหรับ จนท.ของรัฐทุกประเภท

มติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2562 รับทราบการพัฒนาระบบการสอบวัดความรู้ความสามารถทั่วไป ให้เป็นมาตรฐานเดียวกันสำหรับเจ้าหน้าที่ของรัฐทุกประเภท

คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบและเห็นชอบ ดังนี้

  1. รับทราบการพัฒนาระบบการสอบวัดความรู้ความสามารถทั่วไปให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน สำหรับเจ้าหน้าที่ของรัฐทุกประเภท ตามที่สำนักงาน ก.พ. เสนอ
  2. ให้สำนักงาน ก.พ. หารือร่วมกับองค์กรกลางบริหารงานบุคคลของข้าราชการประเภทต่าง ๆ  ที่อยู่ภายใต้กำกับของฝ่ายบริหาร ได้แก่  สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) สำนักงานคณะกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น  สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ถึงความจำเป็น เหมาะสม และความเป็นไปได้ในการดำเนินการตามประเด็นต่าง ๆ  ให้ได้ข้อยุติก่อนดำเนินการตามขั้นตอนต่อไปในประเด็น ดังนี้
    – การนำหลักสูตรการสอบและเกณฑ์การตัดสินการสอบผ่านการสอบภาค ก. ตามแนวทางของสำนักงาน ก.พ. ไปปรับใช้เป็นส่วนหนึ่งในหลักสูตรการสอบและการตัดสินการสอบผ่านฯ ของหน่วยงานตนเอง เพื่อให้แนวทางในการเลือกสรรบุคคลเข้ารับราชการเป็นมาตรฐานเดียวกัน
    – การนำหนังสือรับรองผลการสอบผ่านการสอบภาค ก. ของสำนักงาน ก.พ. ไปใช้แทนผลการสอบผ่านการสอบภาค ก. ของหน่วยงานตนเองได้  ทั้งนี้ ให้นำความเห็นและข้อสังเกตของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปพิจารณาร่วมด้วย

สาระสำคัญของเรื่อง

สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (สำนักงาน ก.พ.) เสนอคณะรัฐมนตรีรับทราบผลการดำเนินการของสำนักงาน ก.พ. เกี่ยวกับการพัฒนาระบบการสอบเพื่อวัดความรู้ความสามารถทั่วไป (การสอบภาค ก.) ให้เป็นมาตรฐานเดียวกันสำหรับเจ้าหน้าที่ของรัฐทุกประเภท  ทั้งนี้  สามารถสรุปผลการดำเนินการ รวมทั้งหลักสูตรและเกณฑ์การตัดสินการสอบผ่านการสอบภาค ก. ของสำนักงาน ก.พ. ได้ดังนี้

หัวข้อรายละเอียด
รูปแบบการดำเนินการจัดการสอบภาค ก.
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
– การดำเนินการสอบภาค ก. ประจำปีงบประมาณ จะเปิดรับสมัครสอบช่วงเดือนกุมภาพันธ์หรือเดือนมีนาคม และดำเนินการจัดสอบในเดือนมิถุนายนหรือเดือนกรกฎาคม ตามศูนย์สอบทั่วประเทศ ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค
– การดำเนินการสอบภาค ก. ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์  จะเปิดรับสมัครสอบเฉพาะระดับปริญญาตรีและปริญญาโทตลอดทั้งปี โดยที่ผ่านมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2559 – 2561 มีจำนวนผู้สมัครสอบรวมทั้งสิ้น 3,840 คน มีผู้มาสอบ 3,059 คน มีผู้สอบผ่าน 367 คน คิดเป็นร้อยละ 12 ของผู้เข้าสอบ
– การดำเนินการสอบภาค ก. สำหรับส่วนราชการ เป็นการจัดสอบภาค ก. ให้แก่ผู้สอบที่สอบผ่านการสอบภาค ข. หรือการสอบภาค ค. เพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการของส่วนราชการต่าง ๆ
– หลักสูตรและเกณฑ์การตัดสินการสอบผ่านการสอบภาค ก.
 หลักสูตรการสอบภาค ก.เกณฑ์การตัดสินการสอบผ่านการสอบภาค ก.– วิชาความสามารถในการคิดวิเคราะห์ ได้แก่
(1) การวิเคราะห์เชิงภาษา เช่น การใช้ภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร  ความเข้าใจในการอ่านภาษาไทย 
(2) การวิเคราะห์เชิงนามธรรม  เช่น การคิดหาความสัมพันธ์เชื่อมโยงคำ  การหาข้อสรุปอย่างสมเหตุสมผลจากข้อความ สัญลักษณ์ และ (3) การคิดวิเคราะห์เชิงปริมาณ  เช่น การแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์เบื้องต้น 
– วิชาภาษาอังกฤษ
– วิชาความรู้และลักษณะการเป็นข้าราชการที่ดี- ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 ในระดับต่ำกว่าปริญญาตรีและปริญญาตรีและไม่ต่ำกว่าร้อยละ 65 ในระดับปริญญาโท
– ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 ในทุกระดับ/ใช้ผลคะแนนภาษาอังกฤษอื่นแทนได้
– ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 ในทุกระดับ
สถิติจำนวนผู้สมัครสอบและผู้สอบผ่านการดำเนินการสอบภาค ก. ที่สำนักงาน ก.พ. เป็นผู้ดำเนินการจัดสอบทั้งหมดในแต่ละปีจะมีผู้สมัครสอบจำนวนประมาณ 500,000 – 600,000 คน โดยจากข้อมูลสถิติผู้สอบผ่านการสอบภาค ก. ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2537  – 2561 พบว่า มีผู้มีที่ได้รับหนังสือรับรองผลการสอบผ่านทั้งหมด  จำนวน 572,860 คน แบ่งเป็น
– ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) จำนวน 16,852 คน
– ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) / ประกาศนียบัตรวิชาชีพเทคนิค (ปวท.)/อนุปริญญา จำนวน 86,842 คน
– ระดับปริญญาตรี จำนวน 446,666 คน
– ระดับปริญญาโท จำนวน 22,500 คน
นอกจากนี้ ปัจจุบันมีหน่วยงานรัฐหลายแห่ง ซึ่งรวมถึงสำนักงาน ก.ก. ได้ทำความตกลงร่วมกับสำนักงาน ก.พ. ในการนำหนังสือรับรองผลการสอบผ่านการสอบภาค ก. ของสำนักงาน ก.พ. ไปใช้ในการสมัครสอบภาค ข. ของหน่วยงานด้วยแล้ว
แนวทางการใช้หนังสือรับรองผลการสอบผ่าน การสอบภาค ก.ผู้ที่สอบผ่านการสอบภาค ก. จะได้รับหนังสือรับรองผลการสอบผ่าน โดยผู้สอบผ่านสามารถนำหนังสือรับรองผลฯ ไปใช้ในขั้นตอนของการสอบภาค ข. และการสอบภาค ค. ซึ่งดำเนินการโดยส่วนราชการต่อไป
ประโยชน์การนำหนังสือรับรองผลฯ ไปใช้กับหน่วยงานรัฐประเภทอื่นจะสามารถทำให้ประหยัดงบประมาณในการดำเนินการสอบ  และเป็นประโยชน์ต่อประชาชนที่ไม่ต้องสอบเพื่อวัดความรู้ความสามารถทั่วไปหลายครั้ง

บัลลังก์ โรหิตเสถียร / เรียบเรียง

ครม.แต่งตั้งเลขานุการ รมว.ศธ.

(29 ต.ค.62) นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีว่า มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงศึกษาธิการเสนอแต่งตั้ง นายอนุชา บูรพชัยศรี ให้ดำรงตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม 2562 เป็นต้นไป

เลขานุการ รมว.ศธ. ” อนุชา บูรพชัยศรี”
ภาพจากเฟซบุ๊ก
www.facebook.com/anucha.b.dp

นอกจากนี้ คณะรัฐมนตรีมีมติกำหนดให้วันจันทร์ที่ 30 ธันวาคม 2562 เป็นวันหยุดราชการเพิ่มเป็นกรณีพิเศษ อีก 1 วันในปี 2562 เพื่อให้มีวันหยุดต่อเนื่องในช่วงเทศกาลขึ้นปีใหม่ ทำให้เกิดการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจและสนับสนุนภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวในช่วงเวลาดังกล่าว  แต่ในกรณีที่หน่วยงานใดมีภารกิจในการให้บริการประชาชน หรือมีความจำเป็นหรือราชการสำคัญในวันดังกล่าวโดยได้กำหนดหรือนัดหมายไว้ก่อนแล้ว ซึ่งหากยกเลิกหรือเลื่อนไปจะเกิดความเสียหายหรือกระทบต่อการให้บริการประชาชน ให้หัวหน้าหน่วยงานนั้นพิจารณาดำเนินการตามที่เห็นสมควร โดยมิให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการและประชาชน

ทั้งนี้ ส่วนรัฐวิสาหกิจ สถาบันการเงิน และภาคเอกชน ให้รัฐวิสาหกิจแต่ละแห่ง ธนาคารแห่งประเทศไทย และกระทรวงแรงงาน พิจารณาความเหมาะสมให้สอดคล้องกับข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป

สำหรับการแต่งตั้งตำแหน่งข้าราชการระดับ 10 ของ ศธ.ที่ว่างอยู่ขณะนี้ คือ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 1 ตำแหน่ง, รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา 1 ตำแหน่ง, ผู้ตรวจราชการ ศธ. และศึกษาธิการภาค ได้หารือร่วมกับนายประเสริฐ บุญเรือง รักษาราชการแทน ปลัด ศธ. แล้ว คาดว่าจะนำให้ ครม.พิจารณาได้ภายในวันที่ 5 พ.ย.นี้

รายละเอียดเพิ่มเติม เดลินิวส์

เอกสารแผยแพร่ “งบประมาณฉบับประชาชน”

สำนักงบประมาณ เผยแพร่เอกสาร “งบประมาณฉบับประชาชน” ซึ่งเป็นเอกสารการนำเสนองบประมาณรายจ่ายประจำปี ในรูปแบบที่เข้าใจง่าย เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงและเข้าใจข้อมูลการจัดทำงบประมาณรายจ่ายได้ง่ายขึ้น ซึ่งจะช่วยเพิ่มกระบวนการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน ภาคประชาสังคม และผู้มีส่วนได้เสียในกระบวนการงบประมาณ เพื่อนำไปสู่การเป็นรัฐบาลที่โปร่งใส และมีความน่าเชื่อถือ

เอกสารงบประมาณฉบับประชาชน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ได้นำเสนอข้อมูลงบประมาณตามร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2562 โดยมีการนำเสนอข้อมูลภาวะเศรษฐกิจ ประมาณการรายรับ แหล่งที่มาของรายรับ นโยบาย วงเงิน และโครงสร้างงบประมาณ การจำแนกงบประมาณตามมิติต่าง ๆ และการจัดลำดับความสำคัญของกระทรวงที่ได้รับงบประมาณสูง รวมทั้งมีการนำเสนอข้อมูลประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับจากงบประมาณปี พ.ศ. 2563 ในหัวข้อ “ประชาชนได้อะไรจากงบประมาณปี 2563” โดยเลือกประเด็นและโครงการที่มีความสำคัญจำแนกตามด้านต่าง ๆ ได้แก่ ด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม ด้านสิ่งแวดล้อม และด้านมั่นคง

ในส่วนของการศึกษา ได้เผยแพร่ในเอกสารด้านสังคม หน้า 30-31

เอกสาร “งบประมาณฉบับประชาชน”

ครม.อนุมัติแต่งตั้งข้าราชการกระทรวงศึกษาธิการ ประเภทบริหารระดับสูง 8 ราย

(22 ต.ค. 62 ) คณะรัฐมนตรีอนุมัติตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเสนอแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญ สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง จำนวน 8 ราย ดังนี้

  1. นายดิศกุล เกษมสวัสดิ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง ดำรงตำแหน่ง เลขาธิการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย สำนักงานปลัดกระทรวง
  2. นายศรีชัย พรประชาธรรม เลขาธิการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย สำนักงานปลัดกระทรวง ดำรงตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง
  3. นายประชาคม จันทรชิต รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา  สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ดำรงตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง
  4. นางปัทมา วีระวานิช ผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง ดำรงตำแหน่ง รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา  สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
  5. นางรักขณา ตัณฑวุฑโฒ ศึกษาธิการภาค สำนักงานศึกษาธิการภาค 2 สำนักงานปลัดกระทรวง ดำรงตำแหน่ง รองปลัดกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง
  6. นายธีรพงษ์ สารแสน ศึกษาธิการภาค สำนักงานศึกษาธิการภาค 10 สำนักงานปลัดกระทรวง ดำรงตำแหน่ง รองปลัดกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง
  7. นายพีระ รัตนวิจิตร รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ดำรงตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง
  8. นายอรรถพล ตรึกตรอง ผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง ดำรงตำแหน่ง เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน สำนักงานปลัดกระทรวง

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นต้นไป เพื่อสับเปลี่ยนหมุนเวียน ทดแทนตำแหน่งที่ว่างและตำแหน่งที่จะว่าง

กลุ่มสารนิเทศ สป. / รายงาน